
เที่ยวคานาซาวะ 2026 เกียวโตน้อยแห่งโฮคุริคุที่งดงามไม่แพ้ใคร
- เฮียเกา
- 10 views

คานาซาวะ (Kanazawa) คือเมืองหลวงของจังหวัดอิชิกาวะในภูมิภาคโฮคุริคุ ได้ชื่อว่าเป็น “เกียวโตน้อย” เพราะรอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในสมัยสงครามโลก ทำให้ยังเก็บย่านเก่าแก่
สวนญี่ปุ่นระดับชาติ และวิถีชีวิตแบบซามูไรไว้ได้ครบถ้วน ที่สำคัญคือเดินทางจากโตเกียวด้วยชินคันเซ็นสายโฮคุริคุได้ตรงโดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ ทำให้คานาซาวะกลายเป็นหนึ่งในเมืองรองที่นักท่องเที่ยวเลือกแวะมากขึ้นทุกปี
บทความ เที่ยวคานาซาวะ 2026 นี้รวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนไปคานาซาวะ ตั้งแต่วิธีเดินทาง ที่เที่ยวเด็ด ที่พักแนะนำ อาหารขึ้นชื่อ ไปจนถึงคำถามที่คนถามกันบ่อย อ่านจบแพลนทริปได้เลยไม่ต้องเปิดหาที่อื่นเพิ่ม
คานาซาวะตั้งอยู่ในภูมิภาคโฮคุริคุ ริมทะเลญี่ปุ่น เป็นเมืองที่ปกครองโดยตระกูลมาเอดะมานานกว่า 280 ปีในสมัยเอโดะ จุดเด่นคือสถานที่ท่องเที่ยวหลักเกือบทั้งหมดอยู่ในรัศมีเพียง 2 กิโลเมตรจากปราสาทคานาซาวะ เดินเที่ยวได้สบายสลับกับขึ้นรถบัสระยะสั้นเป็นบางช่วง
เมืองนี้เหมาะมากกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์ สวนญี่ปุ่น และงานศิลปะร่วมสมัย เพราะมีทั้งสวนเคนโรคุเอ็นระดับตำนาน ย่านซามูไรเก่า และพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยศตวรรษที่ 21 อยู่ในที่เดียวกัน
ใครวางแผนทำทริปโฮคุริคุ เช่น คานาซาวะ-ชิราคาวาโกะ-ทาคายาม่า หรือมาจากเกียวโต-โอซาก้าแล้วอยากแวะเมืองที่ไม่วุ่นวาย คานาซาวะตอบโจทย์ได้ดี
นั่งรถไฟชินคันเซ็นสายโฮคุริคุ (Hokuriku Shinkansen) ขบวน Kagayaki จากสถานีโตเกียวตรงไปสถานี Kanazawa โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ถือเป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุดเพราะนั่งรถไฟเที่ยวเดียวถึงเลย (23 สิงหาคม 2025) [1]
ยังไม่มีชินคันเซ็นเชื่อมตรงจากฝั่งคันไซ ต้องนั่งรถไฟด่วนพิเศษ Thunderbird ซึ่งวิ่งตรงจากสถานีโอซาก้าและเกียวโตไปสถานี Kanazawa โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจากเกียวโต และประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งจากโอซาก้า
ไม่มีรถไฟตรง ต้องเปลี่ยนรถระหว่างทาง นิยมใช้เส้นทางผ่านทาคายาม่าหรือไปต่อรถที่สถานีไมบาระ ใช้เวลารวมประมาณ 3 ชั่วโมงขึ้นไป เหมาะกับคนที่วางแผนแวะทาคายาม่าหรือชิราคาวาโกะระหว่างทางอยู่แล้ว

คานาซาวะไม่มีรถไฟใต้ดิน การเดินทางในเมืองหลักๆ ใช้รถบัสและการเดิน
หนึ่งในสามสวนที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในสมัยเอโดะเป็นสวนส่วนตัวของตระกูลมาเอดะ ชื่อสวนมาจากคุณลักษณะ 6 ประการตามบันทึกโบราณ ได้แก่ ความกว้างใหญ่ ความลึกลับ ฝีมือมนุษย์ ความเก่าแก่ น้ำพุ และทัศนียภาพ (19 ตุลาคม 2022) [2]
จุดเด่นที่สุดคือโคมไฟหินโคโตจิรูปทรงคล้ายขาพิณญี่ปุ่น และบ่อน้ำคาสุมิกะอิเคะที่มีเกาะโฮไรอยู่กลางบ่อ ฤดูหนาวจะได้เห็นเทคนิคยูกิซึริที่หาดูได้เฉพาะที่นี่
อยู่ติดกับสวนเคนโรคุเอ็น เคยเป็นที่พำนักของตระกูลมาเอดะมากว่า 280 ปี จุดเด่นคือกำแพงหินหลายรูปแบบที่สร้างต่างยุคกัน และกระเบื้องหลังคาสีขาวที่ทำจากตะกั่ว พื้นที่สวนปราสาทเข้าชมได้ฟรี ส่วนอาคารประวัติศาสตร์บางส่วนอย่าง Hishiyagura และ Gojikken Nagaya ต้องซื้อตั๋วเข้าชมแยก
ตลาดสดเก่าแก่ที่สุดของคานาซาวะ เปิดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ได้ชื่อว่าเป็น “ครัวของคานาซาวะ” เพราะเมืองนี้ติดทะเลญี่ปุ่นที่มีกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นมาบรรจบกัน ทำให้ปลาและอาหารทะเลสดและหลากหลายมาก
เดินชิมไคเซ็นด้งหรือซูชิหน้าทะเลสดในตลาดได้เลย แนะนำให้ไปช่วงเช้าก่อนเที่ยงเพื่อเลี่ยงความแน่นของนักท่องเที่ยว
ย่านโรงน้ำชาเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในคานาซาวะ ยังคงอนุรักษ์บรรยากาศสมัยเอโดะไว้ได้สมบูรณ์ อาคารไม้สองชั้นเรียงรายตลอดถนน
ภายในมีร้านขายของที่ระลึก ร้านชา และจุดเช็กอินไอศกรีมทองคำเปลว เพราะคานาซาวะคือแหล่งผลิตทองคำเปลวที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เดินเล่นชิลๆ ได้บรรยากาศญี่ปุ่นโบราณแบบเข้มข้น
ชุมชนเก่าที่ครั้งหนึ่งเป็นที่อยู่ของซามูไรระดับกลางในสมัยเอโดะ มีกำแพงดินสีเหลืองทองเรียงตามตรอกซอกซอย ภายในย่านมีบ้านซามูไรโนมูระที่เปิดให้เข้าชมพร้อมสวนญี่ปุ่นขนาดเล็กที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตซามูไรแบบใกล้ชิด
พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เปิดในปี 2004 ตั้งอยู่ใกล้สวนเคนโรคุเอ็นเพียงไม่กี่ก้าว จุดเด่นที่โด่งดังระดับโลกคือผลงาน “Swimming Pool” สระน้ำใสที่สร้างภาพลวงตาให้คนด้านบนดูเหมือนยืนอยู่ใต้น้ำ เป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวต่อแถวกันยาว เหมาะกับคนที่ชอบงานศิลปะสมัยใหม่และสถาปัตยกรรมแปลกตา

สถานี Kanazawa เป็นจุดลงชินคันเซ็นและศูนย์กลางรถบัสทุกสาย ตัวสถานีเองก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นด้วยประตูไม้ Tsuzumi-mon ขนาดยักษ์ ที่พักย่านนี้เหมาะกับคนที่อยากเดินทางสะดวกทั้งขาเข้าและขาออกเมือง รวมถึงไม่ต้องลากกระเป๋าไกล
อยู่ระหว่างตลาดโอมิโจกับสวนเคนโรคุเอ็น เดินไปแหล่งท่องเที่ยวหลักได้สะดวกแทบทุกจุด ทั้งฮิงาชิชายะ ปราสาทคานาซาวะ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย ย่านนี้มีห้างสรรพสินค้าอย่าง Daimaru Korinbo ให้ช้อปปิ้งด้วย เหมาะกับคนที่อยากเดินเที่ยวเป็นหลักโดยไม่ต้องพึ่งรถบัสบ่อย
คานาซาวะติดทะเลญี่ปุ่นที่มีกระแสน้ำอุ่นและเย็นมาบรรจบกัน ทำให้อาหารทะเลที่นี่สดและหลากหลายเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่น (25 กรกฎาคม 2023) [3]
ข้าวหน้าอาหารทะเลสดที่ต้องลองในตลาดโอมิโจ เพราะวัตถุดิบมาจากเรือประมงท้องถิ่นโดยตรง ราคาย่อมเยากว่าตลาดในเมืองใหญ่มาก แต่คุณภาพไม่แพ้กัน ฤดูหนาวแนะนำให้ลองปูหิมะที่ขึ้นชื่อของแถบนี้

แกงกะหรี่ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน น้ำแกงสีเข้มเกือบดำใส่คาราเมล เสิร์ฟในชามสเตนเลสทรงรี ราดบนข้าวที่คลุมด้วยกะหล่ำปลีซอยและหมูทอดชุบเกล็ดขนมปัง กินด้วยช้อนปลายเป็นซี่คล้ายส้อมที่ตักข้าวและจิ้มหมูทอดได้ในคราวเดียว ร้านต้นตำรับคือ Champion’s Curry มีสาขาอยู่หลายจุดในเมือง
อาหารสไตล์ตะวันตกที่คิดค้นขึ้นในคานาซาวะ หน้าตาคล้ายข้าวห่อไข่ แต่ด้านในเป็นข้าวผัดซอสมะเขือเทศคลุกเนย ด้านบนโปะกุ้งทอดชุบเกล็ดขนมปังราดซอสทาร์ทาร์ ชื่อ “ฮันตง” มาจากคำว่าฮังการีผสมคำว่าปลาทูน่าในภาษาฮังการี ถือเป็นเมนูที่หาทานยากนอกเมืองคานาซาวะ
อาหารดั้งเดิมของแถบคางะ เป็นซุปเป็ดหรือไก่ตุ๋นในน้ำซุปดาชิข้นเล็กน้อยจากแป้งที่คลุกเนื้อก่อนตุ๋น เสิร์ฟพร้อมเห็ดและผักตามฤดูกาล รสชาตินวลละมุนต่างจากอาหารรสจัดของภูมิภาคอื่น เหมาะกับคนที่อยากลองอาหารคางะแบบดั้งเดิม
คานาซาวะผลิตทองคำเปลวเกือบทั้งหมดของญี่ปุ่น เมนูซิกเนเจอร์ที่ถ่ายรูปลงโซเชียลแล้วสวยที่สุดคือไอศกรีมซอฟต์ครีมที่หุ้มด้วยแผ่นทองคำเปลวทั้งแผ่น ร้านที่แนะนำคือ Hakuichi ในย่านฮิงาชิชายะ รสชาติหวานละมุนแบบไอศกรีมทั่วไป แต่ความว้าวอยู่ที่ภาพและประสบการณ์

สำหรับเที่ยวจุดสำคัญครบทุกที่ 1 วันเต็มก็พอ แต่ถ้าอยากเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ ชิมอาหารท้องถิ่นครบ และเผื่อเวลาเดินย่านเก่าให้สบายๆ ควรเผื่อเป็น 2 วัน 1 คืน
นั่งชินคันเซ็นสายโฮคุริคุจากโตเกียวใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนจากเกียวโตนั่งรถไฟ Thunderbird ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งสองเส้นทางนั่งรถไฟเที่ยวเดียวถึงโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
ถ้าเดินทางในเมืองอย่างเดียว แนะนำ Hokutetsu One Day Pass ราคา 500 เยน ใช้ขึ้นรถบัสในเมืองได้ไม่จำกัดรอบ ส่วนถ้าวางแผนเดินทางจากโตเกียวหรือต่อไปเที่ยวโฮคุริคุหลายเมือง ควรพิจารณา JR Pass แบบครอบคลุมภูมิภาคโฮคุริคุ
ไม่มี การเดินทางในเมืองหลักๆ ใช้รถบัสวนรอบเมืองและการเดิน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ในระยะที่เดินถึงกันได้
ฤดูใบไม้ผลิช่วงปลายมีนาคมถึงเมษายนสำหรับซากุระรอบปราสาทและสวนเคนโรคุเอ็น และฤดูหนาวช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์สำหรับหิมะและเทคนิคยูกิซึริที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนเคนโรคุเอ็น

