
เปิดข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ เฌเรมี มาร์ติเยอ เป็นใคร
- sun-31
- 14 views

เฌเรมี มาร์ติเยอ เป็นใคร (Jérémy Mathieu) คืออดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวฝรั่งเศส ผู้เคยลงเล่นในตำแหน่งกองหลัง ให้กับสโมสรชั้นนำอย่าง บาร์เซโลนา บาเลนเซีย และตูลูส โดยเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกชุดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ กับทางสโมสรบาร์เซโลนา ในฤดูกาล 2014-2015 ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ด เมื่อในปี 2020 หลังจากประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ ที่หัวเข่าอย่างรุนแรง
โดยเรื่องราวและประวัติของเฌเรมี มาร์ติเยอ เกิดเมื่อวันที่ 29 เดือนตุลาคม 1983 ในเมือง Luxeuil-les-Bains ของประเทศฝรั่งเศส เริ่มต้นเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ ด้วยความมุ่งมั่น โดยแจ้งเกิดกับสโมสรตูลูส ในลีกเอิงฝรั่งเศส ตั้งแต่ช่วงปี 2002
ซึ่งด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ และความสามารถในการเล่น ทั้งตำแหน่งแบ็กซ้าย หรือตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นเนื้อหอม จนถูกบาเลนเซียคว้าตัวไปร่วมทีมในเวลาต่อมา ก่อนจะสร้างจุดสูงสุด ในอาชีพด้วยการย้ายมาร่วมทัพบาร์เซโลนา เมื่อในปี 2014
โดยเขามีบทบาทสำคัญ ในการช่วยให้ทีมกวาดแชมป์รายการสำคัญอย่าง ลาลีกาและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก มาครองได้สำเร็จ ในช่วงเวลาที่เขาค้าแข้งในคัมป์นู แม้ว่าสไตล์การเล่นของเขาจะดูดุดัน และเน้นความแข็งแกร่งเป็นหลัก แต่มาร์ติเยอก็ยังเป็นกองหลัง ที่มีทักษะการออกบอลที่แม่นยำ รวมถึงกล้าหาญในการเติมเกมรุกเสมอ (29 พฤศจิกายน 2025) [1]
เริ่มต้นเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นทางการ กับสโมสรตูลูสในลีกเอิงของฝรั่งเศส โดยเขาได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ในช่วงปี 2002 ในฐานะดาวรุ่งที่มีความโดดเด่นทางด้านทักษะ และความเร็วในตำแหน่งตัวริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนจะขยับเข้ามาเล่นเป็นกองหลัง ในช่วงเวลาต่อมา
การลงเล่นให้กับตูลูส เปรียบเสมือนเวทีแจ้งเกิด ที่ช่วยขัดเกลาฝีเท้าให้เขา กลายเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้า จนได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วทวีปยุโรป ในตอนนั้น ด้วยผลงานการลงสนามที่สม่ำเสมอ และความสามารถที่ปรับเปลี่ยน ตามตำแหน่งได้หลากหลาย ทำให้เขาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เหนือชั้น ในการรับมือกับแนวรุก ของคู่แข่งอย่างแข็งแกร่ง และดุดันอยู่เสมอ
ผลงานตลอดการค้าแข้งระดับสโมสร
ผลงานการเล่นให้กับทีมชาติ ฝรั่งเศส

ก่อนที่เฌเรมี มาร์ติเยอนั้น จะก้าวเข้าสู่รั้วคัมป์นู เพื่อร่วมทัพบาร์เซโลนา เขาได้สะสมประสบการณ์ และความแข็งแกร่งจากการค้าแข้งในลีกระดับสูงของยุโรป มาอย่างยาวนาน โดยเริ่มต้นแจ้งเกิดเต็มตัวกับตูลูส ในฐานะดาวรุ่งที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ทั้งในตำแหน่งริมเส้นและกองหลัง ก่อนจะย้ายไปร่วมทีมบาเลนเซีย ในปี 2009
ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้เขากลายเป็นปราการหลังชั้นยอด ในเวทีลาลีกา สเปน ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดัน สม่ำเสมอ และความสามารถในการอ่านเกมที่เฉียบขาด ทำให้เขากลายเป็นแกนหลัก ในแนวรับของทัพไอ้ค้างคาวตลอด 5 ฤดูกาล ที่ค้าแข้งในเมสตายา
เขาผ่านการลงสนามในรายการใหญ่ๆ ทั้งในประเทศ และระดับทวีปยุโรป ซึ่งช่วยขัดเกลาทักษะการสกัดบอล และการขึ้นเกมรุกให้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้นเรื่อยๆ
ทัพอาซูลกรานา หรือบาร์เซโลนาได้เดินหน้าเสริมทัพ ในแนวรับอย่างเป็นทางการ ด้วยการคว้าตัว เฌเรมีมาร์ติเยอ กองหลังมากประสบการณ์ชาวฝรั่งเศส มาจากบาเลนเซียด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร หรือประมาณ 16 ล้านปอนด์
โดยนักเตะวัย 30 ปีรายนี้ ได้ตกลงจรดปากกาเซ็นสัญญาระยะเวลา 4 ปี พร้อมเงื่อนไขพิเศษ ที่สามารถขยายสัญญาเพิ่มออกไปได้อีกหนึ่งฤดูกาล และมีการตั้งค่าฉีกสัญญาเอาไว้ที่ 50 ล้านยูโร การย้ายทีมครั้งนี้ ส่งผลให้มาร์ติเยอกลายเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองหลัง ที่มีค่าตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล สำหรับนักเตะที่มีอายุเกิน 30 ปี
นอกจากนี้ เขายังนับเป็นสมาชิกใหม่รายที่ 5 ของบาร์เซโลนา ในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ ต่อจากสตาร์ดังอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ, เกลาดีโอ บราโว, มาร์ค-อังเดร แตร์ สเตเก้น และ อีวาน ราคิติช ซึ่งการประกาศบรรลุข้อตกลงผ่านเว็บไซต์ทางการของสโมสร เป็นการยืนยันความพร้อมของทีม ในการไล่ล่าความสำเร็จ สำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง (23 กรกฎาคม 2014) [2]
ที่มา: Jérémy Mathieu (2026) [3]
บทส่งท้าย เฌเรมีมาร์ติเยอ คืออดีตยอดกองหลังชาวฝรั่งเศส ที่สร้างชื่อเสียงจากการค้าแข้ง กับสโมสรตูลูส บาเลนเซีย และกลายเป็นกำลังสำคัญ ในชุดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ กับบาร์เซโลนาในช่วงปี 2014-2015 ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันและแข็งแกร่ง จนเป็นที่จดจำของแฟนบอลทั่วโลก ก่อนจะตัดสินใจอำลาสนามฟุตบอลอาชีพ อย่างเป็นทางการในปี 2020
ถือเป็นส่วนสำคัญในแนวรับของบาร์เซโลนา ในช่วงปี 2014-2017 โดยเฉพาะในฤดูกาล 2014-15 ที่เขามีบทบาทโดดเด่นในการช่วยทีมกวาดทริปเปิ้ลแชมป์ รวมถึงการทำประตูสำคัญ ในนัดชี้ชะตากับ เรอัล มาดริด ในศึกเอล กลาซิโก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท และการยืนระยะในฐานะปราการหลังที่ไว้ใจได้ ในสถานการณ์คับขันเสมอ
จุดเด่นสำคัญของมาร์ติเยอ คือการเป็นกองหลังที่มีรูปร่างสูงใหญ่ แต่กลับมีความคล่องตัวสูง สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กซ้าย รวมถึงมีความโดดเด่นอย่างมาก ในการสกัดบอลหรือการขึ้นเกมรุก ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ากองหลังทั่วไป

