
เที่ยวนาโกย่า 2026 ครบทุกเรื่อง ที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก และวิธีเดินทางฉบับล่าสุด
- เฮียเกา
- 13 views

นาโกย่า (Nagoya) คือเมืองใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ระหว่างโตเกียวกับโอซาก้าในภูมิภาคชูบุ หลายคนมองว่าเป็นแค่เมืองผ่านสำหรับต่อรถไปทาคายาม่าหรือชิราคาวาโกะ แต่ความจริงแล้วนาโกย่ามีของดีในตัวเองเพียบ
ทั้งปราสาทเก่าแก่ ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศ สวนสนุกธีมจิบลิที่ไม่เหมือนใคร และอาหารท้องถิ่นรสจัดที่หาทานที่อื่นไม่ได้ ใครกำลังวางแผนทริปญี่ปุ่นแล้วอยากแวะเมืองที่ไม่วุ่นวายเท่าโตเกียว แต่ก็ไม่เงียบจนน่าเบื่อ นาโกย่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว
บทความนี้รวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนไปนาโกย่า เที่ยวนาโกย่า 2026 ตั้งแต่วิธีเดินทาง ที่เที่ยวเด็ด ที่พักแนะนำ อาหารขึ้นชื่อ ไปจนถึงคำถามที่คนถามกันบ่อย อ่านจบแพลนทริปได้เลยไม่ต้องเปิดหาที่อื่นเพิ่ม
นาโกย่าเป็นเมืองหลวงของจังหวัดไอจิ อยู่กึ่งกลางระหว่างโตเกียวกับโอซาก้าพอดี ใช้เวลานั่งชินคันเซ็นจากทั้งสองเมืองนี้ราว 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง
ด้วยทำเลแบบนี้นาโกย่าจึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากทำทริปวนญี่ปุ่นกลาง เช่น โตเกียว-นาโกย่า-เกียวโต-โอซาก้า หรือใครจะแวะนาโกย่าเป็นจุดพักก่อนต่อไปทาคายาม่าและชิราคาวาโกะก็สะดวก
ตัวเมืองมีจุดเด่นที่การผสมความเป็นอุตสาหกรรม (บ้านโตโยต้า) เข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม คนที่ชอบประวัติศาสตร์ ปราสาท ศาลเจ้า จะถูกใจไม่น้อย ส่วนครอบครัวที่มีเด็กก็มีตัวเลือกอย่างเลโก้แลนด์และจิบลิพาร์คให้เลือกเที่ยวด้วย
สนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ (Centrair) คือประตูสู่นาโกย่าโดยตรง มีรถไฟสาย Meitetsu เพียงสายเดียวที่วิ่งเชื่อมสนามบินกับสถานี Meitetsu Nagoya ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน แบ่งเป็น 3 ระดับ
ใครสัมภาระเยอะหรือไม่อยากต่อรถ มีรถบัส Centrair Limousine วิ่งตรงไปยังจุดสำคัญในเมืองอย่างสถานีนาโกย่า ซากาเอะ และคานายามะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที

นาโกย่าเป็นสถานีจอดหลักของสาย Tokaido Shinkansen ทำให้เดินทางมาจากเมืองใหญ่ได้สะดวกมาก
ถ้าถือ JR Pass แบบทั่วประเทศหรือพาสภูมิภาคชูบุ-คันไซ ก็ใช้ขึ้นชินคันเซ็นมานาโกย่าได้เลยโดยไม่ต้องซื้อตั๋วเพิ่ม
ระบบขนส่งในเมืองมีรถไฟใต้ดิน 6 สาย (Higashiyama, Meijo, Meiko, Tsurumai, Sakura-dori, Kamiiida) ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวหลักเกือบทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี
แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของเมือง สร้างขึ้นในสมัยเอโดะ จุดเด่นคือรูปปั้นปลาทองชาชิโฮโกะบนยอดหลังคา และพระราชวังฮอนมารุที่ได้รับการบูรณะใหม่ให้เห็นความหรูหราของตระกูลโทคุงาวะ (27 มกราคม 2026) [1]
ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนจะมีซากุระกว่า 1,000 ต้นบานรอบปราสาท เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดของนาโกย่าในฤดูนั้น
หนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น เป็นที่เก็บรักษาดาบศักดิ์สิทธิ์คุซานางิ หนึ่งในสามสมบัติของจักรพรรดิ บรรยากาศภายในร่มรื่นด้วยต้นการบูรอายุนับร้อยปี เดินเงียบสงบสวนทางกับความวุ่นวายในเมือง
เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสฝั่งจิตวิญญาณของญี่ปุ่นแบบเข้มข้น ใกล้กับศาลเจ้ามีร้าน Atsuta Houraiken สาขาดั้งเดิมของเมนูฮิตสึมาบุชิ แวะกินต่อได้เลยในทริปเดียว
ย่านช้อปปิ้งเก่าแก่ที่ผสมวัดเก่าอย่างโอสุคันนอนเข้ากับร้านซับคัลเจอร์ ฟิกเกอร์ การ์ตูน และเมดคาเฟ่ ระดับใกล้เคียงอากิฮาบาระ เดินช้อปได้ทั้งวันไม่เบื่อ ของกินสตรีทฟู้ดก็เพียบ ลองชิมขนมอุยโรที่ร้านโอสุอุยโรหรือเกาลัดหวานที่ร้านอิมาอิ โซฮงเกะ ถือเป็นย่านที่รวมทุกอย่างของนาโกย่าไว้ในที่เดียว

หอคอยส่งสัญญาณโทรทัศน์แห่งแรกของญี่ปุ่น เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1954 ตั้งอยู่ใจกลางย่านซากาเอะ ความสูง 180 เมตร ขึ้นไปชมวิวเมืองได้แบบ 360 องศา
แนะนำให้ไปช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกเพื่อเก็บภาพทั้งแสงธรรมชาติและไฟกลางคืนในรอบเดียว ใกล้กันคือ Oasis 21 อาคารกระจกรูปวงรีที่มีน้ำไหลบนหลังคา เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมยามค่ำคืน (25 กันยายน 2025) [2]
พิพิธภัณฑ์ที่มีท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมห้องทดลองที่จำลองความหนาว -30 องศาให้สัมผัสแสงเหนือแบบไม่ต้องบินไปไอซ์แลนด์ และโซนจำลองพายุทอร์นาโดสูง 9 เมตร เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก หรือใครที่ชอบงานสถาปัตยกรรมล้ำอนาคต (13 พฤศจิกายน 2025) [3]
ถ้ามีเวลาเผื่อไว้อีกครึ่งวันถึงหนึ่งวัน สองสวนสนุกนี้คุ้มค่าการเดินทางมาก จิบลิพาร์คคือธีมพาร์คที่จำลองโลกจากผลงานสตูดิโอจิบลิ แบ่งเป็นหลายโซน ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ Aichi Expo Memorial Park
ส่วนเลโก้แลนด์ เจแปนเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ทั้งสองแห่งเดินทางจากตัวเมืองด้วยรถไฟใต้ดินต่อรถไฟ Linimo ได้ไม่ยาก
สวนญี่ปุ่นสไตล์ไดเมียวยุคเอโดะ มีทางเดินรอบสระน้ำกลางสวน ธารน้ำไหลผ่านโขดหินก่อนลงสู่สระใหญ่ที่จำลองภาพมหาสมุทร บรรยากาศสงบ เหมาะกับคนที่อยากพักจากความวุ่นวายของเมือง อยู่ห่างจากปราสาทนาโกย่าไม่ไกล นั่งรถบัสต่อจากปราสาทประมาณ 10 นาทีก็ถึง
ย่านที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟ JR ชินคันเซ็น และ Meitetsu จากสนามบินมาลงตรงนี้พอดี รอบสถานีมีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และโรงแรมทุกระดับราคาให้เลือก เหมาะกับคนที่อยากเดินทางไปต่อเมืองอื่นสะดวก หรือไม่อยากเดินทางไกลจากจุดลงเครื่อง/ลงรถไฟ
ย่านใจกลางเมืองที่คึกคักด้วยห้างสรรพสินค้า บาร์ ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงยามค่ำคืน อยู่ใกล้ MIRAI TOWER และ Oasis 21 เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นตอนกลางคืนหรือชอบบรรยากาศคนเมือง
ที่พักในย่านนี้มักราคาคุ้มกว่าโซนเมเอกิเล็กน้อย แต่เดินทางเข้าออกเมืองยังสะดวก เพราะมีรถไฟใต้ดินผ่านหลายสาย
อาหารท้องถิ่นของนาโกย่ามีจุดเด่นที่รสชาติเข้มข้นและปริมาณจุใจ เรียกรวมกันว่า “นาโกย่าเมชิ” ลองให้ครบทุกเมนูแล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนท้องถิ่นถึงหลงรักรสจัดแบบนี้
ข้าวหน้าปลาไหลย่างสไตล์นาโกย่า จุดต่างจากข้าวหน้าปลาไหลทั่วไปคือวิธีกิน 3 แบบในชามเดียว กินแบบปกติ กินคู่เครื่องเคียงอย่างวาซาบิและต้นหอม และราดน้ำซุปดาชิให้กลายเป็นข้าวต้มรสเข้มข้น ร้านต้นตำรับที่แนะนำคือ Atsuta Houraiken ใกล้ศาลเจ้าอัตสึตะ

หมูทอดราดซอสมิโซะแดงรสเข้มข้น ต้นกำเนิดมาจากร้าน Yabaton ที่มีสาขาสะดวกอยู่ในสถานีนาโกย่าและสนามบินเซ็นแทรร์ เมนูเด่นคือหมูทอดชิ้นใหญ่ที่เรียกกันว่าหมูทอดรองเท้าแตะ
ปีกไก่ทอดสไตล์นาโกย่า ทอดสองรอบให้กรอบนอกนุ่มใน คลุกซอสรสเผ็ดหวานโรยพริกไทย กินคู่เบียร์เย็นๆ อร่อยจนหยุดไม่ได้ ร้านดังที่คนท้องถิ่นแนะนำคือ Furaibo และ Sekai no Yamachan
คิชิเมงคือเส้นบะหมี่แบนในซุปดาชิรสโชยุหอมปลาคัตสึโอะ ส่วนมิโซะนิโคมิอุด้งคือเส้นอุด้งต้มในหม้อดินเผาด้วยฮัตโจมิโซะ มิโซะรสเข้มข้นเฉพาะของจังหวัดไอจิที่หมักนานกว่ามิโซะภูมิภาคอื่น ยิ่งต้มนานยิ่งเข้มข้น เหมาะกับวันที่อากาศหนาว
สำหรับการเที่ยวเมืองหลักครบทุกจุดสำคัญ 2 วัน 1 คืนถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าอยากรวมจิบลิพาร์คหรือเลโก้แลนด์ด้วย ควรเผื่อเวลาเป็น 3 วัน 2 คืนจะสบายกว่า
นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ส่วนจากโอซาก้า (ชินโอซาก้า) ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ถือว่าอยู่กึ่งกลางพอดีระหว่างสองเมืองใหญ่
ถ้าเดินทางในเมืองอย่างเดียวแนะนำบัตรเดย์พาสรถไฟใต้ดินรวมรถบัสเมกุรุ ราคาประมาณ 620 เยนต่อวัน ส่วนถ้าวางแผนเดินทางข้ามเมืองหลายจุดในทริปเดียว ควรพิจารณา JR Pass หรือพาสภูมิภาคที่ครอบคลุมนาโกย่าด้วย
เหมาะมาก เพราะมีทั้งเลโก้แลนด์ เจแปน จิบลิพาร์ค และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่มีท้องฟ้าจำลองขนาดใหญ่ เป็นกิจกรรมที่เด็กชอบและผู้ใหญ่ก็เพลิดเพลินได้
ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนสำหรับซากุระรอบปราสาทนาโกย่า และช่วงพฤศจิกายนสำหรับใบไม้เปลี่ยนสีที่หุบเขาโครังเก ทั้งสองช่วงนี้นักท่องเที่ยวหนาแน่น ควรจองที่พักและตั๋วล่วงหน้า

