
เที่ยวภูกระดึง หน้าหนาว เตรียมตัวอย่างไร มีจุดไหนห้ามพลาด
- J. Kanji
- 10 views

เที่ยวภูกระดึง หน้าหนาว ไม่ได้มีดีแค่อากาศเย็นและวิวป่าสน แต่เสน่ห์อยู่ที่การค่อย ๆ เดินผ่านซำต่าง ๆ จนถึงยอดภู แล้วใช้เวลาชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก น้ำตก และแสงเย็นริมหน้าผา โดยภูกระดึงจะเปิดให้ท่องเที่ยวเป็นช่วงฤดูกาล และมีช่วงปิดเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว จึงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนวางแผนเดินทาง
แม้เส้นทางจะเหนื่อย แต่หากเตรียมตัวดีและวางแผนล่วงหน้า ก็เที่ยวได้สนุกไม่ต้องรีบ บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญ ทั้งการเดินทาง ระยะเวลา จุดเที่ยว ที่พัก อาหาร และค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยให้วางแผนทริปได้ง่ายและเหมาะกับกำลังของตัวเอง
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงตั้งอยู่ในอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด มีพื้นที่ราบด้านบนประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร จุดสูงสุดอยู่ที่คอกเมย สูงราว 1,316 เมตร ทำให้บนยอดภูมีทั้งป่าสน ทุ่งหญ้า น้ำตก และหน้าผากระจายอยู่หลายจุด จึงต้องใช้เวลาเดินเที่ยวหลายวันถึงจะเก็บแลนด์มาร์กได้ครบ (11 ธันวาคม 2023) [1]
ทริปนี้เหมาะกับคนที่เดินได้นานและพร้อมค้างอย่างน้อย 2 คืน มือใหม่สามารถขึ้นได้ แต่ควรเตรียมร่างกายล่วงหน้า เช่น ฝึกเดินหรือขึ้นบันได และควรประเมินสุขภาพตัวเองก่อน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเข่า หัวใจ หรือระบบหายใจ เพราะเส้นทางมีทั้งช่วงชันและระยะเดินค่อนข้างไกล
ช่วงที่นิยมที่สุดคือเดือนธันวาคม–มกราคม เพราะอากาศเย็น เหมาะกับการชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น–ตก และมีโอกาสเห็นใบเมเปิลเปลี่ยนสีในบางจุด (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศแต่ละปี)
หากอยากเลี่ยงคนเยอะ แนะนำปลายพฤศจิกายนหรือกุมภาพันธ์แทน ส่วนวันหยุดยาวควรจองที่พักล่วงหน้า เพราะช่วงหน้าหนาวมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อาจต้องเผื่อเวลาในจุดบริการต่าง ๆ มากกว่าปกติ

เส้นทางขึ้นจากศรีฐานถึงหลังแประยะประมาณ 5 กิโลเมตร มีทั้งทางชัน บันได และจุดพัก “ซำ” หลายจุด จากนั้นต้องเดินต่อทางราบอีกประมาณ 4 กิโลเมตรไปยังวังกวาง รวมวันแรกประมาณ 9 กิโลเมตร (29 กันยายน 2020) [2]
โดยทั่วไปใช้เวลาเดิน 4–6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความฟิตและน้ำหนักสัมภาระ ควรเดินแบบไม่เร่ง รีบพักเป็นระยะ และดื่มน้ำสม่ำเสมอ เพราะแม้ช่วงหลังจะเป็นทางราบ แต่ก็ยังต้องใช้แรงเดินต่ออีกพอสมควร
จากกรุงเทพฯ ไปอำเภอภูกระดึงมีระยะทางประมาณ 496 กิโลเมตร ควรเผื่อเวลาขับราว 7–9 ชั่วโมง รวมการแวะพัก เส้นทางที่เดินทางได้สะดวกคือ กรุงเทพฯ–สระบุรี–สีคิ้ว–ชัยภูมิ–ชุมแพ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 201 มุ่งหน้าอำเภอภูกระดึง แล้วเข้าสู่ตำบลศรีฐานตามป้ายอุทยาน
คนที่ออกจากกรุงเทพฯ ตอนเช้ามืดอาจขับไปถึงช่วงบ่ายหรือเย็น แล้วพักบริเวณด้านล่างหนึ่งคืน ก่อนเริ่มเดินในเช้าวันถัดไป วิธีนี้เหนื่อยน้อยกว่าการขับรถหลายชั่วโมงแล้วเดินขึ้นภูต่อทันที ส่วนรถสามารถจอดบริเวณที่อุทยานจัดไว้ด้านล่างได้ แต่ไม่สามารถขับขึ้นไปยังยอดภูกระดึง
หากเดินทางช่วงวันหยุดยาว ควรเติมน้ำมันก่อนเข้าสู่พื้นที่อุทยานและเผื่อเวลารถติดเพิ่ม โดยเฉพาะเส้นทางชุมแพ–ภูกระดึง ช่วงใกล้เช้าอาจมีทั้งรถโดยสารและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่พร้อมกันจำนวนมาก
วิธีที่สะดวกสำหรับคนไม่มีรถคือขึ้นรถโดยสารจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ จตุจักร หรือหมอชิต 2 แล้วเลือกเที่ยวรถที่จอด “ผานกเค้า” ไม่จำเป็นต้องนั่งเข้าไปถึงตัวเมือง เพราะจุดนี้อยู่ใกล้ทางแยกเข้าสู่อำเภอภูกระดึงมากกว่า
รถโดยสารใช้เวลาประมาณ 7–8 ชั่วโมง ราคาอยู่ราว 495–823 บาทต่อเที่ยว ขึ้นอยู่กับบริษัทและชั้นโดยสาร รอบกลางคืนประมาณ 19.00–21.00 น. เหมาะสำหรับคนที่อยากไปถึงเช้ามืด เพื่อมีเวลาเตรียมตัวก่อนขึ้นภู
เมื่อลงที่ผานกเค้า ให้ต่อรถสองแถวเข้าสู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวศรีฐาน ใช้เวลาอีกประมาณ 20–30 นาที และควรเผื่อเวลาขากลับให้เพียงพอ เพราะต้องนั่งรถสองแถวออกมาขึ้นรถโดยสารอีกครั้ง
คนที่มีเวลาน้อยสามารถบินลงท่าอากาศยานเลย แล้วต่อรถไปอุทยานได้ แต่เส้นทางนี้ไม่มีระบบขนส่งตรงถึงศรีฐานที่สะดวกเท่าการลงรถโดยสารที่ผานกเค้า ระยะทางจากสนามบินไปยังพื้นที่ภูกระดึงประมาณ 80 กิโลเมตร จึงควรเผื่อเวลาเดินทางทางถนนอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครึ่ง
ตัวเลือกที่สะดวกที่สุดคือเช่ารถจากสนามบินหรือจองรถรับส่งล่วงหน้า โดยเฉพาะเมื่อเดินทางมาเป็นกลุ่ม เพราะสามารถหารค่าใช้จ่ายและเดินทางตรงไปยังที่พักด้านล่างได้ ส่วนคนเดินทางคนเดียวอาจเข้าไปที่สถานีขนส่งจังหวัดเลยก่อน แล้วต่อรถสายที่ผ่านอำเภอภูกระดึงหรือผานกเค้า แต่ต้องเผื่อเวลารอรถมากกว่า
ควรเลือกเที่ยวบินที่มาถึงช่วงเช้า หากเครื่องลงช่วงบ่ายหรือเย็น แนะนำให้พักด้านล่างหนึ่งคืนแทนการรีบไปลงทะเบียน เพราะอุทยานจำกัดเวลาเริ่มเดินขึ้น และไม่ควรวางแผนเดินช่วงใกล้ปิดเส้นทาง
อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเปิดให้เริ่มขึ้นเขา 06.00–12.00 น. มาหลังเที่ยงจะไม่ได้เริ่มเดิน เส้นทางศรีฐาน–วังกวางยาวราว 9 กม. ใช้เวลาเดินหลายชั่วโมง ควรเช็กเวลาเปิดอีกครั้งก่อนเดินทาง
แนะนำมาถึงศูนย์ศรีฐาน 06.00–08.00 น. เพื่อซื้อตั๋ว ลงทะเบียน และเตรียมตัวก่อนเดิน ใช้เวลา 4–6 ชม. จะถึงวังกวางช่วงบ่ายทันเช็กอิน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเพจทางการก่อนเดินทาง เพื่อความปลอดภัยและความสะดวก

ผานกแอ่นเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นหลักของภูกระดึง อยู่ห่างจากวังกวางประมาณ 2 กิโลเมตร ช่วงเช้าอาจเห็นแสงอาทิตย์เหนือแนวภูเขาพร้อมทะเลหมอก แต่ปริมาณหมอกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ จึงไม่สามารถรับประกันได้ทุกวัน
ควรสอบถามเวลาออกเดินจากเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพราะต้องเริ่มตั้งแต่ยังมืด ใช้เวลาเดินราว 45–60 นาที เตรียมไฟฉาย เสื้อกันลม และรองเท้าที่เกาะพื้นดี หลังชมวิวสามารถกลับไปกินอาหารเช้าที่วังกวางได้
ผาหล่มสักเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่มีชะง่อนหินและต้นสนเป็นเอกลักษณ์ อยู่ห่างจากวังกวางประมาณ 9 กิโลเมตรต่อเที่ยว รวมไป–กลับราว 18 กิโลเมตร
ควรออกเดินตั้งแต่ช่วงสายหรือไม่เกินเที่ยง เพื่อมีเวลาพักและแวะจุดต่าง ๆ ระหว่างทาง หลังชมพระอาทิตย์ตกต้องเดินกลับในที่มืด จึงควรพกไฟคาดหัว น้ำดื่ม และเดินตามเส้นทางที่กำหนด ไม่ควรแยกเดินคนเดียว
ผาหมากดูกอยู่ห่างจากวังกวางประมาณ 2.3 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่เดินไม่ไกล เหมาะกับวันแรกหลังขึ้นภูหรือคนที่ไม่พร้อมไปผาหล่มสัก
หากถึงที่พักช่วงบ่าย สามารถพักสั้น ๆ แล้วเดินไปได้ แต่ควรเผื่อเวลาเดินกลับก่อนมืดและพกไฟฉาย จุดนี้เหมาะกับโปรแกรมเบา ๆ มากกว่าการฝืนเดินไกล
น้ำตกวังกวางอยู่ใกล้ลานกางเต็นท์และบ้านพัก ระยะทางประมาณ 750 เมตร เป็นน้ำตกขนาดไม่ใหญ่ เหมาะกับการแวะเที่ยววันแรกหรือก่อนลงภู
บริเวณน้ำตกอาจมีหินลื่น ควรใส่รองเท้าที่เหมาะสม และไม่เข้าใกล้ขอบน้ำตกมากเกินไป ช่วงปลายฤดูหนาวน้ำอาจน้อย จึงเหมาะกับการชมบรรยากาศมากกว่าคาดหวังน้ำตกใหญ่
เส้นทางน้ำตกเหมาะกับคนที่อยากเดินป่าชื้นและชมธรรมชาติ โดยน้ำตกเพ็ญพบใหม่ เพ็ญพบ และโผนพบอยู่ในเส้นทางเดียวกันบางช่วง สามารถจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือเต็มวันได้ อย่างไรก็ตาม เส้นทางอาจเปิด–ปิดตามสถานการณ์ จึงควรตรวจสอบประกาศล่าสุดและสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเดิน
สระอโนดาตเป็นสระน้ำธรรมชาติกลางป่าสน บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักและถ่ายภาพระหว่างทาง มากกว่าการตั้งใจไปเพียงจุดเดียว สามารถรวมกับเส้นทางน้ำตกหรือผาหล่มสักได้ แต่ควรเช็กเส้นทางที่เปิดในวันนั้น และพกน้ำให้เพียงพอ เพราะร้านค้าไม่ได้มีตลอดเส้นทาง
ช่วงหน้าหนาว ต้นเมเปิลหรือก่วมแดงบางจุดจะเปลี่ยนสี โดยมักอยู่ในช่วงธันวาคม–กุมภาพันธ์ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ บางปีอาจแดงเพียงไม่กี่วัน หากตั้งใจไปชม ควรดูภาพอัปเดตก่อนเดินทาง 3–7 วัน และสอบถามว่าอยู่ในเส้นทางที่เปิดหรือไม่ ไม่ควรออกนอกเส้นทาง เพราะพื้นที่อาจลื่นและเป็นเขตสัตว์ป่า

ลานกางเต็นท์เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสอากาศหนาวแบบใกล้ชิด สามารถเช่าเต็นท์ของอุทยานหรือเอาเต็นท์ขึ้นไปเองได้ โดยระบบจองจะแยกประเภทชัดเจน ควรเลือกให้ตรงกับสิ่งที่ต้องใช้
ค่าเช่าเต็นท์ประมาณ 225 บาท/คืน (ขนาด 3 คน) ส่วนเครื่องนอนคิดแยก เช่น ถุงนอน หมอน และผ้าห่ม ควรเช่าให้ครบในช่วงหน้าหนาว เพราะพื้นเต็นท์เย็นและชื้น หากไปสองคนอาจเลือกเต็นท์ใหญ่ขึ้นเพื่อความสบาย และควรหลีกเลี่ยงการเก็บอาหารในเต็นท์เพราะมีสัตว์ป่า
บ้านพักเหมาะกับครอบครัวหรือคนที่ไม่สะดวกนอนเต็นท์ อยู่ในโซนวังกวางเช่นกัน แต่ละหลังมีขนาดและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างกัน เช่น เครื่องนอน น้ำอุ่น หรือผ้าเช็ดตัว ควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนจอง
ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนผู้เข้าพัก หากไปกลุ่มเล็กควรเทียบกับค่าเต็นท์ แต่ถ้ามีเด็กหรือผู้สูงอายุ บ้านพักจะสะดวกกว่า การจองทำผ่านระบบของกรมอุทยานฯ และควรจองล่วงหน้าเพราะเต็มเร็วในช่วงฤดูท่องเที่ยว
หากเดินทางมาถึงช่วงบ่ายหรือเย็น แนะนำให้พักบริเวณศรีฐานหรือใกล้ทางเข้าอุทยานก่อน แล้วค่อยเริ่มเดินเช้าวันถัดไป จะช่วยลดความเหนื่อยและมีเวลาเตรียมตัว บริเวณด้านล่างมีทั้งที่พักของอุทยานและเอกชน ควรเลือกที่อยู่ไม่ไกลจากศูนย์ศรีฐาน และตรวจสอบเรื่องการเดินทางหรือบริการรับส่ง
โดยเฉพาะถ้าไม่มีรถส่วนตัว เพราะต้องไปถึงจุดเริ่มเดินตั้งแต่เช้า ควรเลือกที่พักที่เดินทางถึงศูนย์ศรีฐานได้ภายใน 10–20 นาที เพื่อไม่เสียเวลาในช่วงเช้าที่ต้องซื้อตั๋ว ลงทะเบียน และเตรียมสัมภาระก่อนขึ้นภู
ตามจุดพักระหว่างเดินขึ้นมีอาหารจานเดียว ผลไม้ น้ำดื่ม และเครื่องดื่มหวานให้ซื้อ เหมาะกับการแวะเติมพลังระหว่างทาง ราคาจะสูงกว่าด้านล่างตามระดับความสูง เพราะสินค้าต้องขนขึ้นด้วยแรงงานคน
ไม่ควรแบกน้ำหลายขวดจนกระเป๋าหนักเกินไป แนะนำพกขวดส่วนตัวแล้วซื้อเพิ่มตามซำ โดยร้านค้าที่ร่วมกิจกรรมของอุทยานมีส่วนลด 5 บาทเมื่อใช้แก้วน้ำส่วนตัว ช่วยลดขยะและประหยัดค่าเครื่องดื่มได้เล็กน้อย
บริเวณวังกวางมีร้านอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม เครื่องดื่มร้อน และหมูกระทะ เหมาะกับมื้อเย็นหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน กรมอุทยานฯ ยังยืนยันว่าบริเวณศูนย์บริการวังกวางมีร้านค้าให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่
อาหารตามสั่งบนยอดภูอยู่ที่ประมาณจานละ 60 บาท ส่วนน้ำดื่มขนาด 600 มิลลิลิตรประมาณ 30 บาท ตามราคาที่อุทยานเคยเผยแพร่ไว้ แต่ควรเผื่องบเพิ่มและตรวจสอบราคาหน้าร้านอีกครั้ง เพราะต้นทุนขนส่งและราคาในแต่ละฤดูกาลอาจเปลี่ยนได้
แนะนำ 3 วัน 2 คืน เพราะมีเวลาเดินขึ้น เที่ยวจุดสำคัญบนยอดภู และพักร่างกายก่อนเดินลง หากไปเพียง 2 วัน 1 คืน โปรแกรมจะค่อนข้างเร่งและอาจเก็บจุดไกลอย่างผาหล่มสักได้ไม่เต็มที่
มือใหม่สามารถขึ้นได้ หากเตรียมร่างกายล่วงหน้า ลดสัมภาระ และเดินตามความเร็วของตัวเอง ไม่ควรเร่งตามคนอื่น เพราะยังต้องเหลือแรงเดินจากหลังแปไปยังวังกวางและเที่ยวบนยอดภูต่อ
ไม่จำเป็น หากสัมภาระเบาและแบกเดินไกลได้ แต่การใช้ลูกหาบช่วยลดภาระช่วงทางชันได้มาก ควรเก็บโทรศัพท์ เงิน ยา น้ำ และของมีค่าไว้ในกระเป๋าใบเล็กที่พกติดตัว
ควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะเดือนธันวาคม วันเสาร์–อาทิตย์ และช่วงวันหยุดยาว บ้านพักมีจำนวนจำกัด ส่วนคนที่เช่าเต็นท์และเครื่องนอนควรจองหรือเช็กจำนวนอุปกรณ์ก่อนเดินทาง เพื่อไม่ต้องหาเมื่อขึ้นถึงวังกวางแล้ว
พื้นที่ท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูไม่ได้เปิดตลอดปี โดยฤดูกาลล่าสุดสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 และอุทยานเตรียมเปิดฤดูกาลใหม่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 ช่วงปิดฤดูใช้สำหรับฟื้นฟูธรรมชาติและเตรียมความพร้อมของเส้นทาง จึงควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนจองรถและที่พัก

