
เที่ยวนิวคาสเซิล 2026 เมืองริมแม่น้ำไทน์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และพลังชีวิต
- เฮียเกา
- 7 views

เที่ยวนิวคาสเซิล 2026 คือทริปที่เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสอังกฤษในมุมที่ไม่ซ้ำใคร เมืองริมแม่น้ำไทน์แห่งนี้เต็มไปด้วยสะพานเก่าแก่ สถาปัตยกรรมยุควิกตอเรีย และวัฒนธรรม Geordie ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นิวคาสเซิลตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ เดินทางจากลอนดอนสะดวกด้วยรถไฟความเร็วสูง เหมาะทั้งทริปสั้นและทริปพักค้างหลายวัน เมืองนี้ยังเป็นประตูสู่ชายฝั่งนอร์ธัมเบอร์แลนด์อันสวยงามอีกด้วย
บทความนี้รวบรวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนไปเที่ยวนิวคาสเซิล ตั้งแต่วิธีเดินทาง ที่เที่ยวเด็ด ที่พักแนะนำ ร้านอาหารอร่อย ไปจนถึงทิปประหยัดงบ เพื่อให้ทริปของคุณราบรื่นที่สุด
นิวคาสเซิลมีชื่อเสียงเรื่องสะพานข้ามแม่น้ำไทน์ถึง 7 แห่ง โดยเฉพาะ Tyne Bridge สีเขียวอันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และ Millennium Bridge สะพานเอียงที่ได้รับรางวัลด้านสถาปัตยกรรม
นอกจากความสวยงามของสถาปัตยกรรม เมืองนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องไนต์ไลฟ์ที่คึกคักและคนท้องถิ่นที่เป็นมิตร ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง
นิวคาสเซิลเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีพลังงานคนรุ่นใหม่เต็มเปี่ยม ย่าน Ouseburn ที่เคยเป็นเขตอุตสาหกรรมเก่าถูกปรับเป็นย่านศิลปะและดนตรี เต็มไปด้วยสตูดิโอศิลปิน บาร์ และพื้นที่แสดงดนตรีสด
การเดินทางไปนิวคาสเซิลทำได้หลายวิธี ทั้งรถไฟ เครื่องบิน และรถยนต์ส่วนตัว แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันไปตามงบประมาณและเวลาที่มี
สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ รถไฟถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด เพราะสถานี Newcastle Central Station อยู่ใจกลางเมือง เดินไปยังจุดท่องเที่ยวหลักได้สบาย
รถไฟจากสถานี London King’s Cross ไปนิวคาสเซิลใช้เวลาเร็วสุดประมาณ 2 ชั่วโมง 37 นาที หรือโดยเฉลี่ยราว 3 ชั่วโมง ราคาตั๋วเริ่มต้นราว 28-40 ปอนด์หากจองล่วงหน้า
Newcastle International Airport มีเที่ยวบินตรงจากหลายเมืองในยุโรป และมีรถไฟ Metro เชื่อมต่อจากสนามบินเข้าเมืองโดยตรง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
หากขับรถจากลอนดอน ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมงผ่านทางหลวง M1 และ A1 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแวะเที่ยวเมืองระหว่างทาง เช่น ยอร์กหรือเดอรัม
ระบบรถไฟ Tyne and Wear Metro ครอบคลุมเส้นทางหลักในตัวเมือง สนามบิน และชายฝั่ง ตั๋วรายวันราคาเริ่มต้น 4.80 ปอนด์สำหรับหนึ่งโซน เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปหลายจุดในหนึ่งวัน

นิวคาสเซิลมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้เลือกเดินเที่ยวได้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ปราสาทเก่าแก่ สะพานอันเป็นสัญลักษณ์ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์และประติมากรรมขนาดยักษ์
หากมีเวลาจำกัด ควรเลือกไปสถานที่ใจกลางเมืองก่อน เพราะส่วนใหญ่เดินถึงกันได้ในระยะไม่กี่นาที ทำให้วางแผนทริปหนึ่งวันได้อย่างคุ้มค่า
Newcastle Castle หรือ Castle Keep คือป้อมปราการนอร์มันที่เป็นที่มาของชื่อเมือง ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์และให้ขึ้นชมวิวเมืองจากยอดปราสาทได้ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ประมาณ 13.65 ปอนด์ เด็กอายุ 5-15 ปีประมาณ 8.95 ปอนด์ เปิดทุกวัน 10.00-17.00 น. (19 กรกฎาคม 2026) [1]
ย่าน Quayside คือจุดชมวิวที่สวยที่สุดของแม่น้ำไทน์ มีทั้ง Tyne Bridge สีเขียวอันโดดเด่นและ Millennium Bridge สะพานเอียงที่เปิดให้เรือผ่านได้ สวยงามเป็นพิเศษยามค่ำคืนเมื่อไฟส่องสว่างทั่วสะพาน
Grainger Market เป็นตลาดในร่มสไตล์วิกตอเรียนที่เปิดมานานกว่า 190 ปี เต็มไปด้วยร้านขายของสด เบเกอรี่ และร้านสตรีทฟู้ดหลากหลาย เหมาะกับการแวะชิมและซื้อของฝากท้องถิ่น (23 พฤษภาคม 2023) [2]
Angel of the North คือประติมากรรมเหล็กขนาดใหญ่ผลงานของ Antony Gormley สูงกว่า 20 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองเกตส์เฮดที่อยู่ติดกัน ห่างจากใจกลางนิวคาสเซิลประมาณ 15 นาทีโดยรถยนต์ เข้าชมได้ฟรีตลอดเวลา (22 มกราคม 2024) [3]
Great North Museum: Hancock จัดแสดงประวัติศาสตร์ธรรมชาติ โบราณคดี และวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออังกฤษมากว่าล้านปี เข้าชมได้ฟรี เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
Tynemouth Priory คือซากปราสาทและโบสถ์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาริมทะเลเหนือ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 23 กิโลเมตร นั่ง Metro ไปได้สะดวก เหมาะกับทริปครึ่งวันชมวิวทะเลสวยๆ
ย่าน Quayside ริมแม่น้ำไทน์เหมาะกับคนที่ชอบวิวสวยและบรรยากาศคึกคักยามค่ำคืน ใกล้สะพาน Millennium และผับบาร์ริมน้ำ เดินไปตัวเมืองได้สบาย
ย่าน Grainger Town คือใจกลางเมืองแท้ๆ ล้อมรอบด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งช็อปปิ้ง เหมาะกับคนที่อยากเดินเที่ยวได้ทุกที่โดยไม่ต้องพึ่งรถ
ส่วนย่าน Jesmond และฝั่ง Gateshead เงียบสงบกว่า ราคาที่พักย่อมเยากว่า เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่อยากพักผ่อนแบบไม่วุ่นวาย แต่ยังนั่งรถไฟใต้ดิน Metro เข้าเมืองได้สะดวก

นิวคาสเซิลมีร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งที่ได้รับคำชมจากนักชิมทั่วสหราชอาณาจักร เหมาะสำหรับมื้อพิเศษหรือฉลองโอกาสสำคัญ
Peace & Loaf และ House of Tides คือสองร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูฟิวชันสร้างสรรค์ ส่วน 21 Hospitality Group เสิร์ฟอาหารยุโรปคลาสสิกในบรรยากาศหรูริมแม่น้ำ
สาย casual ต้องไม่พลาดร้านในย่าน Ouseburn Valley ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่และผับอินดี้บรรยากาศอบอุ่น เหมาะกับมื้อเย็นแบบชิลๆ
The Broad Chare เสิร์ฟอาหารผับอังกฤษต้นตำรับคุณภาพดี ส่วน The Cluny เป็นผับดนตรีสดชื่อดังที่นักท่องเที่ยวมักแวะไปสัมผัสบรรยากาศดนตรีท้องถิ่น
ตลาด Grainger Market ที่เปิดมากว่า 190 ปี เป็นแหล่งรวมของกินราคาประหยัดตั้งแต่อาหารทะเลสดไปจนถึงขนมพื้นเมือง เหมาะสำหรับมื้อกลางวันแบบท้องถิ่นแท้ๆ ในงบไม่บาน
สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในนิวคาสเซิลเข้าชมได้ฟรี เช่น Great North Museum และ Life Science Centre บางโซน ช่วยประหยัดงบได้มาก
ซื้อตั๋ว Metro DaySaver แบบเหมาจ่ายรายวันคุ้มกว่าซื้อตั๋วเที่ยวเดียวหลายใบ โดยเฉพาะถ้าวางแผนไปหลายจุดในวันเดียว
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวคือปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน (พฤษภาคม-กรกฎาคม) อากาศเย็นสบายและมีเทศกาลกลางแจ้งให้ร่วมสนุกมากมาย
แนะนำอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อเก็บทั้งปราสาท ย่าน Quayside สะพานต่างๆ และแวะไปชม Angel of the North แบบไม่รีบเร่งจนเกินไป

รถไฟด่วนที่เร็วที่สุดจากสถานี London King’s Cross ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 37 นาที ราคาตั๋วเริ่มต้นประมาณ 13.65 ปอนด์หากจองล่วงหน้า
ย่าน Quayside เหมาะกับคนชอบวิวและบรรยากาศคึกคัก ส่วน Grainger Town เหมาะกับคนอยากเดินเที่ยวใจกลางเมืองได้สะดวกที่สุด
ช่วงพฤษภาคมถึงกรกฎาคมเป็นช่วงที่ดีที่สุด อากาศเย็นสบายไม่หนาวจัด และมีเทศกาลกลางแจ้งให้ร่วมสนุกหลายงาน
ไม่จำเป็น เพราะระบบขนส่งสาธารณะอย่าง Metro และรถบัสครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวหลักเกือบทั้งหมด การเดินเท้าในตัวเมืองก็สะดวกอยู่แล้ว
อยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 23 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถประมาณ 15 นาที เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด

