เที่ยวหินสามวาฬ บึงกาฬ สัมผัสธรรมชาติและชมวิวเหนือภูสิงห์

เที่ยวหินสามวาฬ บึงกาฬ

เที่ยวหินสามวาฬ บึงกาฬ เป็นทริปที่เหมาะสำหรับคนอยากพักจากความวุ่นวาย แล้วออกไปสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางผืนป่าของภูสิงห์ จุดเด่นคือวิวมุมสูงที่มองเห็นภูเขา แม่น้ำโขง และทิวทัศน์ฝั่งลาวได้อย่างกว้างไกล โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงแดดค่อย ๆ ส่องผ่านขอบฟ้า บรรยากาศจะสวยและเงียบสงบเป็นพิเศษ

นอกจากการชมวิวและถ่ายภาพแล้ว บริเวณภูสิงห์ยังมีจุดธรรมชาติให้แวะเที่ยวอีกหลายแห่ง หากวางแผนเรื่องเวลา การเดินทาง และเตรียมตัวให้เหมาะสม ก็สามารถเที่ยวได้ครบภายในทริปเดียวโดยไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป

ทำความรู้จักหินสามวาฬก่อนออกเดินทาง

หินสามวาฬอยู่ที่ไหน เหมาะกับใคร

หินสามวาฬตั้งอยู่ในพื้นที่ภูสิงห์ จังหวัดบึงกาฬ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู รอบพื้นที่เต็มไปด้วยผืนป่า หน้าผา ถ้ำ และก้อนหินที่มีรูปร่างแตกต่างกัน จึงเหมาะกับคนที่ชอบชมวิว ถ่ายภาพ และเที่ยวธรรมชาติแบบใช้เวลาเดินไม่มากนัก

จุดเด่นของที่นี่คือหินทรายขนาดใหญ่ริมหน้าผา 3 ก้อน ซึ่งเมื่อมองจากระยะไกลจะมีรูปร่างคล้ายครอบครัววาฬกำลังว่ายอยู่กลางผืนป่า จึงเรียกตามขนาดว่าหินวาฬพ่อ หินวาฬแม่ และหินวาฬลูก โดยกลุ่มหินมีอายุประมาณ 75 ล้านปี และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวสำคัญของภูสิงห์ (2003-2027) [1]

เที่ยวหินสามวาฬช่วงไหนดี

  • เดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ อากาศค่อนข้างเย็น ท้องฟ้าเปิด เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้นและถ่ายภาพมากที่สุด
  • เดือนมีนาคม–พฤษภาคม อากาศร้อนและแดดค่อนข้างแรง ควรขึ้นไปเที่ยวในช่วงเช้า พร้อมเตรียมหมวกและน้ำดื่ม
  • เดือนมิถุนายน–ตุลาคม ผืนป่าเขียวชอุ่มและบรรยากาศสดชื่น แต่ควรตรวจสอบฝนและสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง เพราะพื้นหินอาจลื่น

วิธีเดินทางไปหินสามวาฬ บึงกาฬ

เดินทางจากตัวเมืองบึงกาฬ

จากตัวเมืองบึงกาฬให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครพนม เมื่อถึงตำบลโคกก่องให้เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางไปภูสิงห์ ระยะทางรวมประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 30 นาที เมื่อถึงจุดบริการนักท่องเที่ยวสามารถจอดรถและลงทะเบียนก่อนขึ้นไปยังหินสามวาฬได้

เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปบึงกาฬ

หากขับรถจากกรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 760 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 10 ชม. 20 นาที (13 กุมภาพันธ์ 2021) [2] ส่วนคนที่ไม่ต้องการขับรถไกลสามารถนั่งรถโดยสารจากสถานีขนส่งหมอชิตไปลงที่บึงกาฬ แล้วเช่ารถหรือเหมารถไปยังภูสิงห์

ปัจจุบันบึงกาฬยังไม่มีสนามบินที่เปิดให้บริการ วิธีที่สะดวกคือบินไปลงสนามบินอุดรธานี แล้วเช่ารถขับต่อไปบึงกาฬ เหมาะกับผู้ที่ต้องการประหยัดเวลาและแวะเที่ยวหลายจุดภายในจังหวัด

จุดเที่ยวห้ามพลาดบริเวณหินสามวาฬ

หินสามวาฬ

หินสามวาฬเป็นไฮไลต์สำคัญที่ต้องมาให้ได้ โดยหินวาฬพ่อและหินวาฬแม่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น มองเห็นผืนป่า แม่น้ำโขง และเทือกเขาฝั่งลาวแบบกว้างไกล ส่วนหินวาฬลูกอยู่ด้านล่าง ไม่เปิดให้ขึ้น จึงนิยมชมจากมุมสูงแทน

การขึ้นไปค่อนข้างแคบและลาดชัน หากไม่สะดวกขับเองสามารถใช้รถรับส่งของอุทยานได้ จุดบริการอยู่ที่ทำการภูสิงห์ เปิด 05.30–17.00 น. ค่าบริการเที่ยวละ 500 บาท รถหนึ่งคันนั่งได้ประมาณ 10 คน ใช้เวลาเดินทางราว 30–40 นาที (20 ตุลาคม 2021) [3]

จุดชมวิวถ้ำฤๅษี

จุดชมวิวถ้ำฤๅษีอยู่ใกล้ลานจอดรถบริเวณหินสามวาฬ เป็นลานหินกว้างที่มองเห็นป่าภูวัว ภูทอก แม่น้ำโขง และภูเขาฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน หากมาในช่วงเช้าและสภาพอากาศเหมาะสม อาจได้เห็นทะเลหมอกปกคลุมเหนือแนวป่าด้วย

หินหัวช้าง

เที่ยวหินสามวาฬ บึงกาฬ

หินหัวช้างเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากแนวภูเขา รูปร่างคล้ายหัวช้างและเป็นอีกมุมถ่ายภาพเด่นของภูสิงห์ จากจุดจอดรถต้องเดินต่อประมาณ 200 เมตร เส้นทางไม่ไกล แต่ควรสวมรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดี โดยเฉพาะหลังฝนตก

กำแพงภูสิงห์

กำแพงภูสิงห์เป็นแนวหินทรายขนาดใหญ่ที่มีพื้นผิวและลวดลายเกิดจากการกัดเซาะของลมกับน้ำฝน ให้บรรยากาศแตกต่างจากจุดชมวิวอื่น เหมาะสำหรับแวะชมระหว่างนั่งรถเที่ยวภายในภูสิงห์ โดยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ว่าจุดนี้รวมอยู่ในเส้นทางของรถนำเที่ยวรอบนั้นหรือไม่

ที่พักเที่ยวหินสามวาฬ ควรเลือกย่านไหน

ใกล้ภูสิงห์และหินสามวาฬ

เหมาะกับคนที่ตั้งใจขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น เพราะออกจากที่พักช่วงเช้ามืดได้สะดวกและไม่ต้องขับรถไกล ที่พักส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ตหรือโฮมสเตย์ขนาดเล็ก บรรยากาศเงียบสงบ แต่ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้ออาจมีให้เลือกไม่มาก จึงควรเตรียมของจำเป็นไว้ล่วงหน้า

ตัวเมืองบึงกาฬ

ตัวเมืองบึงกาฬเหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก มีโรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าให้เลือกมากกว่า สามารถเที่ยวริมแม่น้ำโขงหรือแวะสถานที่อื่นในเมืองได้ง่าย ก่อนขับรถไปภูสิงห์ในช่วงเช้า โดยหินสามวาฬอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20–25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 25–30 นาที

โซนริมแม่น้ำโขง (อำเภอเมืองบึงกาฬ)

ย่านริมแม่น้ำโขงเหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศชิล ๆ และวิวพระอาทิตย์ตกสวย ๆ สามารถเดินเล่นริมโขงหรือหาคาเฟ่บรรยากาศดีนั่งพักผ่อนได้ ที่พักในโซนนี้มักเป็นโรงแรมขนาดกลางถึงเล็ก เดินทางเข้าเมืองสะดวก และยังสามารถขับรถไปหินสามวาฬในตอนเช้าได้ไม่ยาก ใช้เวลาประมาณ 25–35 นาที ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพการจราจร

เที่ยวหินสามวาฬ กินอะไรดี

เที่ยวหินสามวาฬ บึงกาฬ

เมนูปลาแม่น้ำโขง

ร้านอาหารในตัวเมืองบึงกาฬหลายแห่งมีเมนูปลาแม่น้ำโขงให้ลอง เช่น ต้มยำปลา ลาบปลา และปลาทอดสมุนไพร เนื้อปลาสด รสชาติจัดจ้าน เหมาะสำหรับสั่งเป็นกับข้าวแบ่งกันกิน โดยเฉพาะร้านอาหารบริเวณริมแม่น้ำโขง

ส้มตำ ไก่ย่าง และอาหารอีสาน

ส้มตำ ไก่ย่าง ลาบ และต้มแซ่บ เป็นเมนูที่หารับประทานได้ง่ายทั้งในตัวเมืองและระหว่างเดินทาง รสชาติเข้มข้น ราคาไม่สูง เหมาะสำหรับแวะเติมพลังก่อนหรือหลังขึ้นไปเที่ยวหินสามวาฬ

ไข่กระทะและอาหารเช้าแบบเวียดนาม

หากต้องออกจากที่พักตั้งแต่เช้ามืดเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น หลังลงจากภูสิงห์สามารถแวะรับประทานไข่กระทะ ขนมปังญวน หรือโจ๊กในตัวเมืองบึงกาฬได้ ร้านอาหารเช้าส่วนใหญ่มักเปิดตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ควรตรวจสอบเวลาเปิดของร้านที่ต้องการไปอีกครั้ง โดยเฉพาะวันธรรมดา

เคล็ดลับเที่ยวหินสามวาฬให้คุ้มที่สุด

เที่ยวหินสามวาฬ บึงกาฬ
  • ไปถึงจุดบริการนักท่องเที่ยวตั้งแต่เช้ามืด หากต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นและหลีกเลี่ยงอากาศร้อน
  • ตรวจสอบสภาพอากาศและการให้บริการรถขึ้นภูสิงห์ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน
  • สวมรองเท้าที่พื้นยึดเกาะได้ดี เพราะบางจุดเป็นทางลาดและพื้นหินอาจลื่น
  • เตรียมน้ำดื่ม หมวก และครีมกันแดด เนื่องจากบริเวณลานหินมีพื้นที่ร่มค่อนข้างน้อย
  • หากเดินทางมาไม่ถึง 10 คน สามารถสอบถามเรื่องแชร์รถนำเที่ยวกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นเพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
  • ควรเผื่อเวลาเที่ยวประมาณครึ่งวัน เพื่อแวะหินหัวช้าง จุดชมวิวถ้ำฤๅษี และจุดธรรมชาติอื่นภายในภูสิงห์ได้โดยไม่เร่งรีบ


นอกจากหินสามวาฬแล้ว ประเทศไทยยังมีอีกหลายมุมสวย ๆ ให้เดินทางไปสัมผัส ใครที่กำลังหาไอเดียเที่ยวเพิ่มเติม สามารถดูรวมลิสต์
สถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่น่าสนใจได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวหินสามวาฬ

ช่วงเวลาไหนเหมาะที่สุดในการไปหินสามวาฬ?

ช่วงเช้าตรู่ประมาณ 05.00–07.00 น. เป็นเวลาที่นิยมที่สุด เพราะอากาศเย็นและมีโอกาสเห็นทะเลหมอก ส่วนช่วงเย็นก็สวยเช่นกันแต่จะไม่ได้เห็นหมอก

ต้องเสียค่าเข้าหรือค่าบริการอะไรบ้าง?

ไม่มีค่าเข้าพื้นที่ แต่จะมีค่ารถนำเที่ยวของชุมชนที่พาขึ้นไปยังจุดชมวิว ซึ่งเป็นบริการหลักเพราะไม่อนุญาตให้รถส่วนตัวขึ้นเอง ค่าบริการรถนำเที่ยวมักไม่แพงและยังช่วยสนับสนุนรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย

ใส่รองเท้าแบบไหนไปดีที่สุด?

ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ากีฬาที่พื้นยึดเกาะดี หลีกเลี่ยงรองเท้าแตะหรือรองเท้าลื่น เพราะบางจุดเป็นหินธรรมชาติและอาจลื่นได้ง่าย หากเป็นรองเท้ากันลื่นจะช่วยให้เดินได้ปลอดภัยและมั่นคงมากขึ้น

มีร้านอาหารหรือของกินบนภูสิงห์ไหม?

บริเวณด้านล่างก่อนขึ้นภูสิงห์จะมีร้านค้าและร้านอาหารเล็ก ๆ แต่บนจุดชมวิวไม่มีร้านค้า ควรเตรียมน้ำดื่มติดตัวขึ้นไปให้พร้อม จึงควรเตรียมอาหารหรือของว่างไปเผื่อระหว่างเที่ยว

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง