
เที่ยวอาคิตะ 2026 เมืองโคมไฟยักษ์ และทะเลสาบลึกที่สุดในญี่ปุ่นที่โทโฮคุยังไม่มีใครรู้จักพอ
- เฮียเกา
- 8 views

อาคิตะ (Akita) คือเมืองหลวงของจังหวัดอาคิตะ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ ริมทะเลญี่ปุ่น เมืองที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมและธรรมชาติบริสุทธิ์ไว้ได้ดีกว่าเมืองส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น เป็นแหล่งผลิตข้าวและสาเกที่ดีที่สุดของประเทศ
เที่ยวอาคิตะ 2026 แตกต่างจากเมืองอื่นในโทโฮคุคือเทศกาลคันโตที่มีโคมไฟยักษ์สูงกว่า 12 เมตรสร้างภาพที่หาดูไม่ได้จากที่อื่น บวกกับทะเลสาบทาซาวะที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น และหมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะที่ยังคงบรรยากาศยุคเอโดะไว้สมบูรณ์
อาคิตะตั้งอยู่ทางตะวันตกของภูมิภาคโทโฮคุ ติดทะเลญี่ปุ่น ห่างจากโตเกียวประมาณ 3 ชั่วโมงโดยชินคันเซ็น เป็นเมืองที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ยังได้สัมผัสญี่ปุ่นแบบแท้จริง
เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวเมืองที่ไม่แออัด สายธรรมชาติที่อยากเห็นทะเลสาบใสและทุ่งหญ้าเขียว สายเทศกาลที่ไม่อยากพลาดโคมไฟยักษ์ และนักท่องเที่ยวสายกินที่ตามหาข้าวและสาเกคุณภาพดีที่สุดของญี่ปุ่น
นั่งชินคันเซ็น Komachi จากสถานีโตเกียวตรงไปสถานีอาคิตะ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที ครอบคลุมโดย JR Pass เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดไม่ต้องเปลี่ยนขบวน รถ Komachi แยกตัวออกจากขบวน Hayabusa ที่สถานีโมริโอกะ (13 ตุลาคม 2025) [1]
นั่งรถไฟ JR Ou Main Line หรือ Akita Shinkansen ต่อจากเซนได ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่วางแผนทริปวนรอบโทโฮคุ ต่อจากอาคิตะไปได้ทั้งโมริโอกะและอาโอโมริ
ตัวเมืองอาคิตะมีรถบัสสาธารณะและแท็กซี่ สำหรับทะเลสาบทาซาวะนั่งรถไฟ Tazawako Line ประมาณ 45 นาที และหมู่บ้านคะคุโนะดาเตะนั่งรถไฟต่อไปอีก 15 นาทีจากทาซาวะ แนะนำซื้อบัตร Akita Enjoyment Pass ถ้าวางแผนเที่ยวหลายจุด

หนึ่งในสามเทศกาลใหญ่ของโทโฮคุ จัดทุกปีวันที่ 3-6 สิงหาคม นักแสดงแต่งชุดดั้งเดิมแบกเสาไม้ไผ่ยาวกว่า 12 เมตรที่มีโคมไฟห้อยเรียงเป็นชั้น น้ำหนักรวมกว่า 50 กิโลกรัม แล้วทรงตัวด้วยฝ่ามือ หน้าผาก หลัง และสะโพกสลับกัน ชมฟรีเวลา 19:00-21:00 น. ที่ถนนชูโอะโดริ (กรกฎาคม 2026) [2]
หมู่บ้านที่ตระกูลซามูไรอาศัยอยู่มาตั้งแต่ยุคเอโดะ ยังคงอนุรักษ์บ้านไม้และกำแพงโคลนสีน้ำตาลไว้สมบูรณ์กว่า 80 หลัง บรรยากาศเงียบสงบต่างจากเมืองออนเซ็นทั่วไปมาก
ช่วงซากุระปลายเมษายนต้นซากุระโบราณอายุกว่า 400 ปีบานเต็มทั้งถนน เป็นภาพที่ทำให้ที่นี่โด่งดังระดับประเทศ
ทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น ความลึกสูงสุด 423 เมตร น้ำสีฟ้าครามใสจนเห็นก้นทะเลสาบบริเวณชายฝั่ง รอบทะเลสาบมีเส้นทางปั่นจักรยาน 20 กิโลเมตรพร้อมวิวภูเขา
ในบริเวณทะเลสาบมีรูปปั้นทาสึโกะ ตัวละครในตำนานที่เชื่อกันว่ากลายเป็นเทพเจ้าแห่งทะเลสาบนี้ (7 สิงหาคม 2019) [3]
กลุ่มออนเซ็นบนภูเขาใกล้ทะเลสาบทาซาวะ มี 7 เรียวกังในป่าลึกที่แต่ละแห่งมีน้ำแร่ต่างประเภทกัน ทั้งน้ำขาวขุ่น น้ำกำมะถัน และน้ำใสแจ๋ว บรรยากาศโบราณสมัยเมจิที่ยังอนุรักษ์ไว้สมบูรณ์
ฤดูหนาวแช่ออนเซ็นท่ามกลางหิมะที่นี่ถือเป็นประสบการณ์ระดับ Bucket List ที่หาที่อื่นทดแทนไม่ได้
สวนสาธารณะใจกลางเมืองอาคิตะที่ล้อมรอบซากปราสาทคิวคุ ช่วงซากุระมีต้นซากุระกว่า 800 ต้นบานพร้อมกัน เป็นจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของตัวเมือง เข้าชมฟรีตลอดทั้งปี
ที่พักกระจุกอยู่รอบสถานีชินคันเซ็น มีโรงแรมหลายระดับราคา สะดวกต่อการเดินทางต่อไปคะคุโนะดาเตะและทะเลสาบทาซาวะ เดินถึงสวนเซ็นโคได้ในเวลาไม่นาน

ถ้าอยากได้ประสบการณ์ออนเซ็นในป่าลึกแบบแท้จริง ค้างคืนที่หนึ่งในเจ็ดเรียวกังของนยูโตออนเซ็น แต่ต้องจองล่วงหน้านานมากเพราะที่พักมีจำกัดและเป็นที่ต้องการสูงโดยเฉพาะฤดูหนาว
อาหารประจำถิ่นที่สุดของอาคิตะ ข้าวหุงสุกนวดแล้วพอกรอบไม้เสียบย่างถ่าน กินได้ทั้งแบบสดจิ้มมิโซะหรือใส่ลงในหม้อนาเบะซุปไก่รสเข้มข้น ทำจากข้าวอาคิตะโคมาจิที่เป็นสายพันธุ์ข้าวชั้นหนึ่งของญี่ปุ่น ร้านขายคิริทันโปะมีทั่วตัวเมือง
จังหวัดอาคิตะมีโรงกลั่นสาเกที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากกว่า 40 แห่ง เพราะมีข้าวคุณภาพสูงและน้ำจากภูเขาบริสุทธิ์ ยี่ห้อดังอย่าง Kariho, Dewatsuru และ Taiheizan หาซื้อได้ที่ร้านค้าในเมืองและสนามบิน รสชาติสะอาดกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ของสาเกภูมิภาคโทโฮคุ
อาคิตะโคมาจิคือข้าวสายพันธุ์ชั้นหนึ่งของญี่ปุ่นที่ปลูกในสภาพภูมิอากาศหนาวเย็นของอาคิตะ เมล็ดใหญ่ขาวใส รสหวานหอมเมื่อหุงสุก ลองกินคู่กับนาเบะคิริทันโปะหรือชุดข้าวต้มญี่ปุ่นแบบโอกายูจะได้รสชาติที่ดีที่สุด

2-3 วันครบทุกไฮไลต์ วันแรกตัวเมืองและสวนเซ็นโค วันที่สองทะเลสาบทาซาวะและหมู่บ้านคะคุโนะดาเตะ วันที่สามนยูโตออนเซ็น ถ้ามีแค่ 1 วันก็ยังเที่ยวหมู่บ้านซามูไรและทะเลสาบได้ครบ
นั่งชินคันเซ็น Komachi ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที เป็นเมืองโทโฮคุที่ใช้เวลาเดินทางนานกว่าเซนไดและโมริโอกะ แต่คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้เห็น
จัดทุกปีวันที่ 3-6 สิงหาคม เวลา 19:00-21:00 น. ที่ถนนชูโอะโดริในตัวเมืองอาคิตะ เข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
แนะนำจองล่วงหน้า 3-6 เดือนสำหรับฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง เพราะมีเพียง 7 เรียวกังและที่พักมีจำกัดมาก

