
เที่ยวหุบเขาอิยะ 2 วัน 1 คืน จากโอซาก้า หุบเขาลึกลับที่คนไทยยังไม่รู้จัก
- เฮียเกา
- 15 views

หุบเขาอิยะคือหนึ่งในสถานที่ลึกลับที่สุดของญี่ปุ่น ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 3 สถานที่ที่ลึกลับที่สุดในประเทศร่วมกับหมู่บ้านชิราคาวาโกะและหมู่บ้านชิอิบะ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยยังถือเป็น Unseen in Japan อยู่มาก ด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติอันบริสุทธิ์ สะพานเถาวัลย์โบราณ และน้ำพุร้อนกลางหุบเขา
บทความนี้รวมแผน เที่ยวหุบเขาอิยะ 2 วัน 1 คืน จากโอซาก้า แบบครบจบ พร้อมข้อมูลการเดินทาง ที่พัก และ Tips สำหรับมือใหม่
หุบเขาอิยะตั้งอยู่ในเขตจังหวัดโทคุชิมะ ใจกลางเกาะชิโกกุ ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของตัวเมือง เชื่อมต่อด้วยเส้นทางถนนคดเคี้ยวและแคบในเทือกเขาที่ลาดชัน หุบเขานี้มีความยาวทั้งหมดประมาณ 10 กิโลเมตร (21 มิถุนายน 2025) [1]
ผู้คนแทบไม่เคยมาเยือน แต่ยังคงรักษาทัศนียภาพธรรมชาติอันบริสุทธิ์ไว้ได้สมบูรณ์ มีคนกล่าวขานว่าหุบเขาอิยะเป็น “ทิเบตของญี่ปุ่น” เพราะความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| จังหวัด | โทคุชิมะ (เกาะชิโกกุ) |
| ระยะเวลาจากโอซาก้า | ประมาณ 4–5 ชั่วโมง (รวมเปลี่ยนรถหลายขา) |
| เขตเวลา | JST (UTC+9) |
| ฤดูกาลแนะนำ | ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน (ใบไม้แดง) / ฤดูร้อน (เดินป่า) |
| เหมาะสำหรับ | ทริป 2 วัน 1 คืน หรือมากกว่า |
| งบเฉลี่ย/คน/ทริป 2 วัน | ประมาณ 8,000–18,000 บาท |
เนื่องจากหุบเขาอิยะอยู่ลึกเข้าไปในภูเขาของเกาะชิโกกุ การเดินทางจึงใช้เวลานานกว่าจุดหมายปลายทางทั่วไปในญี่ปุ่น ควรวางแผนเป็นทริปอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาเดินทาง
รวมเวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 4–5 ชั่วโมง ทำให้การไปแบบ Day Trip ไม่สมเหตุสมผล จึงแนะนำให้พักค้างคืนในพื้นที่เพื่อเที่ยวได้อย่างเต็มที่

หุบเขาอิยะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ นิชิอิยะ (Nishi Iya) หรืออิยะทิศตะวันตก ที่ได้รับการพัฒนาค่อนข้างมากกว่าและเข้าถึงได้โดยรถบัสประจำทาง และ โอคุอิยะ (Oku Iya) หรืออิยะทิศตะวันออกที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา เข้าถึงได้ยากกว่า แนะนำให้ใช้บริการขนส่งเอกชนสำหรับพื้นที่นี้
คำแนะนำ: หากมีงบประมาณ การเช่ารถขับเองจะสะดวกที่สุดสำหรับการสำรวจหุบเขา เพราะรถบัสมีรอบจำกัดและบางจุดเข้าถึงได้ยาก
สะพานคาซึระบาชิเป็นสะพานแขวนแบบดั้งเดิมที่สร้างขึ้นโดยใช้เถาวัลย์ธรรมชาติ ถือเป็นหนึ่งในสามสะพานที่แปลกที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นแหล่งความภาคภูมิใจของชาวโทคุชิมะ มีตำนานเล่าว่าสะพานนี้สร้างขึ้นเพื่อหลบเลี่ยงการไล่ล่าของกลุ่มนักรบเฮเกะที่หลบหนีจากเกียวโตหลังจากความพ่ายแพ้ในศตวรรษที่ 12
การเดินข้ามสะพานให้ความรู้สึกหวาดเสียวเล็กน้อย เพราะมองลงไปเห็นแม่น้ำอิยะสีเขียวมรกตอยู่ใต้ฝ่าเท้า แต่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่รอบตัวจะช่วยให้ผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถือเป็นจุดที่คู่รักนิยมมาข้ามด้วยกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์
การเดินทาง: นั่งรถบัส Shikoku Kotsu จากสถานี JR Oboke ประมาณ 15–20 นาที
ช่องเขาโอโบเกะและโคโบเกะเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยติดอันดับในญี่ปุ่น มีแม่น้ำโยชิโนะไหลผ่านเป็นรูปทรงเกือกม้าสีมรกต ตัดกับเนินเขาสูงตระหง่านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ในแต่ละฤดู ชื่อ “โอโบเกะ-โคโบเกะ” มีความหมายว่าจะเดินก้าวยาวหรือก้าวสั้นก็อันตรายเหมือนกันหมด (21 ตุลาคม 2015) [2]
เพราะช่องเขาเต็มไปด้วยพื้นหินขรุขระที่มีลักษณะคล้ายหินอ่อนแกะสลักจนได้รับการกำหนดให้เป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมวิวโอโบเกะเพื่อชมความงามของหุบเขาได้อย่างใกล้ชิด เป็นกิจกรรมที่แนะนำมากสำหรับทริปนี้
การเดินทาง: ใกล้กับสถานี JR Oboke เดินถึงท่าเรือได้ไม่ไกล
โอคุอิยะคือส่วนที่ลึกเข้าไปในหุบเขาและรักษาความเป็นธรรมชาติดิบไว้ได้มากที่สุด ที่นี่มี สะพานคาซึระบาชิคู่โอคุอิยะ (Oku-Iya Kazurabashi Bridges) ซึ่งเป็นสะพานเถาวัลย์แฝดที่อยู่ห่างจากสะพานคาซึระบาชิหลักประมาณ 1 ชั่วโมง
บรรยากาศเงียบสงบกว่าและมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่ามาก เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสความเป็น Unseen อย่างแท้จริง
การเดินทาง: แนะนำเช่ารถยนต์ส่วนตัว เพราะรถบัสประจำทางเข้าไม่ถึงพื้นที่นี้
น้ำตกบิวะมีลักษณะเด่นในนิทานเรื่องนักรบเฮเกะ เพราะเป็นที่ที่นักรบควรจะพักผ่อนริมน้ำตกอันเงียบสงบและเล่นบิวะ (พิณญี่ปุ่น) การเดินทางไปน้ำตกและบริเวณโดยรอบต้องเดินขึ้นเขาสูงชัน แต่ผู้มาเยือนจะได้รับบรรยากาศที่เงียบสงบและเหนือจริงเป็นการตอบแทน (17 กุมภาพันธ์ 2018) [3]
การเดินทาง: เดินเท้าจากจุดจอดรถใกล้เคียง ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที

สำหรับคนที่อยากเพิ่มความตื่นเต้นในทริป Iya Forest Adventure Park เป็นสวนผจญภัยกลางแจ้งที่ให้นักท่องเที่ยวสวมสายรัดและอุปกรณ์ความปลอดภัย เคลื่อนผ่านกิจกรรมต่างๆ ระหว่างต้นไม้บนยอดไม้ตามธรรมชาติ และปิดท้ายด้วยซิปไลน์ข้ามหุบเขาอิยะ เหมาะสำหรับทุกวัยตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่
ใกล้กันยังมีรถไฟด้วงที่สะพานโรมันอิยะ ซึ่งเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กที่นั่งได้สูงสุด 2 คน เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก
ที่อยู่: 379 Oinouchi หมู่บ้าน Nishi-Iyayama เมือง Miyoshi จังหวัด Tokushima
เวลาเปิด: 9.00–18.00 น.
การเดินทาง: ขึ้นรถบัส Shikoku Kotsu จากสถานี JR Oboke ประมาณ 15 นาที
หลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน การแช่ออนเซ็นคือไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด ออนเซ็นส่วนใหญ่ในหุบเขาให้บรรยากาศหรูหราในราคาที่ไม่สูงนัก เช่น Hotel Hikyounoyu ที่มีทางเข้าในร่มและกลางแจ้ง ราคาประมาณ 1,000 เยนสำหรับผู้ใหญ่และ 500 เยนสำหรับเด็ก
น้ำจากออนเซ็นมีแร่ธาตุที่เชื่อกันว่าช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่างๆ เป็นวิธีที่ดีในการผ่อนคลายหลังเดินเขามาทั้งวัน
| วัน | เวลา | กิจกรรม |
|---|---|---|
| วันที่ 1 | เช้า | เดินทางจากโอซาก้าด้วยชินคันเซ็นไปโอคายาม่า ต่อรถไฟเข้าชิโกกุ |
| วันที่ 1 | บ่าย | ถึงสถานี Oboke เที่ยวช่องเขาโอโบเกะ-โคโบเกะ นั่งเรือชมวิว |
| วันที่ 1 | เย็น | เดินข้ามสะพานคาซึระบาชิ เข้าพักที่โรงแรมพร้อมแช่ออนเซ็น |
| วันที่ 2 | เช้า | เที่ยวโอคุอิยะ ชมสะพานเถาวัลย์คู่ หรือเล่น Forest Adventure Park |
| วันที่ 2 | บ่าย | แวะน้ำตกบิวะ ทานอาหารท้องถิ่น |
| วันที่ 2 | เย็น | เดินทางกลับโอซาก้าด้วยเส้นทางเดิม |

| ประเภท | เหมาะสำหรับ | ราคาเฉลี่ย/คืน |
|---|---|---|
| Hotel Hikyounoyu (มีออนเซ็น) | สายพักผ่อน ชมวิวหุบเขา | 4,000–10,000 บาท |
| เรียวกังท้องถิ่น | สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม | 3,500–9,000 บาท |
| บ้านคะยะบุกิ (Kayabuki) | สายธรรมชาติ ต้องการประสบการณ์พิเศษ | 5,000–15,000 บาท |
หุบเขาอิยะตั้งอยู่ในจังหวัดโทคุชิมะ ใจกลางเกาะชิโกกุ ใช้เวลาเดินทางจากโอซาก้าประมาณ 4–5 ชั่วโมง โดยต้องนั่งชินคันเซ็นไปโอคายาม่าก่อน แล้วต่อรถไฟและรถบัสเข้าสู่หุบเขา

ไม่แนะนำ เพราะการเดินทางใช้เวลานานถึง 4–5 ชั่วโมงต่อขา หากไปแบบไปเช้าเย็นกลับจะเหลือเวลาเที่ยวจริงน้อยมาก แนะนำวางแผนเป็น 2 วัน 1 คืนขึ้นไปเพื่อให้คุ้มค่ากับการเดินทาง
ปลอดภัย แต่ควรเตรียมตัวให้พร้อมเรื่องเส้นทางและการเดินทาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกลและมีป้ายภาษาอังกฤษน้อยกว่าเมืองท่องเที่ยวหลัก แนะนำศึกษาเส้นทางรถบัสและเวลาให้ดีก่อนเดินทาง หรือเช่ารถขับเองเพื่อความสะดวก
ส่วนนิชิอิยะสามารถเข้าถึงได้ด้วยรถบัสประจำทาง Shikoku Kotsu แต่ส่วนโอคุอิยะที่ลึกเข้าไปในหุบเขาจะเข้าถึงได้ยากกว่า แนะนำเช่ารถยนต์หรือใช้บริการขนส่งเอกชนหากต้องการสำรวจพื้นที่นี้
ช่วงปลายตุลาคมถึงกลางพฤศจิกายนเหมาะที่สุดสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูร้อนเหมาะแก่การเดินป่าและกิจกรรมผจญภัย ฤดูใบไม้ผลิจะได้ชมซากุระโดยรอบ ส่วนฤดูหนาวเดินทางยากที่สุดแต่ได้บรรยากาศหิมะปกคลุมภูเขาที่สวยงามแปลกตา
สะพานจะแกว่งและมองเห็นแม่น้ำใต้เท้าผ่านช่องไม้ ทำให้รู้สึกหวาดเสียวพอสมควรสำหรับคนที่กลัวความสูง แต่สะพานมีความแข็งแรงและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถเดินช้าๆ และจับราวด้านข้างได้ตลอดทาง

