
ที่เที่ยวฮิโรชิมะยอดนิยม 2026 ประวัติศาสตร์ สันติภาพ และเกาะมิยาจิมะที่ไม่มีวันลืม
- เฮียเกา
- 11 views

ฮิโรชิมะเป็นเมืองที่มีสองมิติที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ด้านหนึ่งคือประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดจากระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้านคือธรรมชาติอันสวยงามของเกาะมิยาจิมะและศาลเจ้าลอยน้ำที่งดงามระดับมรดกโลก ที่เที่ยวฮิโรชิมะยอดนิยม ที่นักเดินทางทุกคนควรมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต
ฮิโรชิมะเป็นจังหวัดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชูโกคุที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะฮนชู และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกถึง 2 แห่ง ได้แก่ โดมระเบิดปรมาณูซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง และศาลเจ้าอิสึคุชิมะบนเกาะมิยาจิมะ
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ภูมิภาค | ชูโกคุ (ตะวันตกของเกาะฮนชู) |
| เขตเวลา | JST (UTC+9) |
| สกุลเงิน | เยน (¥ / JPY) |
| ฤดูกาลแนะนำ | มีนาคม–พฤษภาคม (ซากุระ) / ตุลาคม–พฤศจิกายน (ใบไม้แดง) |
| มรดกโลกยูเนสโก | 2 แห่ง (โดมระเบิดปรมาณู + ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ) |
| งบเฉลี่ย/คน/ทริป | ประมาณ 20,000–55,000 บาท |
ไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทยไปฮิโรชิมะโดยตรง แนะนำบินไปโอซาก้าหรือโตเกียวแล้วต่อรถไฟ หรือบินไปฟุกุโอกะแล้วนั่งชินคันเซ็นเข้าฮิโรชิมะ

โดมระเบิดปรมาณูมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ เป็นที่รู้จักในฐานะซากสิ่งก่อสร้างที่อยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของการทิ้งระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังสงครามสิ้นสุดลง ได้มีการเก็บรักษาอาคารแห่งนี้ไว้ (13 ธันวาคม 2022 ) [1]
เพื่อระลึกถึงหายนะจากระเบิดปรมาณู และเป็นสัญลักษณ์ในการต่อต้านการใช้อาวุธนิวเคลียร์และสันติภาพของโลก โดมระเบิดปรมาณูได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโกในปี 1996
การยืนอยู่หน้าอาคารที่พังพินาศแห่งนี้ให้ความรู้สึกที่หาได้จากที่ไหนในโลก เป็นเครื่องเตือนใจที่ทรงพลังที่สุดของผลจากสงครามและความสำคัญของสันติภาพ
ค่าเข้าชม: ฟรี (ชมจากภายนอก ไม่สามารถเข้าไปภายในได้)
การเดินทาง: รถรางสาย 2 หรือ 6 ลงป้าย Genbaku Dome Mae
สวนสันติภาพตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮิโรชิมะ ห่างจากโดมระเบิดปรมาณูเพียงไม่กี่ก้าว เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหยื่อจากระเบิดปรมาณูในปี 1945
ภายในสวนมีอนุสาวรีย์และจุดรำลึกสำคัญหลายจุด รวมถึง อนุสาวรีย์เด็กสันติภาพ (Children’s Peace Monument) ที่มีนกกระเรียนพันตัวห้อยอยู่โดยรอบ ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของซาดาโกะ ซาซากิ เด็กหญิงที่รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูแต่เสียชีวิตในภายหลัง
ภายในสวนยังมี:
ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์: ประมาณ 200 เยน
การเดินทาง: รถรางสาย 2 หรือ 6 ลงป้าย Genbaku Dome Mae แล้วเดินเข้าสวน
มิยาจิมะเป็นเมืองเล็กๆ บนเกาะอิสึคุชิมะ หลายคนเรียกเกาะนี้ว่าเกาะมิยาจิมะ ซึ่งบนเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เกาะมิยาจิมะถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นมาช้านาน (12 กรกฎาคม 2024) [2]
บนเกาะนี้ยังมีกวางป่าเดินเล่นอย่างอิสระคล้ายกับที่นาราแต่บรรยากาศต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะที่นี่ล้อมรอบด้วยทะเลและภูเขา สร้างบรรยากาศที่สวยงามและสงบอย่างหาที่เปรียบได้ยาก
การเดินทาง: นั่งรถรางหรือ JR ไปสถานี Miyajimaguchi แล้วต่อเรือเฟอร์รี่ 10–15 นาที
ศาลเจ้าอิสึคุชิมะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยความงดงามทางสถาปัตยกรรมและวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติ การออกแบบศาลเจ้ามีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เนื่องจากสร้างบนเสาไม้ที่ยื่นออกไปในทะเล ทำให้เมื่อมีน้ำขึ้นสูง ศาลเจ้าดูเหมือนลอยอยู่บนน้ำ
ประตูโทริอิสีแดงขนาดใหญ่สร้างขึ้นในปี 1168 ตั้งอยู่กลางทะเล เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของศาลเจ้าอิสึคุชิมะ และยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสามวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น เสาทำจากไม้การบูร มีความสูงประมาณ 16 เมตร (15 สิงหาคม 2025 ) [3]
ช่วงน้ำขึ้นประตูโทริอิจะดูเหมือนลอยอยู่กลางทะเล สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ แนะนำเช็กตารางน้ำขึ้น-ลงก่อนไปเพื่อวางแผนเวลาถ่ายรูป
ค่าเข้าชม: ประมาณ 300 เยน
การเดินทาง: เดินจากท่าเรือเกาะมิยาจิมะประมาณ 10 นาที
ภูเขามิเซนสูงประมาณ 535 เมตร เป็นยอดเขาศักดิ์สิทธิ์บนเกาะมิยาจิมะที่มีป่าดงดิบปกคลุมตลอดปี สามารถขึ้นไปชมวิวได้ 2 วิธีคือนั่งกระเช้าลอยฟ้า หรือเดินเท้าขึ้นเขาซึ่งใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง
จากยอดเขามองเห็นวิวทะเลเซโตะ หมู่เกาะน้อยใหญ่ และตัวเมืองฮิโรชิมะในระยะไกลอย่างสวยงาม ถือเป็นวิวที่ดีที่สุดของการเดินทางมาฮิโรชิมะเลยก็ว่าได้
ค่ากระเช้า: ประมาณ 1,000–2,000 เยน (ขึ้นอยู่กับโซน)
การเดินทาง: สถานีกระเช้าอยู่ห่างจากศาลเจ้าอิสึคุชิมะประมาณ 20 นาทีเดินเท้า

ปราสาทฮิโรชิมะหรือที่ชาวเมืองเรียกว่า “ปราสาทคาร์ป” สร้างขึ้นในปี 1589 และถูกทำลายจากระเบิดปรมาณูในปี 1945 ปราสาทปัจจุบันเป็นการสร้างใหม่ในปี 1958 ภายในมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติศาสตร์ของฮิโรชิมะและยุคซามูไร
บริเวณรอบปราสาทเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีต้นซากุระหลายร้อยต้น ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระบานพร้อมกับปราสาทเป็นภาพที่สวยงามมาก
ค่าเข้าชม: ประมาณ 370 เยน
การเดินทาง: รถรางสาย 2 หรือ 6 ลงป้าย Kamiyacho แล้วเดินประมาณ 15 นาที
โฮนโดริเป็นถนนช้อปปิ้งในร่มขนาดใหญ่ใจกลางเมืองฮิโรชิมะ เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และของที่ระลึก ย่านนี้ยังเชื่อมต่อกับย่าน Parco และ Pakuru Motomachi ที่มีแบรนด์สินค้าหลากหลาย เหมาะสำหรับเดินช้อปปิ้งหลังจากเที่ยวชมสถานที่ประวัติศาสตร์
การเดินทาง: รถรางสายต่างๆ ลงป้าย Hatchobori หรือ Kamiyacho
| โซน | เหมาะสำหรับ | ราคาเฉลี่ย/คืน |
|---|---|---|
| ใกล้สวนสันติภาพ | สายประวัติศาสตร์ เดินถึงจุดหลัก | 1,500–5,000 บาท |
| ย่านฮาจิโจโบริ | ทุกกลุ่ม กลางเมือง | 1,200–4,500 บาท |
| บนเกาะมิยาจิมะ | คู่รัก บรรยากาศพิเศษ | 5,000–20,000 บาท |
| ใกล้สถานีฮิโรชิมะ | งบประหยัด เดินทางสะดวก | 800–3,000 บาท |


2–3 วันเพียงพอสำหรับชมจุดหลักในเมืองและเกาะมิยาจิมะ วันแรกเที่ยวในเมือง ได้แก่ สวนสันติภาพ โดมระเบิดปรมาณู และพิพิธภัณฑ์ วันที่สองเที่ยวเกาะมิยาจิมะทั้งวัน ถ้ามีเวลาวันที่สามสามารถต่อไปเมืองใกล้เคียงอย่างโอโนมิจิหรือเมืองในแถบทะเลเซโตะได้
นั่งชินคันเซ็น Nozomi จากโอซาก้าไปฮิโรชิมะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ถือว่าสะดวกมากและเหมาะสำหรับทำเป็น Day Trip ถ้าพักอยู่โอซาก้าหรือเกียวโต
เที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือมีนาคม–พฤษภาคมซึ่งซากุระบานรอบปราสาทฮิโรชิมะและตามถนนในเมือง กับตุลาคม–พฤศจิกายนที่ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีแดงสวยงามบนเกาะมิยาจิมะ
ช่วงน้ำขึ้นสูงประตูโทริอิจะดูลอยอยู่กลางทะเล สวยงามมากและเหมาะถ่ายรูปที่สุด แนะนำเช็กตารางน้ำขึ้น-น้ำลงของเกาะมิยาจิมะก่อนเดินทางทุกครั้ง ส่วนช่วงน้ำลงสามารถเดินเข้าไปใกล้ประตูโทริอิได้เลย
โอโคโนมิยากิแบบฮิโรชิมะทำแบบเป็นชั้นๆ โดยมีเส้นโซบะหรืออุด้งอยู่ด้านในเป็นชั้นเพิ่มเติม ต่างจากสไตล์โอซาก้าที่ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน รสชาติแตกต่างกันชัดเจน ต้องลองทั้งสองแบบถึงจะตัดสินได้ว่าชอบแบบไหน
มีที่พักบนเกาะมิยาจิมะค่ะ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมสไตล์ Ryokan ระดับไฮเอนด์ ราคาสูงกว่าในเมืองฮิโรชิมะมาก แต่ถ้าพักค้างคืนจะได้สัมผัสบรรยากาศเกาะยามเช้าและยามเย็นที่สงบงามมาก เหมาะสำหรับคู่รักหรือคนที่ต้องการประสบการณ์พิเศษ

