เที่ยวอาคิตะ 2026 เมืองโคมไฟยักษ์ และทะเลสาบลึกที่สุดในญี่ปุ่นที่โทโฮคุยังไม่มีใครรู้จักพอ

เที่ยวอาคิตะ 2026

อาคิตะ (Akita) คือเมืองหลวงของจังหวัดอาคิตะ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ ริมทะเลญี่ปุ่น เมืองที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมและธรรมชาติบริสุทธิ์ไว้ได้ดีกว่าเมืองส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น เป็นแหล่งผลิตข้าวและสาเกที่ดีที่สุดของประเทศ

เที่ยวอาคิตะ 2026 แตกต่างจากเมืองอื่นในโทโฮคุคือเทศกาลคันโตที่มีโคมไฟยักษ์สูงกว่า 12 เมตรสร้างภาพที่หาดูไม่ได้จากที่อื่น บวกกับทะเลสาบทาซาวะที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น และหมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะที่ยังคงบรรยากาศยุคเอโดะไว้สมบูรณ์

ทำความรู้จักอาคิตะก่อนออกเดินทาง

อาคิตะอยู่ที่ไหน เหมาะกับใคร

อาคิตะตั้งอยู่ทางตะวันตกของภูมิภาคโทโฮคุ ติดทะเลญี่ปุ่น ห่างจากโตเกียวประมาณ 3 ชั่วโมงโดยชินคันเซ็น เป็นเมืองที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ยังได้สัมผัสญี่ปุ่นแบบแท้จริง

เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวเมืองที่ไม่แออัด สายธรรมชาติที่อยากเห็นทะเลสาบใสและทุ่งหญ้าเขียว สายเทศกาลที่ไม่อยากพลาดโคมไฟยักษ์ และนักท่องเที่ยวสายกินที่ตามหาข้าวและสาเกคุณภาพดีที่สุดของญี่ปุ่น

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวอาคิตะ

  • ฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย.-พ.ค.) ซากุระบานช้ากว่าโตเกียว 2-3 สัปดาห์ หมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโทโฮคุ
  • ฤดูร้อน (ก.ค.-ส.ค.) ไฮไลต์คือเทศกาลคันโต Matsuri 3-6 สิงหาคม และเทศกาลดอกไม้ไฟโอมาการิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) ใบไม้เปลี่ยนสีรอบทะเลสาบทาซาวะและเทือกเขาโดยรอบ อากาศดีที่สุดของปี
  • ฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) หิมะหนาปกคลุมหมู่บ้านซามูไร ออนเซ็นนยูโตที่แช่ท่ามกลางหิมะเป็นประสบการณ์ระดับพรีเมียม

วิธีเดินทางไปอาคิตะ

จากโตเกียวด้วยชินคันเซ็น

นั่งชินคันเซ็น Komachi จากสถานีโตเกียวตรงไปสถานีอาคิตะ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที ครอบคลุมโดย JR Pass เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดไม่ต้องเปลี่ยนขบวน รถ Komachi แยกตัวออกจากขบวน Hayabusa ที่สถานีโมริโอกะ (13 ตุลาคม 2025) [1]

จากเซนไดและเมืองโทโฮคุ

นั่งรถไฟ JR Ou Main Line หรือ Akita Shinkansen ต่อจากเซนได ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่วางแผนทริปวนรอบโทโฮคุ ต่อจากอาคิตะไปได้ทั้งโมริโอกะและอาโอโมริ

เดินทางภายในอาคิตะ

ตัวเมืองอาคิตะมีรถบัสสาธารณะและแท็กซี่ สำหรับทะเลสาบทาซาวะนั่งรถไฟ Tazawako Line ประมาณ 45 นาที และหมู่บ้านคะคุโนะดาเตะนั่งรถไฟต่อไปอีก 15 นาทีจากทาซาวะ แนะนำซื้อบัตร Akita Enjoyment Pass ถ้าวางแผนเที่ยวหลายจุด

เรียวกังป่าลึก

ที่เที่ยวอาคิตะห้ามพลาด

เทศกาลคันโต Matsuri

หนึ่งในสามเทศกาลใหญ่ของโทโฮคุ จัดทุกปีวันที่ 3-6 สิงหาคม นักแสดงแต่งชุดดั้งเดิมแบกเสาไม้ไผ่ยาวกว่า 12 เมตรที่มีโคมไฟห้อยเรียงเป็นชั้น น้ำหนักรวมกว่า 50 กิโลกรัม แล้วทรงตัวด้วยฝ่ามือ หน้าผาก หลัง และสะโพกสลับกัน ชมฟรีเวลา 19:00-21:00 น. ที่ถนนชูโอะโดริ (กรกฎาคม 2026) [2]

หมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะ

หมู่บ้านที่ตระกูลซามูไรอาศัยอยู่มาตั้งแต่ยุคเอโดะ ยังคงอนุรักษ์บ้านไม้และกำแพงโคลนสีน้ำตาลไว้สมบูรณ์กว่า 80 หลัง บรรยากาศเงียบสงบต่างจากเมืองออนเซ็นทั่วไปมาก

ช่วงซากุระปลายเมษายนต้นซากุระโบราณอายุกว่า 400 ปีบานเต็มทั้งถนน เป็นภาพที่ทำให้ที่นี่โด่งดังระดับประเทศ

ทะเลสาบทาซาวะ

ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น ความลึกสูงสุด 423 เมตร น้ำสีฟ้าครามใสจนเห็นก้นทะเลสาบบริเวณชายฝั่ง รอบทะเลสาบมีเส้นทางปั่นจักรยาน 20 กิโลเมตรพร้อมวิวภูเขา

ในบริเวณทะเลสาบมีรูปปั้นทาสึโกะ ตัวละครในตำนานที่เชื่อกันว่ากลายเป็นเทพเจ้าแห่งทะเลสาบนี้ (7 สิงหาคม 2019) [3]

ออนเซ็นนยูโต

กลุ่มออนเซ็นบนภูเขาใกล้ทะเลสาบทาซาวะ มี 7 เรียวกังในป่าลึกที่แต่ละแห่งมีน้ำแร่ต่างประเภทกัน ทั้งน้ำขาวขุ่น น้ำกำมะถัน และน้ำใสแจ๋ว บรรยากาศโบราณสมัยเมจิที่ยังอนุรักษ์ไว้สมบูรณ์

ฤดูหนาวแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะที่นี่ถือเป็นประสบการณ์ระดับ Bucket List ที่หาที่อื่นทดแทนไม่ได้

สวนเซ็นโค

สวนสาธารณะใจกลางเมืองอาคิตะที่ล้อมรอบซากปราสาทคิวคุ ช่วงซากุระมีต้นซากุระกว่า 800 ต้นบานพร้อมกัน เป็นจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของตัวเมือง เข้าชมฟรีตลอดทั้งปี

ที่พักในอาคิตะ ควรเลือกย่านไหน

ย่านรอบสถานีอาคิตะ

ที่พักกระจุกอยู่รอบสถานีชินคันเซ็น มีโรงแรมหลายระดับราคา สะดวกต่อการเดินทางต่อไปคะคุโนะดาเตะและทะเลสาบทาซาวะ เดินถึงสวนเซ็นโคได้ในเวลาไม่นาน

เทศกาลคันโต Matsuri

เรียวกังที่นยูโตออนเซ็น

ถ้าอยากได้ประสบการณ์ออนเซ็นในป่าลึกแบบแท้จริง ค้างคืนที่หนึ่งในเจ็ดเรียวกังของนยูโตออนเซ็น แต่ต้องจองล่วงหน้านานมากเพราะที่พักมีจำกัดและเป็นที่ต้องการสูงโดยเฉพาะฤดูหนาว

กินอะไรดีที่อาคิตะ

คิริทันโปะ

อาหารประจำถิ่นที่สุดของอาคิตะ ข้าวหุงสุกนวดแล้วพอกรอบไม้เสียบย่างถ่าน กินได้ทั้งแบบสดจิ้มมิโซะหรือใส่ลงในหม้อนาเบะซุปไก่รสเข้มข้น ทำจากข้าวอาคิตะโคมาจิที่เป็นสายพันธุ์ข้าวชั้นหนึ่งของญี่ปุ่น ร้านขายคิริทันโปะมีทั่วตัวเมือง

สาเกอาคิตะ

จังหวัดอาคิตะมีโรงกลั่นสาเกที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากกว่า 40 แห่ง เพราะมีข้าวคุณภาพสูงและน้ำจากภูเขาบริสุทธิ์ ยี่ห้อดังอย่าง Kariho, Dewatsuru และ Taiheizan หาซื้อได้ที่ร้านค้าในเมืองและสนามบิน รสชาติสะอาดกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ของสาเกภูมิภาคโทโฮคุ

ข้าวอาคิตะโคมาจิและเนื้อหมูจิงกิสข่าน

อาคิตะโคมาจิคือข้าวสายพันธุ์ชั้นหนึ่งของญี่ปุ่นที่ปลูกในสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นของอาคิตะ เมล็ดใหญ่ขาวใส รสหวานหอมเมื่อหุงสุก ลองกินคู่กับนาเบะคิริทันโปะหรือชุดข้าวต้มญี่ปุ่นแบบโอกายูจะได้รสชาติที่ดีที่สุด

อาหารประจำถิ่นอาคิตะ

เคล็ดลับการเที่ยวอาคิตะให้คุ้มที่สุด

  • ถ้าไปช่วงเทศกาลคันโตต้นเดือนสิงหาคม จองที่พักล่วงหน้าหลายเดือนเพราะโรงแรมในเมืองเต็มเร็วมาก
  • วางแผนรวมทะเลสาบทาซาวะกับหมู่บ้านคะคุโนะดาเตะในวันเดียว เพราะสองจุดนี้อยู่บนเส้นทางรถไฟเดียวกัน
  • ซื้อ Akita Enjoyment Pass สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ราคาประหยัดกว่าซื้อตั๋วรายเที่ยวมากถ้าวางแผนเที่ยวหลายจุด
  • เรียวกังที่นยูโตออนเซ็นต้องจองล่วงหน้านานมาก ควรเช็กความพร้อมและจองก่อนวางแผนการเดินทางส่วนอื่น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวอาคิตะ

อาคิตะเที่ยวกี่วันถึงจะพอ

2-3 วันครบทุกไฮไลต์ วันแรกตัวเมืองและสวนเซ็นโค วันที่สองทะเลสาบทาซาวะและหมู่บ้านคะคุโนะดาเตะ วันที่สามนยูโตออนเซ็น ถ้ามีแค่ 1 วันก็ยังเที่ยวหมู่บ้านซามูไรและทะเลสาบได้ครบ

อาคิตะห่างจากโตเกียวกี่ชั่วโมง

นั่งชินคันเซ็น Komachi ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที เป็นเมืองโทโฮคุที่ใช้เวลาเดินทางนานกว่าเซนไดและโมริโอกะ แต่คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้เห็น

เทศกาลคันโตจัดช่วงไหน

จัดทุกปีวันที่ 3-6 สิงหาคม เวลา 19:00-21:00 น. ที่ถนนชูโอะโดริในตัวเมืองอาคิตะ เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

นยูโตออนเซ็นต้องจองล่วงหน้านานแค่ไหน

แนะนำจองล่วงหน้า 3-6 เดือนสำหรับฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง เพราะมีเพียง 7 เรียวกังและที่พักมีจำกัดมาก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง