
เที่ยวหินสามวาฬ บึงกาฬ สัมผัสธรรมชาติและชมวิวเหนือภูสิงห์
- J. Kanji
- 5 views

เที่ยวหินสามวาฬ บึงกาฬ เป็นทริปที่เหมาะสำหรับคนอยากพักจากความวุ่นวาย แล้วออกไปสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางผืนป่าของภูสิงห์ จุดเด่นคือวิวมุมสูงที่มองเห็นภูเขา แม่น้ำโขง และทิวทัศน์ฝั่งลาวได้อย่างกว้างไกล โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงแดดค่อย ๆ ส่องผ่านขอบฟ้า บรรยากาศจะสวยและเงียบสงบเป็นพิเศษ
นอกจากการชมวิวและถ่ายภาพแล้ว บริเวณภูสิงห์ยังมีจุดธรรมชาติให้แวะเที่ยวอีกหลายแห่ง หากวางแผนเรื่องเวลา การเดินทาง และเตรียมตัวให้เหมาะสม ก็สามารถเที่ยวได้ครบภายในทริปเดียวโดยไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป
หินสามวาฬตั้งอยู่ในพื้นที่ภูสิงห์ จังหวัดบึงกาฬ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู รอบพื้นที่เต็มไปด้วยผืนป่า หน้าผา ถ้ำ และก้อนหินที่มีรูปร่างแตกต่างกัน จึงเหมาะกับคนที่ชอบชมวิว ถ่ายภาพ และเที่ยวธรรมชาติแบบใช้เวลาเดินไม่มากนัก
จุดเด่นของที่นี่คือหินทรายขนาดใหญ่ริมหน้าผา 3 ก้อน ซึ่งเมื่อมองจากระยะไกลจะมีรูปร่างคล้ายครอบครัววาฬกำลังว่ายอยู่กลางผืนป่า จึงเรียกตามขนาดว่าหินวาฬพ่อ หินวาฬแม่ และหินวาฬลูก โดยกลุ่มหินมีอายุประมาณ 75 ล้านปี และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวสำคัญของภูสิงห์ (2003-2027) [1]
จากตัวเมืองบึงกาฬให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครพนม เมื่อถึงตำบลโคกก่องให้เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางไปภูสิงห์ ระยะทางรวมประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 30 นาที เมื่อถึงจุดบริการนักท่องเที่ยวสามารถจอดรถและลงทะเบียนก่อนขึ้นไปยังหินสามวาฬได้
หากขับรถจากกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 760 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 10 ชม. 20 นาที (13 กุมภาพันธ์ 2021) [2] ส่วนคนที่ไม่ต้องการขับรถไกลสามารถนั่งรถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิตไปลงที่บึงกาฬ แล้วเช่ารถหรือเหมารถไปยังภูสิงห์
ปัจจุบันบึงกาฬยังไม่มีสนามบินที่เปิดให้บริการ วิธีที่สะดวกคือบินไปลงสนามบินอุดรธานี แล้วเช่ารถขับต่อไปบึงกาฬ เหมาะกับผู้ที่ต้องการประหยัดเวลาและแวะเที่ยวหลายจุดภายในจังหวัด
หินสามวาฬเป็นไฮไลต์สำคัญที่ต้องมาให้ได้ โดยหินวาฬพ่อและหินวาฬแม่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น มองเห็นผืนป่า แม่น้ำโขง และเทือกเขาฝั่งลาวแบบกว้างไกล ส่วนหินวาฬลูกอยู่ด้านล่าง ไม่เปิดให้ขึ้น จึงนิยมชมจากมุมสูงแทน
การขึ้นไปค่อนข้างแคบและลาดชัน หากไม่สะดวกขับเองสามารถใช้รถรับส่งของอุทยานได้ จุดบริการอยู่ที่ทำการภูสิงห์ เปิด 05.30–17.00 น. ค่าบริการเที่ยวละ 500 บาท รถหนึ่งคันนั่งได้ประมาณ 10 คน ใช้เวลาเดินทางราว 30–40 นาที (20 ตุลาคม 2021) [3]
จุดชมวิวถ้ำฤๅษีอยู่ใกล้ลานจอดรถบริเวณหินสามวาฬ เป็นลานหินกว้างที่มองเห็นป่าภูวัว ภูทอก แม่น้ำโขง และภูเขาฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน หากมาในช่วงเช้าและสภาพอากาศเหมาะสม อาจได้เห็นทะเลหมอกปกคลุมเหนือแนวป่าด้วย

หินหัวช้างเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากแนวภูเขา รูปร่างคล้ายหัวช้างและเป็นอีกมุมถ่ายภาพเด่นของภูสิงห์ จากจุดจอดรถต้องเดินต่อประมาณ 200 เมตร เส้นทางไม่ไกล แต่ควรสวมรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดี โดยเฉพาะหลังฝนตก
กำแพงภูสิงห์เป็นแนวหินทรายขนาดใหญ่ที่มีพื้นผิวและลวดลายเกิดจากการกัดเซาะของลมกับน้ำฝน ให้บรรยากาศแตกต่างจากจุดชมวิวอื่น เหมาะสำหรับแวะชมระหว่างนั่งรถเที่ยวภายในภูสิงห์ โดยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ว่าจุดนี้รวมอยู่ในเส้นทางของรถนำเที่ยวรอบนั้นหรือไม่
เหมาะกับคนที่ตั้งใจขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น เพราะออกจากที่พักช่วงเช้ามืดได้สะดวกและไม่ต้องขับรถไกล ที่พักส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ตหรือโฮมสเตย์ขนาดเล็ก บรรยากาศเงียบสงบ แต่ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้ออาจมีให้เลือกไม่มาก จึงควรเตรียมของจำเป็นไว้ล่วงหน้า
ตัวเมืองบึงกาฬเหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก มีโรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าให้เลือกมากกว่า สามารถเที่ยวริมแม่น้ำโขงหรือแวะสถานที่อื่นในเมืองได้ง่าย ก่อนขับรถไปภูสิงห์ในช่วงเช้า โดยหินสามวาฬอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20–25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 25–30 นาที
ย่านริมแม่น้ำโขงเหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศชิล ๆ และวิวพระอาทิตย์ตกสวย ๆ สามารถเดินเล่นริมโขงหรือหาคาเฟ่บรรยากาศดีนั่งพักผ่อนได้ ที่พักในโซนนี้มักเป็นโรงแรมขนาดกลางถึงเล็ก เดินทางเข้าเมืองสะดวก และยังสามารถขับรถไปหินสามวาฬในตอนเช้าได้ไม่ยาก ใช้เวลาประมาณ 25–35 นาที ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพการจราจร

ร้านอาหารในตัวเมืองบึงกาฬหลายแห่งมีเมนูปลาแม่น้ำโขงให้ลอง เช่น ต้มยำปลา ลาบปลา และปลาทอดสมุนไพร เนื้อปลาสด รสชาติจัดจ้าน เหมาะสำหรับสั่งเป็นกับข้าวแบ่งกันกิน โดยเฉพาะร้านอาหารบริเวณริมแม่น้ำโขง
ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ และต้มแซ่บ เป็นเมนูที่หารับประทานได้ง่ายทั้งในตัวเมืองและระหว่างเดินทาง รสชาติเข้มข้น ราคาไม่สูง เหมาะสำหรับแวะเติมพลังก่อนหรือหลังขึ้นไปเที่ยวหินสามวาฬ
หากต้องออกจากที่พักตั้งแต่เช้ามืดเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น หลังลงจากภูสิงห์สามารถแวะรับประทานไข่กระทะ ขนมปังญวน หรือโจ๊กในตัวเมืองบึงกาฬได้ ร้านอาหารเช้าส่วนใหญ่มักเปิดตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ควรตรวจสอบเวลาเปิดของร้านที่ต้องการไปอีกครั้ง โดยเฉพาะวันธรรมดา

นอกจากหินสามวาฬแล้ว ประเทศไทยยังมีอีกหลายมุมสวย ๆ ให้เดินทางไปสัมผัส ใครที่กำลังหาไอเดียเที่ยวเพิ่มเติม สามารถดูรวมลิสต์ สถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่น่าสนใจได้ที่นี่
ช่วงเช้าตรู่ประมาณ 05.00–07.00 น. เป็นเวลาที่นิยมที่สุด เพราะอากาศเย็นและมีโอกาสเห็นทะเลหมอก ส่วนช่วงเย็นก็สวยเช่นกันแต่จะไม่ได้เห็นหมอก
ไม่มีค่าเข้าพื้นที่ แต่จะมีค่ารถนำเที่ยวของชุมชนที่พาขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งเป็นบริการหลักเพราะไม่อนุญาตให้รถส่วนตัวขึ้นเอง ค่าบริการรถนำเที่ยวมักไม่แพงและยังช่วยสนับสนุนรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย
ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ากีฬาที่พื้นยึดเกาะดี หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะหรือรองเท้าลื่น เพราะบางจุดเป็นหินธรรมชาติและอาจลื่นได้ง่าย หากเป็นรองเท้ากันลื่นจะช่วยให้เดินได้ปลอดภัยและมั่นคงมากขึ้น
บริเวณด้านล่างก่อนขึ้นภูสิงห์จะมีร้านค้าและร้านอาหารเล็ก ๆ แต่บนจุดชมวิวไม่มีร้านค้า ควรเตรียมน้ำดื่มติดตัวขึ้นไปให้พร้อม จึงควรเตรียมอาหารหรือของว่างไปเผื่อระหว่างเที่ยว

