
เที่ยวมัตสึชิมะ 2026 หนึ่งในสามทิวทัศน์ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น เกาะสนและทะเลสีฟ้า
- เฮียเกา
- 10 views

มัตสึชิมะ (Matsushima) คือชื่ออ่าวในจังหวัดมิยางิ ภาคโทโฮคุ ที่เต็มไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 260 เกาะ ปกคลุมด้วยต้นสนสีเขียวตัดกับหินขาวและน้ำทะเลสีฟ้า ได้รับการยกย่องมาตั้งแต่ยุคเอโดะให้เป็นหนึ่งในสาม Nihon Sankei หรือสามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกับอาริโนะมาจิมะในเกาะมิยาจิมะและทิวทัศน์อามาโนะฮาชิดาเตะ
จุดเด่นของ เที่ยวมัตสึชิมะ 2026 ที่ทำให้ต่างจากจุดท่องเที่ยวอื่นคือการผสมระหว่างทิวทัศน์อ่าวอันเงียบสงบกับประวัติศาสตร์วัดโบราณสมบัติแห่งชาติ บวกกับหอยนางรมสดที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในญี่ปุ่น
มัตสึชิมะตั้งอยู่ในจังหวัดมิยางิ ภาคโทโฮคุ ห่างจากสถานีเซ็นไดประมาณ 40 นาทีโดยรถไฟ ทำให้เหมาะมากสำหรับเดย์ทริปจากเซ็นไดหรือต่อทริปในภาคโทโฮคุ
เหมาะกับทุกกลุ่ม ทั้งสายธรรมชาติที่อยากเห็นทิวทัศน์อ่าวสวยงาม สายประวัติศาสตร์ที่ชอบวัดโบราณ ครอบครัวที่อยากล่องเรือชมเกาะ และสายกินที่ต้องการหอยนางรมสดที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น
วิธีที่สะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟ JR Senseki Line จากสถานีเซ็นไดไปสถานี Matsushima Kaigan ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ค่าโดยสาร 400 เยน ครอบคลุมโดย JR Pass ลงสถานีแล้วเดินถึงท่าเรือและจุดท่องเที่ยวหลักได้ทันที
อีกทางเลือกคือนั่ง JR Tohoku Main Line จากเซ็นไดไปสถานี Matsushima แล้วนั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือชิโอกามะข้ามอ่าวมาถึงมัตสึชิมะ ใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที แต่ได้ชมวิวอ่าวระหว่างทางด้วย
นั่ง Tohoku Shinkansen จากสถานีโตเกียวไปสถานีเซ็นได ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที แล้วต่อรถไฟท้องถิ่นไปมัตสึชิมะอีก 40 นาที ครอบคลุมโดย JR Pass ทำทริปเดย์ทริปจากโตเกียวได้สบายหรือค้างคืนที่เซ็นไดก็ได้

สถานที่ท่องเที่ยวหลักอยู่รอบอ่าวในระยะเดิน 15-20 นาทีจากสถานี Matsushima Kaigan ทั้งท่าเรือ วัดซุยกันจิ ศาลาโกะไดโด และสะพานฟุคุอุระ ไม่ต้องพึ่งรถประจำทางในโซนหลัก
ประสบการณ์หลักที่ไม่ควรพลาด เรือสำราญออกจากท่าเรือมัตสึชิมะทุกชั่วโมง วนรอบอ่าวประมาณ 50 นาทีผ่านเกาะน้อยใหญ่กว่า 260 เกาะ ราคาผู้ใหญ่ 1,500 เยน ไม่ต้องจองล่วงหน้า ช่วงฤดูหนาวมีเรือพิเศษแบบ Oyster Nabe Cruise ที่กินหอยนางรมตุ๋นบนเรือพร้อมวิวอ่าว ต้องจองล่วงหน้า (16 กันยายน 2021) [1]
วัดพุทธโบราณสมบัติแห่งชาติที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ตัวอาคารหลักตกแต่งด้วยแล็คเกอร์และทองคำในสมัยเอโดะ เส้นทางเข้าวัดเป็นทางเดินยาวล้อมต้นซีดาร์อายุหลายร้อยปีให้บรรยากาศขลังมาก ค่าเข้าชม 700 เยน เปิด 8:30-17:00 น. (21 มีนาคม 2024) [2]
โกะไดโดคือศาลาไม้เล็กๆ ตั้งอยู่บนเกาะหินเล็กที่เชื่อมด้วยสะพานไม้ สร้างในปี 1604 เป็นอาคารเก่าแก่ที่สุดในมิยางิ ถ่ายรูปสวยงามโดยเฉพาะช่วงซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี เข้าชมฟรี ส่วนสะพานฟุคุอุระนำไปสู่เกาะฟุคุอุระที่มีสวนธรรมชาติให้เดินสำรวจ ค่าผ่านสะพาน 200 เยน
มัตสึชิมะมีจุดชมวิวอ่าวที่ดีที่สุด 4 จุด เรียกว่า “สี่มุมทอง” ได้แก่ โทมิยามะ (Tomiyama) ทางเหนือ โซแกน (Sogan) ทางตะวันออก ทามโมะ (Taamo) ทางใต้ และมากิยามะ (Makiyama) ทางตะวันตก แต่ละจุดให้วิวอ่าวในมุมต่างกัน โทมิยามะและทามโมะเดินทางได้ง่ายที่สุดด้วยรถบัส
วัดที่น่าสนใจน้อยกว่าวัดซุยกันจิแต่มีเสน่ห์ต่างออกไป ด้านในมีสวนหินญี่ปุ่นและรูปปั้นหิน ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจัดงาน Illumination ส่องแสงสีสวยในสวน และฤดูใบไม้ผลิมีซากุระสีชมพูออกแสงหินเก่าแก่ให้บรรยากาศลึกลับสวยงาม (17 เมษายน 2025) [3]
โรงแรมและเรียวกังในมัตสึชิมะส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมอ่าว หลายแห่งมีวิวเกาะสนและอ่าวโดยตรงจากห้องพักและออนเซ็นกลางแจ้ง เหมาะกับคนที่อยากตื่นมาเห็นวิวอ่าวในยามเช้าซึ่งงดงามกว่าช่วงกลางวันมาก
สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดหรืออยากเที่ยวหลายจุดในโทโฮคุ แนะนำให้พักที่เซ็นไดซึ่งมีที่พักราคาย่อมเยากว่ามากและมีรถไฟเชื่อมมัตสึชิมะได้สะดวก
หอยนางรมจากอ่าวมิยางิขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดและสดที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ทานได้ทั้งดิบ ย่าง และตุ๋น ร้านอาหารรอบท่าเรือมักเสิร์ฟหอยนางรมย่างสดจากถ่านหิน 200-350 เยนต่อตัว

ผลิตภัณฑ์ปลาแปรรูปขึ้นชื่อของจังหวัดมิยางิ ซาซากามาโบโกะคือลูกชิ้นปลาที่ปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ และเสียบไม้ไผ่คล้ายใบไม้ เป็นของฝากที่ซื้อได้ตามร้านค้าในย่านมัตสึชิมะ
นอกจากหอยนางรมแล้ว อ่าวมิยางิยังขึ้นชื่อเรื่องหอยเชลล์ ปลาหมึก และปลาเนื้อขาวสดจากทะเลหลวง ร้านอาหารริมอ่าวส่วนใหญ่เสิร์ฟชุดอาหารทะเลสดในราคาที่เข้าถึงได้กว่าในโตเกียวมาก
ครึ่งวันถึง 1 วันเต็มก็ครบทุกไฮไลต์หลัก ทั้งล่องเรือ วัดซุยกันจิ และชมวิวอ่าว แนะนำให้มาแต่เช้าเพื่อเดินทางกลับเซ็นไดได้ทันค่ำ
นั่งรถไฟ JR Senseki Line ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากสถานีเซ็นได ค่าโดยสาร 400 เยน

เป็นหนึ่งใน Nihon Sankei สามทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดของญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยเอโดะ มีเกาะน้อยใหญ่ปกคลุมต้นสนกว่า 260 เกาะที่สร้างภาพทิวทัศน์อ่าวที่หาไม่ได้จากที่อื่นในญี่ปุ่น
ได้ นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวไปเซ็นไดประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที แล้วต่อรถไฟท้องถิ่นอีก 40 นาที เหมาะกับทริปเดย์ทริปจากโตเกียวหรือรวมในแผนเที่ยวโทโฮคุ
ช่วงฤดูหนาวเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม หอยนางรมตัวใหญ่และสดที่สุด โดยเฉพาะมกราคมถึงกุมภาพันธ์ที่ถือเป็นช่วงพีคของหอยนางรมมิยางิ

