
เที่ยวลีดส์ 2026 เมืองใหญ่แห่งยอร์กเชียร์ที่มีดีกว่าที่คุณคิด
- เฮียเกา
- 10 views

เที่ยวลีดส์ 2026 พาไปสำรวจเมืองใหญ่อันดับสามของอังกฤษที่หลายคนยังมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ระดับชาติที่เข้าชมฟรี ตลาดเก่าแก่ระดับตำนาน และวงการอาหารที่กำลังมาแรงที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ บทความนี้รวมทุกไฮไลต์ที่ต้องรู้ก่อนไปเที่ยวลีดส์
ลีดส์เป็นเมืองใหญ่อันดับสามของอังกฤษที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่จริงแล้วเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ระดับชาติที่เข้าชมฟรี ตลาดเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป และวงการอาหารที่กำลังมาแรงที่สุดแห่งหนึ่งของอังกฤษ
เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสิ่งทอในยุควิกตอเรีย และวันนี้ได้เปลี่ยนโฉมเป็นเมืองแห่งศิลปะ ดนตรี และไลฟ์สไตล์เมืองใหญ่ที่คึกคักไม่แพ้เมืองหลัก
ลีดส์อยู่ใจกลางแคว้นยอร์กเชียร์ เดินทางเชื่อมต่อไปเมืองอื่นได้สะดวกมาก ไม่ว่าจะ แมนเชสเตอร์ ยอร์ก หรือนิวคาสเซิล ทำให้เหมาะเป็นทั้งจุดหมายหลักและจุดแวะระหว่างทริปยาวในสหราชอาณาจักรตอนเหนือ
ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวลีดส์ที่สุดคือกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกันยายน อากาศอบอุ่นและมีแดดมากที่สุดในรอบปี เฉลี่ยมีแสงแดดมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน เทียบกับฤดูหนาวที่มีเพียง 2-3 ชั่วโมง อุณหภูมิเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมซึ่งเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดอยู่ที่ราว 16.7 องศาเซลเซียส
ฝนตกค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ควรเตรียมร่มและเสื้อกันฝนไว้เสมอแม้ในช่วงซัมเมอร์ ส่วนเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมเป็นช่วงที่ฝนตกน้อยที่สุด แต่อากาศยังหนาวเย็นราว 4-7 องศาเซลเซียส เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศเมืองยามหนาว
จากกรุงเทพฯ ยังไม่มีเที่ยวบินตรงไปลีดส์ ต้องบินไปลงลอนดอนก่อน ไม่ว่าจะฮีทโธรว์หรือแกตวิค โดยสายการบินอย่างการบินไทย กาตาร์แอร์เวย์ เอมิเรตส์ หรือเอทิฮัด แล้วต่อรถไฟเข้าลีดส์อีกทอด ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงจากลอนดอน รวมเวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 16-19 ชั่วโมง
สนามบินลีดส์แบรดฟอร์ด (Leeds Bradford Airport) มีรถบัส Flyer A1 ราคาประหยัดเพียงราว 3 ปอนด์ วิ่งเข้าเมืองใช้เวลาประมาณ 50 นาที ให้บริการตั้งแต่ 05.50 ถึง 22.00 น. หรือหากต้องการความรวดเร็วสามารถเรียกแท็กซี่จากเคาน์เตอร์ Arrow Cars ได้ ราคาประมาณ 35 ปอนด์ ใช้เวลาเพียง 30 นาที
จากลอนดอน สถานี King’s Cross นั่งรถไฟ LNER มาลง Leeds railway station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที ถือว่าเดินทางสะดวกมากสำหรับทริปเดย์ทริปหรือทริปสุดสัปดาห์ ส่วนจากแมนเชสเตอร์หรือยอร์กก็มีรถไฟตรงเข้าลีดส์เช่นกัน ใช้เวลาเพียงราว 30-60 นาที

พิพิธภัณฑ์อาวุธและชุดเกราะแห่งชาติของอังกฤษ เข้าชมฟรีตลอดปี ตั้งอยู่ที่ Leeds Dock ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุกว่า 75,000 ชิ้นจากทั่วโลก ไฮไลต์คือชุดเกราะประลองยุทธ์ของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และชุดเกราะช้างศึกโบราณ พร้อมโชว์การประลองอัศวินกลางแจ้งในบางช่วงของปี (11 เมษายน 2021) [1]
หนึ่งในตลาดในร่มที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ผสมผสานร้านค้าดั้งเดิมเข้ากับโซนสตรีทฟู้ด Market Kitchen ที่มีอาหารนานาชาติให้เลือกครบ ทั้งเวียดนาม จาเมกา ตุรกี และเมนูยอร์กเชียร์ดั้งเดิม เหมาะเป็นจุดแวะทั้งช้อปและกินในที่เดียว (2 มิถุนายน 2026) [2]
สองพิพิธภัณฑ์ใจกลางเมืองที่เข้าชมฟรี Leeds Art Gallery จัดแสดงงานศิลปะอังกฤษตั้งแต่ปี 1888 ส่วน Leeds City Museum มีไฮไลต์เป็นมัมมี่อียิปต์โบราณนามว่า Nesyamun และเสือสตัฟฟ์ชื่อดังของเมือง ทั้งคู่ตั้งอยู่ในอาคารประวัติศาสตร์ที่สวยงามไม่แพ้ตัวนิทรรศการ
ซากปรักหักพังของวัดนิกายซิสเตอร์เชียนยุคกลางที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Aire ท่ามกลางสวนสาธารณะกว้างขวาง เข้าชมฟรี เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูปย้อนยุคและปิกนิกในวันอากาศดี
สวนสาธารณะสไตล์วิกตอเรียขนาดใหญ่ที่มีทั้งทะเลสาบ ป่าไม้ และสวนดอกไม้ ภายในมี Tropical World สวนสัตว์ในร่มที่จัดแสดงสัตว์เขตร้อนจากทั่วโลก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กและคนที่อยากพักผ่อนหนีความวุ่นวายในเมือง
ศูนย์การค้าใจกลางเมืองที่มีแบรนด์ทั้งอังกฤษและนานาชาติกว่า 120 ร้าน สถาปัตยกรรมโดมกระจกทันสมัยผสมผสานกับอาคารเก่าของเมืองได้อย่างลงตัว เหมาะเป็นจุดพักช้อปปิ้งระหว่างวันเที่ยว
ย่านใจกลางเมือง (City Centre) เหมาะกับคนที่มาเที่ยวครั้งแรก เพราะเดินถึงพิพิธภัณฑ์ ร้านช้อปปิ้ง และร้านอาหารได้แทบทั้งหมด ยังเป็นที่ตั้งของห้าง Harvey Nichols สาขาเดียวนอกลอนดอนอีกด้วย
ย่าน Headingley เหมาะกับสายไนต์ไลฟ์ เพราะเป็นย่านนักศึกษาที่เต็มไปด้วยผับ บาร์ และร้านอาหารหลากสไตล์ ส่วนย่าน Chapel Allerton ได้ฉายาว่า Notting Hill แห่งภาคเหนือ เหมาะกับคนชอบร้านอินดี้ แกลเลอรีศิลปะ และคาเฟ่บรรยากาศดี
หากต้องการที่พักราคาประหยัด ย่าน Oakwood ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมีตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด และยังเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกด้วยรถบัส ส่วนย่าน Roundhay เหมาะกับครอบครัวที่อยากพักใกล้สวนสาธารณะขนาดใหญ่

เมนูประจำถิ่นที่ต้องลองเมื่อมาถึงยอร์กเชียร์ เสิร์ฟคู่กับ Sunday Roast แบบดั้งเดิม บางร้านในลีดส์ยังทำเวอร์ชันแปลกใหม่อย่าง Yorkshire Pudding ห่อไส้เต็มมื้อให้ลองด้วย นอกจากนี้ยังมี Fat Rascal ขนมสโคนอบตัวใหญ่ที่เป็นของหวานขึ้นชื่อของภูมิภาค (22 มกราคม 2021) [3]
ร้านสตรีทฟู้ดสไตล์ Gujarati ผสมยอร์กเชียร์ที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อาหารทั่วประเทศ เสิร์ฟเมนูมังสวิรัติอินเดียคู่กับคราฟต์เบียร์ท้องถิ่น เป็นตัวอย่างของวงการอาหารลีดส์ที่ผสมผสานวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจ
Parkin คือเค้กขิงเนื้อเหนียวที่เป็นของหวานประจำถิ่น มักเสิร์ฟคู่ชาร้อน ส่วนรูบาร์บจากพื้นที่ที่เรียกว่า Rhubarb Triangle ระหว่างลีดส์ แบรดฟอร์ด และเวคฟิลด์ ก็ถูกนำมาทำขนมและของหวานหลากหลายเมนูในร้านทั่วเมือง
พิพิธภัณฑ์หลักของลีดส์อย่าง Royal Armouries, Leeds Art Gallery และ Leeds City Museum เข้าชมฟรีทั้งหมด จึงวางแผนเที่ยวแบบประหยัดงบได้ไม่ยาก เก็บงบไว้ใช้กับค่าอาหารและที่พักแทน
ซื้อบัตรโดยสารรถไฟแบบ Off-Peak หรือจองล่วงหน้าผ่านแอปอย่าง Trainline จะได้ราคาถูกกว่าซื้อหน้าเคาน์เตอร์วันเดินทางมาก โดยเฉพาะเส้นทางลอนดอน-ลีดส์ที่ราคาต่างกันได้หลายเท่าตัว
เลือกนั่งรถบัส Flyer A1 จากสนามบินแทนแท็กซี่จะประหยัดได้มากกว่าสิบเท่า และหากมาช่วงเทศกาล Leeds Indie Food หรือ Leeds International Beer Festival ควรจองที่พักล่วงหน้า เพราะห้องพักมักเต็มเร็วกว่าปกติ
2-3 วันก็เพียงพอสำหรับชมไฮไลต์หลักของเมือง ทั้งพิพิธภัณฑ์ ตลาด Kirkgate และสวนสาธารณะแบบไม่เร่งรีบจนเกินไป

เหมาะมาก เพราะระบบขนส่งสาธารณะสะดวก ป้ายบอกทางชัดเจน และมีจุดท่องเที่ยวที่เดินถึงกันได้ในระยะไม่ไกล
พิพิธภัณฑ์หลักส่วนใหญ่เข้าชมฟรีและไม่ต้องจองล่วงหน้า แต่ช่วงวันหยุดยาวควรเผื่อเวลาคิวเข้าชมไว้บ้าง
สะดวกมาก ใจกลางเมืองเดินเที่ยวได้เกือบทั้งหมด ส่วนย่านไกลออกไปมีรถบัสเชื่อมต่อครบถ้วน
โดยรวมปลอดภัยเหมือนเมืองใหญ่ทั่วไปในอังกฤษ ควรระวังทรัพย์สินตามปกติในจุดที่คนพลุกพล่านอย่างสถานีรถไฟและตลาด
แนะนำแลกเงินบางส่วนจากไทยก่อนเดินทาง และใช้บัตรเดบิตระหว่างประเทศที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในลีดส์

