
รวมถาม-ตอบ เด็กเกิดในไทยทุกคน ได้สัญชาติไทยไหม
- sun-31
- 17 views

เด็กเกิดในไทยทุกคน ได้สัญชาติไทยไหม ไม่ได้การันตีว่า จะได้รับสัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ เนื่องจากกฎหมายไทยยึดหลักสายเลือดเป็นสำคัญ หากบิดาหรือมารดาไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทย เด็กมักจะไม่ได้สัญชาติไทยตามหลักดินแดน และจะถือเป็นผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิพื้นฐาน ในการเข้าถึงการศึกษา การรักษาพยาบาล และการเดินทางในอนาคต
เด็กที่เกิดในบ้านเราจากบิดามารดา ที่เป็นคนต่างชาติ จะไม่ได้รับสัญชาติไทย เนื่องจากประเทศไทย ยึดถือ หลักสายเลือดเป็นหลัก ในการกำหนดสถานะบุคคลตามกฎหมาย ดังนั้น เด็กกลุ่มนี้ จึงมักจะมีสถานะเป็นผู้ไม่มีสัญชาติ และไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ เช่น การศึกษา การประกอบอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือการรักษาพยาบาลได้อย่างเต็มที่
กฎหมายสัญชาติไทย ยึดหลักสายเลือดเป็นเกณฑ์หลัก ในการกำหนดสถานะบุคคล ซึ่งหมายความว่า เด็กจะได้รับสัญชาติไทย ก็ต่อเมื่อมีบิดาหรือมารดา เป็นผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเกิดภายใน หรือภายนอกราชอาณาจักรก็ตาม โดยการเกิดในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เป็นสิทธิขาดในการได้รับสัญชาติไทย สำหรับบุตรของคนต่างด้าว
กฎหมายสัญชาติไทย ยึดถือหลักสายโลหิต เป็นเกณฑ์สำคัญในการกำหนดสถานะ โดยเด็กจะได้รับสัญชาติไทย โดยการเกิดก็ต่อเมื่อมีบิดา หรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น ไม่ว่าการเกิดนั้น จะเกิดขึ้นภายใน หรือภายนอกราชอาณาจักรก็ตาม สำหรับเด็กที่เกิดในประเทศไทย จากบิดามารดาที่เป็นคนต่างด้าวนั้น จะไม่ได้รับสัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ เนื่องจากไม่ใช่หลักดินแดนเป็นฐานหลัก
บุตรที่เกิดในประเทศไทย จากบิดามารดาที่เป็นชาวต่างชาติ จะไม่ได้รับสัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ เนื่องจากประเทศไทยยึดถือหลักสายโลหิต เป็นหลักสำคัญในการให้สัญชาติ โดยการเกิดในราชอาณาจักรเพียงอย่างเดียว ไม่ถือเป็นเงื่อนไข ที่ทำให้เด็กได้รับสัญชาติไทย ตามกฎหมาย
การแจ้งเกิดในประเทศไทยนั้น มักยึดถือหลักสายโลหิตเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเด็กจะได้รับสัญชาติไทย ก็ต่อเมื่อมีบิดา หรือมารดาเป็นคนไทยเท่านั้น ต่างจากหลายประเทศทั่วโลกที่ใช้หลักดินแดน ซึ่งให้สัญชาติแก่เด็กทุกคน ที่เกิดภายในอาณาเขตของประเทศนั้น โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าบิดามารดาจะมีสัญชาติใด
กรมการปกครองเปิดโอกาสให้บุคคลต่างด้าวตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 สามารถยื่นคำร้องขอสัญชาติไทยได้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567
โดยบทบัญญัติดังกล่าว ถือเป็นช่องทางสำคัญ สำหรับผู้ที่เกิดในประเทศไทย แต่บิดามารดาเป็นคนต่างด้าว และไม่ได้สัญชาติไทย โดยกำเนิดตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง ให้สามารถดำเนินการขอรับสัญชาติไทย ได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้เป็นการขยายสิทธิ เพื่อรองรับบุคคลกลุ่มดังกล่าว ให้เข้าสู่สถานะพลเมืองไทยอย่างถูกต้อง ตามกระบวนการของทางราชการต่อไป
ที่มา: เปิดยื่นขอสัญชาติ “ผู้เกิดในไทย” ตั้งแต่ 30 มิ.ย.68 (28 มิถุนายน 2025) [1]
กฎหมายสัญชาติไทยในอดีต เคยมีการบังคับใช้หลักดินแดน ควบคู่กับหลักสายโลหิต เพื่อรองรับการพิสูจน์สถานะบุคคล อย่างกว้างขวาง แต่ในปัจจุบัน ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสัญชาติหลายฉบับ โดยมุ่งเน้นการใช้หลักสายโลหิต เป็นเกณฑ์หลักที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันการแสวงหาสิทธิโดยมิชอบ ผ่านการเกิดภายในราชอาณาจักร
การขาดสถานะทางกฎหมาย ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อการใช้ชีวิตของบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น การศึกษา การจ้างงานที่ถูกต้อง หรือการบริการทางการแพทย์ได้ นอกจากนี้ ยังจำกัดเสรีภาพในการเดินทางข้ามเขตพื้นที่ เนื่องจากไม่มีเอกสารรับรองตัวตน ที่ได้รับการยอมรับจากรัฐ (15 กรกฎาคม 2025) [2]
ขบวนการแจ้งเกิดเท็จเด็กจีน มีความผิดอาญาฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งส่งผลให้ผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษจำคุก และโทษปรับอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดผลทางทะเบียนที่รัฐ จะดำเนินการเพิกถอนสูติบัตร หรือเอกสารแสดงตนทั้งหมดทันทีที่ตรวจพบ

สำหรับเด็กที่เกิดในประเทศไทย จะได้รับสัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะในกรณีที่มีบิดา หรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น ตามหลักสายโลหิต ส่วนเด็กที่เกิดจากบิดามารดาที่เป็นคนต่างชาติ จะไม่ได้รับสัญชาติไทยทันที และมักมีสถานะเป็นผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน ซึ่งส่งผลให้การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน หรือการได้รับสวัสดิการจากภาครัฐมีข้อจำกัด ตามระเบียบที่กำหนดไว้

