
เที่ยวคินุกาวะออนเซ็น 2026 หุบเขาน้ำพุร้อนใกล้นิกโก ที่เงียบสงบกว่าโตเกียวแค่สองชั่วโมง
- เฮียเกา
- 13 views

คินุกาวะออนเซ็น (Kinugawa Onsen) คือเมืองออนเซ็นริมแม่น้ำคินุกาวะในจังหวัดโทชิงิ ตั้งอยู่ในหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันและป่าไม้เขียวขจี เพียง 25 นาทีจากนิกโกที่ขึ้นชื่อเรื่องศาลเจ้าโทโชกุ ทำให้คินุกาวะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับทำทริปที่ได้ทั้งมรดกโลกและออนเซ็น
จุดเด่นของคินุกาวะคือน้ำแร่ประเภทโซเดียมคาร์บอเนตที่อ่อนนุ่มต่อผิว เรียกกันในหมู่คนท้องถิ่นว่า “น้ำแร่ความงาม” บวกกับบรรยากาศหุบเขาที่ต้นไม้ปิดล้อมรอบด้านให้ความรู้สึกโอบล้อมแตกต่างจากออนเซ็นเมืองใหญ่ บทความนี้รวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนไป เที่ยวคินุกาวะออนเซ็น 2026
คินุกาวะออนเซ็นตั้งอยู่ในอำเภอนิกโก จังหวัดโทชิงิ ห่างจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมงโดยรถไฟ และอยู่ในเส้นทางเดียวกับนิกโก ทำให้เหมาะมากสำหรับทริปที่รวมทั้งสองจุดเข้าด้วยกัน
เหมาะกับคู่รักและครอบครัวที่อยากพักค้างคืนในเรียวกังพร้อมออนเซ็นริมหุบเขา คนที่ต้องการออนเซ็นแบบเงียบสงบและส่วนตัวกว่าออนเซ็นในเมืองใหญ่ และนักท่องเที่ยวที่ต้องการต่อทริปจากนิกโกโดยไม่กลับโตเกียว
นั่งรถไฟ Tobu Limited Express Revaty จากสถานีอาซากุซะตรงไปสถานี Kinugawa Onsen ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 2,720 เยน เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดเพราะไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
ถ้าถือ Tobu Nikko-Kinugawa Pass สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ราคา 4,000 เยน ครอบคลุมรถไฟไป-กลับโตเกียว-คินุกาวะ พร้อมรถบัสในพื้นที่ไม่จำกัดรอบ คุ้มมากถ้าวางแผนเที่ยวทั้งนิกโกและคินุกาวะในทริปเดียวกัน (8 มีนาคม 2017) [1]

นั่งรถไฟ Tobu Kinugawa Line จากสถานี Shimo-Imaichi ใช้เวลาประมาณ 25-30 นาที เส้นทางนี้เชื่อมสองจุดท่องเที่ยวหลักของภูมิภาคโทชิงิได้สะดวกที่สุด เหมาะสำหรับคนที่วางแผนเที่ยวนิกโกในช่วงกลางวันแล้วมาค้างคืนที่คินุกาวะ
ย่านออนเซ็นหลักอยู่รอบสถานี Kinugawa Onsen และ Kinugawa-Koen เรียวกังส่วนใหญ่อยู่ในระยะเดิน 10-20 นาทีจากสถานี สำหรับคนที่ต้องการไปจุดท่องเที่ยวไกลออกไปอย่างสวนโทบุ วิลด์ ซาฟารี มีรถบัสและรถแท็กซีให้บริการ
หน้าผาหินสีแดงและน้ำเงินสลับกันสูงกว่า 100 เมตรสองข้างแม่น้ำคินุกาวะ เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่ทรงพลังที่สุดของพื้นที่นี้ มีเส้นทางเดินริมแม่น้ำและสะพานแขวนข้ามหุบเขา ช่วงใบไม้ร่วงสีแดงเหลืองบนหน้าผาเป็นภาพที่หาชมไม่ได้ที่อื่น (22 กุมภาพันธ์ 2024) [2]
กิจกรรมยอดนิยมสำหรับฤดูร้อนและต้นฤดูใบไม้ร่วง นั่งแพไม้ไผ่ดั้งเดิมล่องผ่านหุบเขาพร้อมชมหน้าผาสูงชันสองข้างทาง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีทั้งแบบ slow ride สบายๆ และแบบ rapid ride ที่ต้องกรรเชียงผ่านน้ำเชี่ยว จัดโดยบริษัท Nikko Kinugawa Kanko ราคาประมาณ 2,000 เยน
สวนสัตว์แบบซาฟารีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคคันโต นั่งรถยนต์ขับเข้าไปให้สิงโต เสือ หมี และสัตว์ป่าอื่นๆ เดินเข้ามาใกล้ถึงข้างรถ เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก อยู่ห่างจากสถานีคินุกาวะออนเซ็นประมาณ 5 กิโลเมตร นั่งรถบัสประมาณ 15 นาที (23 ธันวาคม 2021) [3]

ถ้ำธรรมชาติในหุบเขาที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศาตลอดทั้งปี เดินสำรวจได้ในเวลาประมาณ 30 นาที เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่โดยไม่ต้องบินไปต่างประเทศ เปิดตามฤดูกาล ควรเช็กก่อนไป
เรียวกังขนาดกลางถึงใหญ่กระจุกอยู่รอบสถานีหลัก มีทั้งเรียวกังดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่นและโรงแรมสมัยใหม่ หลายแห่งมีออนเซ็นกลางแจ้งริมหุบเขาที่มองเห็นหน้าผาและป่าไม้โดยตรง เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์ครบวงจรในที่เดียว
ย่านที่เงียบสงบกว่าและมีเรียวกังขนาดเล็กและบูทีคมากกว่า เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัว บางแห่งมีออนเซ็นในห้องพักแบบส่วนตัว (貸切風呂) ให้จองใช้แบบไม่มีคนอื่น
ไฮไลต์การกินที่คินุกาวะส่วนใหญ่อยู่ในมื้อเย็นไคเซกิของเรียวกัง ใช้วัตถุดิบสดจากภูมิภาคโทชิงิทั้งปลาแม่น้ำ เห็ดป่า และผักตามฤดูกาล เสิร์ฟเป็นคอร์สหลายจานในบรรยากาศห้องพักสไตล์ญี่ปุ่น

ร้านของฝากในย่านออนเซ็นมักมีสาเกและสุราท้องถิ่นจากโรงผลิตในจังหวัดโทชิงิ รวมถึงของดองผักและขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ผลิตจากน้ำแร่ออนเซ็น ซื้อเป็นของฝากกลับได้ไม่แพง
ร้านราเมนและอาหารท้องถิ่นในย่านสถานีมีเมนูที่ใช้วัตถุดิบจากภูมิภาค เช่น ซอสโชยุสไตล์โทชิงิ เนื้อหมูท้องถิ่น และผักสดจากภูเขา เหมาะสำหรับมื้อกลางวันก่อนกลับโตเกียวหรือต่อไปนิกโก
1-2 วันก็ครบแล้ว แนะนำให้ค้างคืน 1 คืนเพื่อได้แช่ออนเซ็นตอนเช้าและเย็น แล้วต่อไปหรือมาจากนิกโกในวันอื่น
นั่งรถไฟ Tobu Limited Express ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจากสถานีอาซากุซะ เหมาะทำเป็นทริปพักค้างคืน 1-2 คืนจากโตเกียว

นิกโกเน้นมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ ศาลเจ้า และธรรมชาติขนาดใหญ่ ส่วนคินุกาวะเน้นออนเซ็น พักผ่อน และกิจกรรมในหุบเขา ทั้งสองเมืองอยู่ใกล้กันมากและเติมเต็มกันได้ลงตัวในทริปเดียว
น้ำแร่ที่คินุกาวะเป็นประเภทโซเดียมคาร์บอเนต มีฤทธิ์อ่อนๆ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย คนท้องถิ่นเรียกว่า “น้ำแร่ความงาม” เพราะเชื่อว่าช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ต่างจากน้ำแร่กำมะถันที่มีกลิ่นฉุนอย่างที่โนโบริเบตสุหรือคุซาสึ
มีล่องแพแม่น้ำ เดินเส้นทางริมหุบเขา สวนสัตว์โทบุ วิลด์ ซาฟารี และถ้ำน้ำแข็ง ครบพอสำหรับทำกิจกรรมเต็มวันโดยไม่ต้องออกไปนอกพื้นที่

