
ถาม-ตอบ ปัจจุบัน ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก
- sun-31
- 14 views

ปัจจุบัน ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก คือฟีฟ่า (FIFA) ยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกอย่างเบ็ดเสร็จ และเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว โดยมีอำนาจสิทธิ์ขาด ในการควบคุมการถ่ายทอดสด การบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ และการจัดสรรลิขสิทธิ์การออกอากาศ ให้กับสถานีโทรทัศน์ หรือองค์กรสื่อในแต่ละประเทศทั่วโลก
ฟีฟ่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกอย่างแท้จริง โดยมีอำนาจในการบริหารจัดการสิทธิ์ทางกฎหมาย สื่อ และการตลาดทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งองค์กรอื่นหรือสถานีโทรทัศน์ในแต่ละประเทศ จะต้องทำสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ขาด เพื่อนำมาถ่ายทอดสดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นมหกรรมลูกหนังระดับนานาชาติ ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า ด้วยการขยายจำนวนทีมที่เข้าร่วมชิงชัยจากเดิม 32 ทีมเพิ่มขึ้นเป็น 48 ทีม โดยในช่วงที่ผ่านมาทางฟีฟ่า ได้ดำเนินการจำหน่ายลิขสิทธิ์สัญญาณการถ่ายทอดสดตรง ให้กับสถานีโทรทัศน์ทั้งภายใน และภายนอกประเทศด้วยตนเอง
ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2015 ทางองค์กรลูกหนังโลกได้ตัดสินใจ ต่อสัญญาลิขสิทธิ์ การออกอากาศการแข่งขันในพื้นที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ให้กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ สำหรับภาคภาษาอังกฤษในสหรัฐอเมริกา เทเลมุนโด เดปอร์เตสสำหรับภาคภาษาสเปน ในสหรัฐอเมริกา และเบลล์ มีเดียสำหรับประเทศแคนาดา เพื่อให้ครอบคลุมสิทธิ์ยาวนานไปจนถึงปี 2569
ที่มา: 2026 FIFA World Cup broadcasting rights (31 กรกฎาคม 2026) [1]
แต่ละประเทศต้องดำเนินการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด การแข่งขันฟุตบอลโลกโดยตรง จากสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศหรือฟีฟ่า ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว หรือผ่านทางตัวแทน ผู้ถือลิขสิทธิ์ระดับภูมิภาค ที่ได้รับมอบอำนาจอย่างเป็นทางการจากฟีฟ่า ในการบริหารจัดการ และเจรจาซื้อขายสิทธิ์การออกอากาศ ในแต่ละดินแดนทั่วโลก
โดยลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครอบคลุมถึงอำนาจ ในการบริหารจัดการสิทธิ์ทางกฎหมาย สื่อกระจายเสียงผ่านโทรทัศน์ วิทยุ อินเทอร์เน็ต รวมถึงการควบคุมสิทธิ์เชิงพาณิชย์ การจัดจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ตราสัญลักษณ์ และการกำหนดข้อบังคับ ในด้านการเผยแพร่ภาพการแข่งขันในที่สาธารณะ ทั่วโลกอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
สิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกมีมูลค่ามหาศาล เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาระดับโลก ที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากแฟนบอลหลายพันล้านคนทั่วโลก ส่งผลให้สถานีโทรทัศน์ และแพลตฟอร์มสื่อต่างๆ แย่งชิงกันซื้อเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ชมจำนวนมหาศาล สร้างโอกาสทองในการทำกำไร ผ่านค่าโฆษณาเชิงพาณิชย์ และยกระดับภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ ขององค์กรในระดับสากล
การกระทำความผิดละเมิดลิขสิทธิ์ การแข่งขันฟุตบอลโลก จะเผชิญกับบทลงโทษทางกฎหมายอย่างรุนแรง ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ซึ่งครอบคลุมถึงการถูกดำเนินคดีอาญา การจ่ายค่าปรับมูลค่าสูง การชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงการถูกสั่งระงับการเผยแพร่สัญญาณ และปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ทันที

การถือครองสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก มีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เนื่องจากฟีฟ่าใช้วิธีเปิดประมูล และเจรจาแยกสัญญาอิสระเป็นรายประเทศหรือหลายภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพทางการเงินของสถานีโทรทัศน์ ข้อเสนอเชิงพาณิชย์ และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านสื่อ ในแต่ละท้องถิ่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
สำหรับต้นทุนและราคาซื้อขายสิทธิ์ ในการออกอากาศมหกรรมฟุตบอลโลก ถูกกำหนดโดยขนาดเศรษฐกิจ กำลังซื้อของประชากรในประเทศนั้น จำนวนฐานแฟนบอล และอัตราการเข้าถึงสื่อโทรทัศน์ หรือแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมถึงความสามารถในการทำกำไร ผ่านการขายพื้นที่โฆษณาเชิงพาณิชย์ ของผู้ถือครองสิทธิ์ในแต่ละพื้นที่
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ประสบความสำเร็จคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดศึกฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายนถึง 19 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจัดขึ้นร่วมกันโดยสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และแคนาดา
โดยก่อนหน้าการบรรลุข้อตกลง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า ตั้งราคาจำหน่ายลิขสิทธิ์ไว้สูงถึง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1,300 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 1,700 ล้านบาทเมื่อรวมภาษี ทว่าทาง JAS ได้เข้าเจรจาต่อรองเพื่อผลประโยชน์ที่เหมาะสมโดยมุ่งหวังราคาใกล้เคียงกับประเทศเวียดนามที่ประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 500 ล้านบาท
ที่มา: JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026” (10 มิถุนายน 2026) [2]
แนวโน้มการถ่ายทอดสดมหกรรมฟุตบอลโลก ในอนาคต จะมีทิศทางเปลี่ยนแปลงไปอย่างเด่นชัด โดยฟีฟ่าอาจหันมาเน้นการเปิดประมูลขายสิทธิ์แยกย่อย ให้กับแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งดิจิทัล และแอปพลิเคชันออนไลน์รายใหญ่ระดับโลกโดยตรงมากขึ้น เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการรับชมผ่านอินเทอร์เน็ต ของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แทนการพึ่งพาโทรทัศน์ ภาคพื้นดินเพียงอย่างเดียว
สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศถือสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว ในการบริหารจัดการ และจัดสรรลิขสิทธิ์มหกรรมฟุตบอลโลกทั่วโลก โดยแต่ละประเทศต้องเข้าซื้อสิทธิ์โดยตรง ผ่านสัญญาทางการค้า เพื่อนำมาเผยแพร่ ซึ่งมูลค่าและเงื่อนไขจะถูกประเมินตามโครงสร้างเศรษฐกิจ หรือกำลังซื้อของแต่ละท้องถิ่น เพื่อสร้างผลประโยชน์สูงสุดเชิงพาณิชย์ และคุ้มครองสิทธิ์ทางกฎหมาย

