
เที่ยวลอนดอน 2026 มหานครแห่งประวัติศาสตร์และไลฟ์สไตล์ของอังกฤษ
- เฮียเกา
- 2 views

เที่ยวลอนดอน 2026 คือทริปที่พาไปสัมผัสเมืองหลวงของอังกฤษที่ผสมผสานประวัติศาสตร์นับพันปีเข้ากับความทันสมัยสุดล้ำ
ตั้งแต่พระราชวังบักกิงแฮมและหอคอยแห่งลอนดอน ไปจนถึงย่านช้อปปิ้งและพิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่เข้าชมได้ฟรี เมืองนี้ใหญ่และมีอะไรให้ทำได้ไม่มีวันหมดไม่ว่าจะมาสั้นหรือมาอยู่ยาว
ลอนดอนมีเสน่ห์ที่ผสมความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ทั้งสถาปัตยกรรมยุคกลางอย่างหอคอยแห่งลอนดอนและเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ พิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่เข้าชมฟรีอย่างบริติชมิวเซียม รวมถึงย่านสร้างสรรค์อย่างแคมเดนที่เต็มไปด้วยตลาดนัดและวัฒนธรรมทางเลือก
ไม่ว่าจะเป็นคนรักประวัติศาสตร์ที่อยากชมพระราชวังและปราสาท คนรักศิลปะที่อยากเดินชมพิพิธภัณฑ์ฟรีทั้งวัน หรือสายช้อปที่อยากเดินตลาดนัดสุดฮิป ลอนดอนมีกิจกรรมรองรับนักเดินทางได้หลากหลายสไตล์ ทั้งแบบเดย์ทริปสั้นๆ หรือพักยาวเพื่อเก็บทุกมุมของเมือง
จากกรุงเทพฯ มีเที่ยวบินตรงไปยังสนามบินฮีทโธรว์โดยสายการบินไทย ใช้เวลาบินประมาณ 13 ชั่วโมง 5 นาที ระยะทางราว 9,580 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินแบบแวะเปลี่ยนเครื่องจากหลายสายการบินให้เลือกตามงบประมาณ
จากสนามบินฮีทโธรว์สามารถเลือกนั่ง Heathrow Express เข้าสถานี Paddington ใช้เวลาเพียง 15 นาที
ราคาเริ่มต้น 10 ปอนด์เมื่อจองล่วงหน้า หรือจะนั่งรถไฟใต้ดิน Piccadilly Line เข้าเมืองในราคาประหยัดเริ่มต้น 5.50 ปอนด์ ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ส่วน Elizabeth Line ใช้เวลาไม่ถึง 45 นาที ราคาประมาณ 13.90 ปอนด์
ลอนดอนมีระบบขนส่งสาธารณะครบวงจรทั้งรถไฟใต้ดิน (Tube) รถบัส และเรือข้ามฟาก แนะนำใช้บัตร Oyster Card หรือแตะบัตรเครดิตแบบ Contactless ซึ่งจะมีเพดานราคาสูงสุดต่อวันในโซน 1-2 อยู่ที่ 8.90 ปอนด์ ต่อให้เดินทางกี่เที่ยวก็ไม่เสียเกินราคานี้

ป้อมปราการประวัติศาสตร์อายุกว่า 900 ปีริมแม่น้ำเทมส์ ภายในเก็บรักษามงกุฎเพชรแห่งราชวงศ์อังกฤษ (Crown Jewels) และหอคอยขาว (White Tower) ตั๋วผู้ใหญ่เริ่มต้นราว 37 ปอนด์ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 โมงครึ่งเย็น (28 พฤษภาคม 2026) [1]
พิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่เข้าชมได้ฟรีตลอดทั้งปี รวบรวมโบราณวัตถุจากทั่วโลกกว่า 2 ล้านปีของอารยธรรมมนุษย์ ไฮไลต์ได้แก่เรือฝังศพซัตตันฮูและมัมมี่อียิปต์ เปิดทุกวัน 10.00-17.00 น. ส่วนวันศุกร์เปิดถึง 20.30 น. (24 กันยายน 2023) [2]
พระราชวังบักกิงแฮมเปิดให้เข้าชมห้องพักรับรองสุดหรูในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่กรกฎาคมถึงกันยายน ตั๋วเริ่มต้นราว 33 ปอนด์ ส่วนเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์โบสถ์ประวัติศาสตร์ที่ใช้ประกอบพิธีราชาภิเษกตั๋วเริ่มต้นราว 27 ปอนด์ เปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ 9.30-15.30 น. และวันเสาร์ 9.00-15.00 น.
ชิงช้าสวรรค์ริมแม่น้ำเทมส์ที่ให้มุมมองพาโนรามาของเมืองลอนดอนจากแคปซูลกระจกใส ใช้เวลาหมุนรอบละประมาณ 30 นาที ตั๋วเริ่มต้นราว 28.88 ปอนด์ เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น (1 พฤษภาคม 2026) [3]
ตลาดนัดสุดฮิปที่มีผู้มาเยือนกว่า 250,000 คนต่อสัปดาห์ เต็มไปด้วยร้านแฟชั่นแนวโกธิกและวินเทจ ของแฮนด์เมด และอาหารนานาชาติหลากหลายสัญชาติ เปิดทุกวัน 10.00-18.00 น. แนะนำมาวันธรรมดาหรือช่วงเช้าเพื่อเลี่ยงความแออัด
สะพานสัญลักษณ์ของลอนดอนที่มีทางเดินกระจกใสด้านบนให้เดินชมวิวแม่น้ำเทมส์แบบหวาดเสียว ตั๋วผู้ใหญ่เริ่มต้นราว 15.80 ปอนด์ รวมสิทธิ์เข้าชมห้องเครื่องยนต์ไอน้ำยุควิกตอเรีย เปิดทุกวัน 9.30-18.00 น.
Covent Garden และ Charing Cross คือย่านที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวครั้งแรก อยู่ใกล้จัตุรัส Trafalgar Square หอนาฬิกา Big Ben และถนนช้อปปิ้ง Oxford Street เดินถึงแหล่งท่องเที่ยวหลักได้สะดวก
South Bank เหมาะกับครอบครัวและคนที่อยากได้วิวแม่น้ำเทมส์ อยู่ใกล้ London Eye และมักมีราคาที่พักคุ้มค่ากว่าฝั่ง Charing Cross
Camden เหมาะกับสายฮิปสเตอร์ คนรักดนตรี และนักเดินทางสายประหยัด เต็มไปด้วยตลาดนัดและร้านอาหารราคาย่อมเยา ส่วน Knightsbridge เหมาะกับคนที่ชื่นชอบความหรูหราใกล้ห้างสรรพสินค้าดังอย่าง Harrods

เมนูขึ้นชื่อของอังกฤษที่พลาดไม่ได้ ปลาชุบแป้งทอดกรอบเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอดชิ้นหนาและถั่วบด ร้านดังอย่าง Poppies ในย่าน Spitalfields เป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
ประสบการณ์ดื่มชายามบ่ายสไตล์อังกฤษคลาสสิก มาพร้อมแซนด์วิชชิ้นเล็ก สโคนเนื้อนุ่มกับครีมข้นและแยม รวมถึงขนมอบหลากชนิด ร้านดังอย่าง The Ritz หรือ Fortnum & Mason คือจุดหมายยอดนิยมสำหรับประสบการณ์นี้
Sunday Roast คือเนื้อย่างเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งกรอบ Yorkshire Pudding และซอสเกรวี่ เป็นธรรมเนียมมื้ออาหารวันอาทิตย์ของคนอังกฤษ ส่วน Borough Market ตลาดอาหารเก่าแก่ใจกลางเมืองก็เป็นแหล่งรวมของกินสดใหม่และสตรีทฟู้ดนานาชาติที่ไม่ควรพลาด
พิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง British Museum เข้าชมได้ฟรีตลอดทั้งปี วางแผนเดินชมควบคู่กับพิพิธภัณฑ์ฟรีอื่นๆ ในเมืองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
ใช้บัตร Oyster Card หรือแตะบัตรเครดิตแบบ Contactless แทนการซื้อตั๋วเที่ยวเดียว เพราะมีเพดานราคาสูงสุดต่อวันทำให้เดินทางได้คุ้มค่ากว่า
จองตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญล่วงหน้าทางออนไลน์เพื่อราคาที่ถูกกว่าและเลี่ยงคิวยาว และเลือกช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์หากอยากประหยัดเพราะราคาที่พักมักต่ำกว่าช่วงอื่น
สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด 3-4 วันก็เพียงพอสำหรับชมไฮไลต์หลักอย่างหอคอยแห่งลอนดอนและพิพิธภัณฑ์ฟรีในเมือง แต่ถ้าอยากเที่ยวแบบสบายๆ ไม่รีบ แนะนำพัก 5-7 วันเพื่อเก็บทั้งย่านช้อปปิ้งและตลาดนัดให้ครบ

เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินฮีทโธรว์ใช้เวลาประมาณ 13 ชั่วโมง 5 นาที โดยสายการบินไทยมีเที่ยวบินตรงให้บริการ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเที่ยวบินแบบแวะเปลี่ยนเครื่องจากหลายสายการบิน
ลอนดอนเหมาะกับทุกกลุ่ม ทั้งคนรักประวัติศาสตร์และพระราชวัง คนรักศิลปะและพิพิธภัณฑ์ รวมถึงคนที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งและตลาดนัดสุดฮิป
ถ้าอยากเดินเที่ยวสะดวกใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักแนะนำ Covent Garden หรือ Charing Cross ถ้าชอบวิวแม่น้ำเทมส์แนะนำ South Bank และถ้าอยากได้บรรยากาศสายฮิปสเตอร์แนะนำย่าน Camden
มีหลายอย่าง เช่น เข้าชม British Museum ฟรีตลอดทั้งปี รวมถึงเดินเล่นถ่ายรูปที่จัตุรัส Trafalgar Square และตลาดนัด Camden Market ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าเข้าชม
ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมอากาศอบอุ่นและมีกิจกรรมกลางแจ้งมากที่สุด ส่วนใครอยากประหยัดที่สุดควรมาในช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์ที่ราคาที่พักมักลดลงหลังช่วงเทศกาล

