
ฮอกไกโดหน้าหนาว 2026 ที่เที่ยวสุดฟิน หิมะขาวโพลน ไม่ไปไม่ได้แล้ว
- เฮียเกา
- 13 views

ฮอกไกโดหน้าหนาวคือประสบการณ์ที่นักเดินทางสายหิมะต้องมาสัมผัสสักครั้งในชีวิต ตั้งแต่เทศกาลหิมะซัปโปโรที่ยิ่งใหญ่อลังการ ไปจนถึงการแช่ออนเซ็นกลางหิมะที่โนโบริเบทสึ บทความนี้รวมที่เที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาวที่ไม่ควรพลาด ฮอกไกโดหน้าหนาว 2026
ฮอกไกโด (Hokkaido) คือเกาะทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น มีอากาศหนาวเย็นที่สุดในประเทศ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนธันวาคมถึงมีนาคม หิมะเริ่มตกตั้งแต่ปลายพฤศจิกายนและอาจสะสมหนาได้ถึง 1–2 เมตรในบางพื้นที่ (22 มกราคม 2026) [1]
ข้อมูลรายละเอียด
บินตรงหรือต่อเครื่องจากสุวรรณภูมิ/ดอนเมือง ไปสนามบินหลักของฮอกไกโด 2 แห่ง
ระยะเวลาบิน: ประมาณ 6–7 ชั่วโมง (อาจต่อเครื่องที่โตเกียวหรือโอซาก้า)

ซัปโปโรคือเมืองที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโดและเป็นจุดศูนย์กลางของทุกทริปฤดูหนาว ไฮไลต์สำคัญที่สุดคือ เทศกาลหิมะซัปโปโร (Sapporo Snow Festival) ที่จัดขึ้นทุกต้นเดือนกุมภาพันธ์ โดยในปี 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–11 กุมภาพันธ์ ณ สวนโอโดริและบริเวณโดยรอบ
งานนี้มีประติมากรรมหิมะและน้ำแข็งขนาดมหึมา ทั้งจากศิลปินญี่ปุ่นและทีมจากทั่วโลก รวมถึงทีมไทยที่เคยคว้าแชมป์การแกะสลักน้ำแข็งในเวทีนี้มาแล้ว ช่วงกลางคืนมีการประดับไฟสร้างบรรยากาศแสนสวยงาม (16 มกราคม 2026) [2]
จุดเด่นในซัปโปโร:
การเดินทาง: รถไฟจากสนามบินชิโตเสะ ประมาณ 40 นาที ลงสถานี Sapporo
โอตารุอยู่ห่างจากซัปโปโรเพียง 30–40 นาที แต่บรรยากาศแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมืองเล็กๆ ริมทะเลที่มีคลองเก่าแก่ล้อมรอบด้วยอาคารอิฐสไตล์ยุโรป เมื่อมีหิมะปกคลุมจะสวยงามราวกับภาพวาด
คลองโอตารุ (Otaru Canal) เป็นจุดถ่ายรูปที่โรแมนติกที่สุดในฮอกไกโด โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่แสงโคมไฟสะท้อนผิวน้ำและหิมะขาว สองฝั่งคลองเต็มไปด้วยร้านกาแฟ ร้านขนม และพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี
ทุกเดือนกุมภาพันธ์ โอตารุยังจัด เทศกาลแสงโคมหิมะโอตารุ (Otaru Snow Light Path Festival) แสงเทียนและโคมหิมะตลอดสองฝั่งคลอง บรรยากาศแสนอบอุ่นในคืนฤดูหนาว
อย่าลืมชิม:
การเดินทาง: รถไฟ JR Hakodate Line จากซัปโปโร ประมาณ 30–40 นาที
โนโบริเบทสึเป็นเมืองออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮอกไกโด น้ำพุร้อนที่นี่มาจากแหล่งภูเขาไฟธรรมชาติที่เรียกว่า จิโกกุดานิ (Jigokudani) หรือ “หุบเขานรก” ซึ่งมีไอน้ำพวยขึ้นจากพื้นดินตลอดเวลา สร้างภาพที่น่าตื่นตาในหน้าหนาว
การแช่ออนเซ็นกลางหิมะ หรือที่เรียกว่า ยุกิมิบุโระ (Yukimi-buro) คือประสบการณ์สุดฟินที่นักเดินทางสายฮอกไกโดต้องลองสักครั้ง ความร้อนของน้ำพุผสมกับอากาศเย็นและหิมะที่ลอยลงมา ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่หาไม่ได้จากที่ไหน
การเดินทาง: รถบัสจากซัปโปโรประมาณ 1.5 ชั่วโมง หรือรถไฟ JR ลงสถานี Noboribetsu แล้วต่อรถบัส
ฟุราโนะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านทุ่งลาเวนเดอร์ในหน้าร้อน แต่หน้าหนาวที่นี่ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ลานสกีฟุราโนะ (Furano Ski Resort) เป็นหนึ่งในลานสกีที่ดีที่สุดในเอเชีย มีเส้นทางสำหรับทั้งมือใหม่และผู้เชี่ยวชาญ
นิงเกิ้ลเทอเรส (Ningle Terrace) คืออีกไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด หมู่บ้านร้านค้าเล็กๆ กลางป่าสนที่เต็มไปด้วยงานแฮนด์เมดจากศิลปินท้องถิ่น ช่วงหน้าหนาวมีหิมะปกคลุมและไฟประดับยามค่ำคืน บรรยากาศอบอุ่นโรแมนติกมาก
การเดินทาง: รถไฟ JR Furano Line จากซัปโปโรประมาณ 2 ชั่วโมง หรือรถเช่าจะสะดวกกว่าถ้าวางแผนเที่ยวหลายจุด
บิเอเป็นเมืองเล็กๆ ระหว่างซัปโปโรและอาซาฮิกาวะ ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามจนแทบไม่น่าเชื่อ (12 มกราคม 2026) [3]
บ่อน้ำสีฟ้า (Aoiike / Blue Pond) คือสถานที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด น้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่เกิดจากแร่ธาตุในน้ำพุร้อน ยิ่งหน้าหนาวบ่อน้ำอาจแข็งตัวบางส่วนและล้อมรอบด้วยต้นไม้ปกคลุมหิมะ สร้างภาพที่งดงามแบบอื่นจากหน้าร้อน มีการประดับไฟ LED ในช่วงค่ำ ทำให้สีน้ำเงินยิ่งสวยขึ้นไปอีก
การเดินทาง: รถไฟ JR Furano Line ลงสถานี Biei แล้วต่อรถแท็กซี่หรือรถเช่า เพราะบ่อน้ำอยู่ห่างจากสถานีประมาณ 15 นาที
อาซาฮิกาวะเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของฮอกไกโด มีสองสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวในหน้าหนาว
สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) เป็นสวนสัตว์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในญี่ปุ่น แมวน้ำ เพนกวิน และหมีขาวในหน้าหนาวคือไฮไลต์ที่เด็กๆ ชื่นชอบ โดยเฉพาะ “เพนกวินพาเหรด” ที่พาเพนกวินเดินรอบสวนสัตว์กลางหิมะ
เทศกาลฤดูหนาวอาซาฮิกาวะ (Asahikawa Winter Festival) จัดในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ใกล้เคียงกับเทศกาลหิมะซัปโปโร มีประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่และการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งกว่า 50 ชิ้น ยามค่ำมีการประดับไฟสวยงามตลอดงาน
การเดินทาง: รถไฟ JR Limited Express จากซัปโปโรประมาณ 1.5 ชั่วโมง

Tips ที่พัก: โรงแรมออนเซ็น (Ryokan) ในโนโบริเบทสึมักรวมอาหารเช้าและเย็นในราคา คุ้มค่ามากสำหรับทริปพักผ่อนสายชิล
ฮอกไกโดขึ้นชื่อด้านวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพสูง อาหารทะเล เนื้อวัว และผลิตภัณฑ์นมคือสิ่งที่ไม่ควรพลาด

เดือนกุมภาพันธ์คือช่วงที่ดีที่สุด เพราะมีเทศกาลหิมะซัปโปโรและเทศกาลแสงโคมโอตารุ หิมะสะสมหนาที่สุดและลานสกีอยู่ในสภาพดีที่สุด ถ้าอยากเลี่ยงช่วงเทศกาลที่คนแน่น เดือนมกราคมก็หิมะสวยและคนน้อยกว่า
ขั้นต่ำ 4–5 วัน สำหรับเที่ยวซัปโปโร โอตารุ และโนโบริเบทสึ ถ้ามีเวลา 7 วันสามารถเพิ่มฟุราโนะ บิเอ และอาซาฮิกาวะได้อีก ทริปที่คุ้มค่าที่สุดคือ 5–7 วัน
ซัปโปโรในเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -5°C ถึง -10°C กลางคืนอาจลงไปถึง -15°C หรือหนาวกว่านั้นในบางพื้นที่เช่นอาซาฮิกาวะ แนะนำเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อมมากๆ
เทศกาลหิมะซัปโปโรเข้าชมฟรีค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินชมประติมากรรมหิมะและน้ำแข็ง มีเพียงบางกิจกรรมพิเศษและร้านอาหารภายในงานที่เสียเงินแยกต่างหาก
ขับได้แต่ต้องระวังมากค่ะ แนะนำเลือกรถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) และติดตั้งยางหิมะ (Snow Tires) ซึ่งบริษัทรถเช่าส่วนใหญ่จัดเตรียมให้อยู่แล้วในหน้าหนาว ขับช้าๆ ระวังถนนลื่น และติดตามสภาพอากาศก่อนออกเดินทางทุกวัน
เหมาะมากค่ะ เด็กๆ จะชอบการเล่นหิมะ ลานสกีสำหรับเด็ก สวนสัตว์อาซาฮิยามะที่มีเพนกวินพาเหรด และสวนสนุก Rusutsu Resort ที่มีทั้งสกีและกิจกรรมในร่ม แนะนำเตรียมเสื้อกันหนาวและถุงมือให้เด็กๆ ด้วยนะคะ

