
เที่ยวยอร์ก 2026 เมืองยุคกลางสุดหลอนแห่งอังกฤษที่นักเดินทางต้องลองสักครั้ง
- เฮียเกา
- 2 views

เที่ยวยอร์ก 2026 กำลังเป็นทริปที่นักเดินทางสายประวัติศาสตร์และสายลึกลับพูดถึงกันมาก เพราะเมืองยอร์กทางตอนเหนือของอังกฤษแห่งนี้เต็มไปด้วยกำแพงเมืองยุคกลางที่ยาวที่สุดในประเทศ ถนนซอกซอยสไตล์ทิวดอร์ที่บ้านเรือนโน้มเอียงเข้าหากัน และประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคโรมันจนถึงยุคไวกิ้ง
ความพิเศษของยอร์กคือฉายาเมืองที่มีผีสิงมากที่สุดในยุโรป ตรอกเดอะแชมเบิลส์ (The Shambles) ที่มีอายุกว่า 900 ปี เคยเป็นถนนขายเนื้อในยุคกลางและกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ตรอกไดแอกอนในภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทำให้ยอร์กกลายเป็นจุดหมายที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์ ความน่าขนลุก และเสน่ห์แฟนตาซีไว้ในที่เดียว
บทความนี้รวบรวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนไปเที่ยวยอร์ก ตั้งแต่วิธีเดินทาง ที่เที่ยวห้ามพลาด ที่พักแต่ละโซน ร้านอาหารขึ้นชื่อ ไปจนถึงเคล็ดลับประหยัดงบ เพื่อให้ทริปอังกฤษปี 2026 ของทุกคนคุ้มค่าที่สุด
วิธีที่เร็วและสะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟสาย East Coast Mainline จากสถานี London King’s Cross ตรงสู่สถานี York ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาทีเท่านั้น ค่าตั๋วอยู่ที่ราว 35-80 ปอนด์ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและการจองล่วงหน้า
สำหรับคนที่ต้องการประหยัดงบมากขึ้น รถโค้ช National Express จากสถานี London Victoria เป็นทางเลือกที่ดี ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 25 นาที แต่ราคาตั๋วถูกกว่ามากอยู่ที่ประมาณ 16 ปอนด์ต่อเที่ยว บางเที่ยวต้องเปลี่ยนรถที่เมืองลีดส์ทำให้ใช้เวลานานขึ้นเป็นเกือบ 9 ชั่วโมงครึ่ง
ถ้าขับรถเองระยะทางจากลอนดอนอยู่ที่ประมาณ 200 ไมล์ ใช้เวลาราว 4-5 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับสภาพจราจร แนะนำให้เช่ารถนอกเขตใจกลางลอนดอนเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมรถติดและปัญหาจราจรในเมือง
ตัวเมืองยอร์กไม่ใหญ่มาก แหล่งท่องเที่ยวหลักเกือบทั้งหมดอยู่ในเขตกำแพงเมืองเก่าและเดินถึงกันได้ภายใน 10-15 นาที การเดินเท้าจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการซึมซับบรรยากาศเมืองยุคกลาง
หากพักในโซนที่ไกลจากใจกลางเมืองอย่างเซาท์แบงก์ สามารถใช้รถบัสท้องถิ่นหรือเดินเลียบแม่น้ำอูสเข้าเมืองได้สบายๆ ส่วนสถานีรถไฟยอร์กก็อยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียงแค่เดินข้ามสะพานแม่น้ำไม่ถึง 10 นาที

แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของเมือง เป็นหนึ่งในมหาวิหารกอทิกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือ โดดเด่นด้วยหน้าต่างกระจกสีขนาดมหึมาที่เรียกว่า Great East Window ซึ่งเป็นกระจกสีชิ้นเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่ (29 พฤศจิกายน 2024) [1]
นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นบันไดวนกว่า 275 ขั้นไปยังยอดหอคอยกลางเพื่อชมวิวเมืองยอร์กแบบพาโนรามา ค่าเข้าชมตัวมหาวิหารอยู่ที่ประมาณ 13-16 ปอนด์ต่อคน
ถนนช้อปปิ้งยุคกลางที่มีชื่อเสียงที่สุดของยอร์ก บ้านไม้โครงสไตล์ทิวดอร์เอียงเข้าหากันจนเกือบชนกันด้านบน เคยเป็นถนนของพ่อค้าขายเนื้อในอดีตและถูกยกให้เป็นต้นแบบของตรอกไดแอกอนในแฮร์รี่ พอตเตอร์ (9 สิงหาคม 2026) [2]
ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกธีมพ่อมด ร้านช็อกโกแลต และร้านหนังสือเล็กๆ เดินเที่ยวได้ฟรีตลอดวันและเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่สุดของเมือง
พิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นบนจุดขุดค้นทางโบราณคดีจริงของหมู่บ้านไวกิ้งโบราณ มีรถรางพาชมบรรยากาศจำลองยุคไวกิ้งพร้อมเสียงและกลิ่นที่สมจริง ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อกว่าพันปีก่อน ค่าเข้าชมประมาณ 10-15 ปอนด์ต่อคน ใช้เวลาชมประมาณ 1 ชั่วโมง
York Castle Museum จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวอังกฤษตั้งแต่ยุควิกตอเรียนจนถึงยุค 60 พร้อมจำลองถนนเก่าให้เดินชมแบบเสมือนจริง ส่วน Clifford’s Tower ป้อมปราการบนเนินดินอายุกว่า 900 ปีที่อยู่ติดกัน เปิดให้ขึ้นชมวิวเมืองแบบ 360 องศาหลังบูรณะใหม่ (11 มีนาคม 2021) [3]
กำแพงเมืองยุคกลางที่ยาวที่สุดในอังกฤษ ยาวรวมกว่า 3.4 กิโลเมตร เปิดให้เดินเที่ยวชมได้ฟรีตลอดแนว มองเห็นวิวเมืองเก่าและแม่น้ำอูสจากมุมสูง เหมาะเป็นกิจกรรมออกกำลังกายเบาๆ ระหว่างทริป
พิพิธภัณฑ์รถไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จัดแสดงหัวรถจักรประวัติศาสตร์ รวมถึงรถไฟหลวงของราชวงศ์อังกฤษ เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือคนที่สนใจเทคโนโลยียุคเก่า
โซนใจกลางเมือง (City Centre) ใกล้ York Minster, The Shambles และ York Castle Museum เดินไปไหนก็สะดวกและเหมาะกับคนที่มีเวลาน้อยแต่อยากเที่ยวให้ครบ ตัวเลือกมีตั้งแต่ Georgian House & Mews ราคาประหยัดไปจนถึง The Dean Court ระดับหรูใกล้มหาวิหาร
โซนใกล้สถานีรถไฟ (City Centre West) เหมาะกับคนที่เดินทางเข้าออกเมืองบ่อยหรือต่อรถไปเที่ยวเมืองอื่นในยอร์กเชียร์ อยู่ใกล้ National Railway Museum และริมแม่น้ำ มีตั้งแต่ York Aparthotel ราคาย่อมเยาไปจนถึง The Grand โรงแรมระดับห้าดาว
โซนบูธัม (Bootham) โซนที่อยู่อาศัยเงียบสงบ ห่างจากใจกลางเมืองเพียงไม่กี่นาที ราคาที่พักถูกกว่าใจกลางเมืองอย่างชัดเจนแต่ยังเดินเข้าเมืองเก่าได้สบาย เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นจริงๆ มีตั้งแต่ Brentwood Guest House ราคาประหยัดไปจนถึง The Churchill Hotel ระดับหรู

Shambles Market คือตลาดกลางแจ้งที่รวมร้านอาหารหลากสัญชาติไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ NaNa Noodles Bar อาหารเอเชีย Los Moros อาหารวีแกน ไปจนถึง Thai Season และ KREP ร้านเครป เหมาะสำหรับมื้อกลางวันแบบสบายกระเป๋า
Bluebird Bakery ที่ Shambles Market ขึ้นชื่อเรื่องขนมปังหมักนานไร้สารกันบูดที่มักขายหมดเร็ว ส่วน Spring Espresso คาเฟ่กาแฟรางวัลการันตีก็เป็นจุดนัดพบยอดฮิตของคนท้องถิ่นในตอนเช้า
มื้ออาหารแบบทั่วไปในตลาดหรือผับอยู่ที่ประมาณ 6-15 ปอนด์ต่อมื้อ ส่วนร้านอาหารแบบนั่งทานจะอยู่ที่ 15-35 ปอนด์ กาแฟแก้วละประมาณ 3 ปอนด์ เป็นราคามาตรฐานที่ควรตั้งงบไว้คร่าวๆ ก่อนเดินทาง
เดินเที่ยวชมกำแพงเมืองและตรอกเดอะแชมเบิลส์ได้ฟรีตลอดวัน รวมถึง National Railway Museum ที่เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ก็ทำให้ได้เที่ยวครบสถานที่สำคัญโดยแทบไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
ยอร์กมีทัวร์ผีเดินเท้าราคาประหยัดหลายเจ้าเริ่มต้นเพียงไม่กี่ปอนด์ เป็นกิจกรรมยามค่ำคืนที่คุ้มค่าและได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมืองไปพร้อมกัน นอกจากนี้การเดินเที่ยวแทนการนั่งแท็กซี่ยังช่วยประหยัดได้มากเพราะระยะทางในเมืองไม่ไกล
ถ้าเลี่ยงช่วงพีคเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมมาเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงหรือปลายฤดูใบไม้ผลิแทน จะได้ทั้งอากาศดีและราคาที่พักที่ถูกลงอย่างชัดเจน ส่วนใครไม่กลัวหนาวการมาเที่ยวช่วงฤดูหนาวก็ประหยัดที่สุดเพราะนักท่องเที่ยวน้อยและมีบรรยากาศหิมะสวยงาม
ช่วงต้นเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกันยายนเป็นช่วงที่เหมาะที่สุด อากาศอบอุ่นและแดดยาวนานกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน แต่ถ้าอยากเลี่ยงคนเยอะและราคาที่พักแพง ให้เลือกฤดูใบไม้ร่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนแทน

นั่งรถไฟจาก London King’s Cross ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ส่วนรถโค้ชจาก London Victoria ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง 25 นาที รถไฟจึงเหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัดมากกว่า
อย่างน้อย 1-2 วันเต็มก็เพียงพอสำหรับชมแลนด์มาร์กหลักอย่าง York Minster, The Shambles และ JORVIK Viking Centre แต่ถ้าอยากเดินกำแพงเมืองครบและลองทัวร์ผีตอนกลางคืนด้วย ควรวางแผนอย่างน้อย 3 วัน
ยอร์กได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีผีสิงมากที่สุดในยุโรปจากประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,000 ปี มีทัวร์ผีเดินเท้าให้เลือกหลายเจ้าทั่วเมือง เหมาะสำหรับคนที่ชอบเรื่องราวสยองขวัญและประวัติศาสตร์มืด
เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ควรรู้ว่าช่วงฤดูหนาวอากาศจะหนาวจัดและมีหิมะตกบ้าง ขณะที่ช่วงฤดูร้อนจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นและราคาที่พักสูงกว่าช่วงอื่น

