เที่ยวนาโกย่า 2026 ครบทุกเรื่อง ที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก และวิธีเดินทางฉบับล่าสุด

เที่ยวนาโกย่า 2026

นาโกย่า (Nagoya) คือเมืองใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ระหว่างโตเกียวกับโอซาก้าในภูมิภาคชูบุ หลายคนมองว่าเป็นแค่เมืองผ่านสำหรับต่อรถไปทาคายาม่าหรือชิราคาวาโกะ แต่ความจริงแล้วนาโกย่ามีของดีในตัวเองเพียบ

ทั้งปราสาทเก่าแก่ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศ สวนสนุกธีมจิบลิที่ไม่เหมือนใคร และอาหารท้องถิ่นรสจัดที่หาทานที่อื่นไม่ได้ ใครกำลังวางแผนทริปญี่ปุ่นแล้วอยากแวะเมืองที่ไม่วุ่นวายเท่าโตเกียว แต่ก็ไม่เงียบจนน่าเบื่อ นาโกย่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

บทความนี้รวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนไปนาโกย่า เที่ยวนาโกย่า 2026 ตั้งแต่วิธีเดินทาง ที่เที่ยวเด็ด ที่พักแนะนำ อาหารขึ้นชื่อ ไปจนถึงคำถามที่คนถามกันบ่อย อ่านจบแพลนทริปได้เลยไม่ต้องเปิดหาที่อื่นเพิ่ม

ทำความรู้จักนาโกย่าก่อนออกเดินทาง

นาโกย่าอยู่ที่ไหน เหมาะกับใคร

นาโกย่าเป็นเมืองหลวงของจังหวัดไอจิ อยู่กึ่งกลางระหว่างโตเกียวกับโอซาก้าพอดี ใช้เวลานั่งชินคันเซ็นจากทั้งสองเมืองนี้ราว 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง

ด้วยทำเลแบบนี้นาโกย่าจึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำทริปวนญี่ปุ่นกลาง เช่น โตเกียว-นาโกย่า-เกียวโต-โอซาก้า หรือใครจะแวะนาโกย่าเป็นจุดพักก่อนต่อไปทาคายาม่าและชิราคาวาโกะก็สะดวก

ตัวเมืองมีจุดเด่นที่การผสมความเป็นอุตสาหกรรม (บ้านโตโยต้า) เข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม คนที่ชอบประวัติศาสตร์ ปราสาท ศาลเจ้า จะถูกใจไม่น้อย ส่วนครอบครัวที่มีเด็กก็มีตัวเลือกอย่างเลโก้แลนด์และจิบลิพาร์คให้เลือกเที่ยวด้วย

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวนาโกย่า

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.) อุณหภูมิราว 9-25 องศา ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนซากุระจะบานรอบปราสาทนาโกย่า เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวแน่นที่สุด ควรจองที่พักล่วงหน้า
  • ฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) อากาศร้อนอบอ้าวถึง 33 องศา ฝนตกชุกช่วงปลายฤดู เหมาะกับคนที่ทนร้อนได้และอยากเลี่ยงโลว์ซีซันราคาตั๋วถูก
  • ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) อากาศเย็นสบายที่สุดของปี ใบไม้เปลี่ยนสีสวยทั้งเมือง จุดแนะนำคือหุบเขาโครังเกที่มีต้นเมเปิ้ลกว่า 4,000 ต้น
  • ฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) หนาวแต่ไม่สุดขั้วเท่าโทโฮคุหรือฮอกไกโด เหมาะกับคนที่อยากหลีกหนีฝูงคน ราคาที่พักมักถูกลง

วิธีเดินทางไปนาโกย่า

เดินทางจากสนามบินชูบุเซ็นแทรร์เข้าเมือง

สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ (Centrair) คือประตูสู่นาโกย่าโดยตรง มีรถไฟสาย Meitetsu เพียงสายเดียวที่วิ่งเชื่อมสนามบินกับสถานี Meitetsu Nagoya ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน แบ่งเป็น 3 ระดับ

  • μ-SKY (มิวสกาย) รถด่วนพิเศษที่เร็วที่สุด ใช้เวลาประมาณ 28 นาที ค่าโดยสารรวมที่นั่งจองล่วงหน้าราว 1,250 เยน เหมาะกับคนที่อยากเข้าเมืองไวที่สุด
  • Limited Express ไม่ต้องจ่ายค่าที่นั่งเพิ่ม ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
  • Semi Express ราคาประหยัดที่สุด แต่จอดหลายสถานี ใช้เวลาประมาณ 48 นาที


ใครสัมภาระเยอะหรือไม่อยากต่อรถ มีรถบัส Centrair Limousine วิ่งตรงไปยังจุดสำคัญในเมืองอย่างสถานีนาโกย่า ซากาเอะ และคานายามะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

ศาลเจ้าอัตสึตะ

เดินทางจากโตเกียว เกียวโต โอซาก้า ด้วยชินคันเซ็น

นาโกย่าเป็นสถานีจอดหลักของสาย Tokaido Shinkansen ทำให้เดินทางมาจากเมืองใหญ่ได้สะดวกมาก

  • จากโตเกียว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
  • จากเกียวโต ใช้เวลาประมาณ 35-40 นาที
  • จากโอซาก้า (ชินโอซาก้า) ใช้เวลาประมาณ 50 นาที

ถ้าถือ JR Pass แบบทั่วประเทศหรือพาสภูมิภาคชูบุ-คันไซ ก็ใช้ขึ้นชินคันเซ็นมานาโกย่าได้เลยโดยไม่ต้องซื้อตั๋วเพิ่ม

เดินทางภายในเมืองนาโกย่า

ระบบขนส่งในเมืองมีรถไฟใต้ดิน 6 สาย (Higashiyama, Meijo, Meiko, Tsurumai, Sakura-dori, Kamiiida) ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวหลักเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี

  • บัตร Donichi Eco Ticket หรือบัตรเดย์พาสรถไฟใต้ดิน+รถบัสรวมเมกุรุ ราคาประมาณ 620 เยนต่อวัน คุ้มมากถ้าวันนั้นเดินทางหลายจุด
  • รถบัส Me~guru Nagoya Sightseeing Route Bus วิ่งวนรอบสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญใจกลางเมือง ออกจากสถานีนาโกย่าทุก 30 นาที ค่าโดยสารเที่ยวละ 210 เยน หรือซื้อ One-Day Pass 500 เยน ใช้ขึ้นได้ไม่อั้นทั้งวัน (หยุดวิ่งทุกวันจันทร์)

ที่เที่ยวนาโกย่าห้ามพลาด

ปราสาทนาโกย่า

แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของเมือง สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ จุดเด่นคือรูปปั้นปลาทองชาชิโฮโกะบนยอดหลังคา และพระราชวังฮอนมารุที่ได้รับการบูรณะใหม่ให้เห็นความหรูหราของตระกูลโทคุงาวะ (27 มกราคม 2026) [1]

ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนจะมีซากุระกว่า 1,000 ต้นบานรอบปราสาท เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดของนาโกย่าในฤดูนั้น

  • ที่อยู่: 1-1 Honmaru, Naka-ku, Nagoya
  • เวลาเปิด-ปิด: 9:00-16:30 (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:00)
  • ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็กมัธยมต้นลงไปเข้าฟรี
  • การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย Meijo ลงสถานี Shiyakusho เดินประมาณ 5 นาทีจากทางออกที่ 7

ศาลเจ้าอัตสึตะ

หนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น เป็นที่เก็บรักษาดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ หนึ่งในสามสมบัติของจักรพรรดิ บรรยากาศภายในร่มรื่นด้วยต้นการบูรอายุนับร้อยปี เดินเงียบสงบสวนทางกับความวุ่นวายในเมือง

เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสฝั่งจิตวิญญาณของญี่ปุ่นแบบเข้มข้น ใกล้กับศาลเจ้ามีร้าน Atsuta Houraiken สาขาดั้งเดิมของเมนูฮิตสึมาบุชิ แวะกินต่อได้เลยในทริปเดียว

ย่านโอสุ

ย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ที่ผสมวัดเก่าอย่างโอสุคันนอนเข้ากับร้านซับคัลเจอร์ ฟิกเกอร์ การ์ตูน และเมดคาเฟ่ ระดับใกล้เคียงอากิฮาบาระ เดินช้อปได้ทั้งวันไม่เบื่อ ของกินสตรีทฟู้ดก็เพียบ ลองชิมขนมอุยโรที่ร้านโอสุอุยโรหรือเกาลัดหวานที่ร้านอิมาอิ โซฮงเกะ ถือเป็นย่านที่รวมทุกอย่างของนาโกย่าไว้ในที่เดียว

ย่านโอสุ

MIRAI TOWER และ Oasis 21

หอคอยส่งสัญญาณโทรทัศน์แห่งแรกของญี่ปุ่น เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1954 ตั้งอยู่ใจกลางย่านซากาเอะ ความสูง 180 เมตร ขึ้นไปชมวิวเมืองได้แบบ 360 องศา

แนะนำให้ไปช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกเพื่อเก็บภาพทั้งแสงธรรมชาติและไฟกลางคืนในรอบเดียว ใกล้กันคือ Oasis 21 อาคารกระจกรูปวงรีที่มีน้ำไหลบนหลังคา เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมยามค่ำคืน (25 กันยายน 2025) [2]

  • ค่าเข้า MIRAI TOWER: 700 เยนต่อคน
  • เวลาเปิด-ปิด: 10:00-22:00 น.

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองนาโกย่า

พิพิธภัณฑ์ที่มีท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมห้องทดลองที่จำลองความหนาว -30 องศาให้สัมผัสแสงเหนือแบบไม่ต้องบินไปไอซ์แลนด์ และโซนจำลองพายุทอร์นาโดสูง 9 เมตร เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก หรือใครที่ชอบงานสถาปัตยกรรมล้ำอนาคต (13 พฤศจิกายน 2025) [3]

  • ค่าเข้า (ตั๋วรวมพิพิธภัณฑ์และท้องฟ้าจำลอง): ผู้ใหญ่ 800 เยน
  • เวลาเปิด-ปิด: 9:30-17:00 น.
  • การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย Higashiyama หรือ Tsurumai ลงสถานี Fushimi เดินต่อ 5-10 นาที

จิบลิพาร์คและเลโก้แลนด์ เจแปน

ถ้ามีเวลาเผื่อไว้อีกครึ่งวันถึงหนึ่งวัน สองสวนสนุกนี้คุ้มค่าการเดินทางมาก จิบลิพาร์คคือธีมพาร์คที่จำลองโลกจากผลงานสตูดิโอจิบลิ แบ่งเป็นหลายโซน ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ Aichi Expo Memorial Park

ส่วนเลโก้แลนด์ เจแปนเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ทั้งสองแห่งเดินทางจากตัวเมืองด้วยรถไฟใต้ดินต่อรถไฟ Linimo ได้ไม่ยาก

  • ค่าเข้าจิบลิพาร์ค (โซน Grand Warehouse วันธรรมดา): ผู้ใหญ่ 2,000 เยน
  • เวลาเปิด-ปิด: 10:00-17:00 น. (ปิดวันอังคาร)

สวนโทคุงาวะเอ็น

สวนญี่ปุ่นสไตล์ไดเมียวยุคเอโดะ มีทางเดินรอบสระน้ำกลางสวน ธารน้ำไหลผ่านโขดหินก่อนลงสู่สระใหญ่ที่จำลองภาพมหาสมุทร บรรยากาศสงบ เหมาะกับคนที่อยากพักจากความวุ่นวายของเมือง อยู่ห่างจากปราสาทนาโกย่าไม่ไกล นั่งรถบัสต่อจากปราสาทประมาณ 10 นาทีก็ถึง

ที่พักในนาโกย่า ควรเลือกย่านไหน

ย่านสถานีนาโกย่า (เมเอกิ)

ย่านที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟ JR ชินคันเซ็น และ Meitetsu จากสนามบินมาลงตรงนี้พอดี รอบสถานีมีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และโรงแรมทุกระดับราคาให้เลือก เหมาะกับคนที่อยากเดินทางไปต่อเมืองอื่นสะดวก หรือไม่อยากเดินทางไกลจากจุดลงเครื่อง/ลงรถไฟ

ย่านซากาเอะ

ย่านใจกลางเมืองที่คึกคักด้วยห้างสรรพสินค้า บาร์ ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน อยู่ใกล้ MIRAI TOWER และ Oasis 21 เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นตอนกลางคืนหรือชอบบรรยากาศคนเมือง

ที่พักในย่านนี้มักราคาคุ้มกว่าโซนเมเอกิเล็กน้อย แต่เดินทางเข้าออกเมืองยังสะดวก เพราะมีรถไฟใต้ดินผ่านหลายสาย

กินอะไรดีที่นาโกย่า (นาโกย่าเมชิ)

อาหารท้องถิ่นของนาโกย่ามีจุดเด่นที่รสชาติเข้มข้นและปริมาณจุใจ เรียกรวมกันว่า “นาโกย่าเมชิ” ลองให้ครบทุกเมนูแล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนท้องถิ่นถึงหลงรักรสจัดแบบนี้

ฮิตสึมาบุชิ

ข้าวหน้าปลาไหลย่างสไตล์นาโกย่า จุดต่างจากข้าวหน้าปลาไหลทั่วไปคือวิธีกิน 3 แบบในชามเดียว กินแบบปกติ กินคู่เครื่องเคียงอย่างวาซาบิและต้นหอม และราดน้ำซุปดาชิให้กลายเป็นข้าวต้มรสเข้มข้น ร้านต้นตำรับที่แนะนำคือ Atsuta Houraiken ใกล้ศาลเจ้าอัตสึตะ

ฮิตสึมาบุชิ

มิโซะคัตสึ

หมูทอดราดซอสมิโซะแดงรสเข้มข้น ต้นกำเนิดมาจากร้าน Yabaton ที่มีสาขาสะดวกอยู่ในสถานีนาโกย่าและสนามบินเซ็นแทรร์ เมนูเด่นคือหมูทอดชิ้นใหญ่ที่เรียกกันว่าหมูทอดรองเท้าแตะ

เทบาซากิ

ปีกไก่ทอดสไตล์นาโกย่า ทอดสองรอบให้กรอบนอกนุ่มใน คลุกซอสรสเผ็ดหวานโรยพริกไทย กินคู่เบียร์เย็นๆ อร่อยจนหยุดไม่ได้ ร้านดังที่คนท้องถิ่นแนะนำคือ Furaibo และ Sekai no Yamachan

คิชิเมงและมิโซะนิโคมิอุด้ง

คิชิเมงคือเส้นบะหมี่แบนในซุปดาชิรสโชยุหอมปลาคัตสึโอะ ส่วนมิโซะนิโคมิอุด้งคือเส้นอุด้งต้มในหม้อดินเผาด้วยฮัตโจมิโซะ มิโซะรสเข้มข้นเฉพาะของจังหวัดไอจิที่หมักนานกว่ามิโซะภูมิภาคอื่น ยิ่งต้มนานยิ่งเข้มข้น เหมาะกับวันที่อากาศหนาว

เคล็ดลับการเที่ยวนาโกย่าให้คุ้มที่สุด

  • ซื้อบัตรเดย์พาสรถไฟใต้ดินถ้าวันนั้นวางแผนเที่ยวหลายจุด จะคุ้มกว่าซื้อตั๋วเที่ยวเดียวทีละครั้ง
  • จองตั๋วจิบลิพาร์คล่วงหน้าทางออนไลน์ เพราะจำนวนผู้เข้าชมต่อวันถูกจำกัด โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว
  • ถ้าตั้งใจไปปราสาทนาโกย่าช่วงซากุระ ควรไปให้เร็วที่สุดในตอนเช้าเพื่อเลี่ยงฝูงคน และเตรียมเสื้อกันหนาวเผื่ออากาศเย็นยามเช้า-เย็น
  • ย่านโอสุเหมาะกับเดินเล่นแบบไม่มีแพลน เผื่อเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวันจะคุ้มกว่า
  • ถ้ามีแพลนต่อไปทาคายาม่าหรือชิราคาวาโกะ นาโกย่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สะดวกกว่าการต่อรถจากโตเกียวหรือโอซาก้ามาก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวนาโกย่า

เที่ยวนาโกย่ากี่วันถึงจะพอ

สำหรับการเที่ยวเมืองหลักครบทุกจุดสำคัญ 2 วัน 1 คืนถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าอยากรวมจิบลิพาร์คหรือเลโก้แลนด์ด้วย ควรเผื่อเวลาเป็น 3 วัน 2 คืนจะสบายกว่า

นาโกย่าห่างจากโตเกียวและโอซาก้ากี่ชั่วโมง

นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ส่วนจากโอซาก้า (ชินโอซาก้า) ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ถือว่าอยู่กึ่งกลางพอดีระหว่างสองเมืองใหญ่

ไปนาโกย่าควรซื้อบัตรโดยสารแบบไหน

ถ้าเดินทางในเมืองอย่างเดียวแนะนำบัตรเดย์พาสรถไฟใต้ดินรวมรถบัสเมกุรุ ราคาประมาณ 620 เยนต่อวัน ส่วนถ้าวางแผนเดินทางข้ามเมืองหลายจุดในทริปเดียว ควรพิจารณา JR Pass หรือพาสภูมิภาคที่ครอบคลุมนาโกย่าด้วย

นาโกย่าเหมาะกับการพาเด็กไปเที่ยวไหม

เหมาะมาก เพราะมีทั้งเลโก้แลนด์ เจแปน จิบลิพาร์ค และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่มีท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ เป็นกิจกรรมที่เด็กชอบและผู้ใหญ่ก็เพลิดเพลินได้

ฤดูไหนเที่ยวนาโกย่าสวยที่สุด

ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนสำหรับซากุระรอบปราสาทนาโกย่า และช่วงพฤศจิกายนสำหรับใบไม้เปลี่ยนสีที่หุบเขาโครังเก ทั้งสองช่วงนี้นักท่องเที่ยวหนาแน่น ควรจองที่พักและตั๋วล่วงหน้า

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง