
เที่ยวเคมบริดจ์ 2026 เมืองมหาวิทยาลัยริมแม่น้ำแคมสุดโรแมนติก
- เฮียเกา
- 19 views

เที่ยวเคมบริดจ์ 2026 คือทริปที่เหมาะกับคนชอบเมืองเล็กบรรยากาศดี เคมบริดจ์เป็นเมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ทางตะวันออกของอังกฤษ ห่างจากลอนดอนเพียงไม่ถึงชั่วโมงครึ่ง ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมโกธิกของวิทยาลัยต่างๆ และการล่องเรือพันติ้งกลางแม่น้ำแคมที่เป็นภาพจำของเมืองนี้
มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ก่อตั้งขึ้นในปี 1209 เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ประกอบด้วยวิทยาลัยกว่า 31 แห่งกระจายอยู่ทั่วเมือง แต่ละแห่งมีสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์เฉพาะตัวที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้แบบไม่รีบร้อน
เสน่ห์ของเคมบริดจ์อยู่ที่การผสมผสานระหว่างความเป็นเมืองวิชาการสุดคลาสสิกกับบรรยากาศริมน้ำที่ผ่อนคลาย เดินเล่นตามตรอกซอกซอย แวะร้านหนังสือเก่า จิบชายามบ่าย แล้วปิดท้ายด้วยการนั่งเรือชมวิวยามเย็น เป็นทริปที่ใช้เวลาแค่วันเดียวหรือพักค้างก็สนุกได้ไม่แพ้กัน
รถไฟเป็นวิธีที่เร็วและสะดวกที่สุด มีสองเส้นทางหลัก จากสถานี King’s Cross ใช้เวลาเร็วสุด 48 นาที เฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมง 9 นาที ราคาเริ่มต้นราว 26.90 ปอนด์แบบไปกลับ ส่วนจากสถานี Liverpool Street ของสายการรถไฟ Greater Anglia ใช้เวลาเร็วสุด 1 ชั่วโมง 4 นาที ราคาเริ่มต้นราว 19 ปอนด์
เที่ยวรถไฟมีให้บริการถี่มากแทบทุก 15 นาที ตั้งแต่ตี 4 ถึงตี 1 ของอีกวัน ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อราคาที่ถูกลง และจากสถานีเคมบริดจ์เดินเข้าใจกลางเมืองใช้เวลาราว 15 นาทีเท่านั้น
สำหรับคนที่อยากประหยัด รถโค้ชจาก Victoria Coach Station ในลอนดอนมาลงกลางเมืองเคมบริดจ์โดยตรง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ถึง 2 ชั่วโมงครึ่งขึ้นอยู่กับสภาพจราจร ราคาเริ่มต้นเพียง 6 ปอนด์ต่อเที่ยว ถูกกว่ารถไฟค่อนข้างมาก
ระยะทางจากลอนดอนประมาณ 62 ไมล์ผ่านทางด่วน M11 ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 45 นาทีในสภาพจราจรปกติ ใจกลางเมืองเคมบริดจ์มีถนนทางเดียวจำนวนมากและที่จอดรถราคาแพง แนะนำให้ใช้บริการ Park and Ride จอดรถไว้นอกเมืองแล้วต่อรถบัสเข้ามา จะสะดวกและประหยัดกว่ามาก

โบสถ์สไตล์โกธิกที่สร้างขึ้นระหว่างปี 1448-1515 ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเคมบริดจ์ เพดานโค้งแบบ fan vaulting ที่ประณีตและกระจกสีขนาดใหญ่ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมโกธิกที่งดงามที่สุดของอังกฤษ (7 สิงหาคม 2026) [1]
ก่อตั้งโดยพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ในปี 1546 เป็นวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดของเคมบริดจ์ จุดที่นักท่องเที่ยวชอบถ่ายรูปคือต้นแอปเปิลที่เชื่อกันว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ไอแซก นิวตัน คิดค้นทฤษฎีแรงโน้มถ่วง
กิจกรรมไฮไลต์ของเมืองคือการนั่งเรือพันติ้งชมวิวสองฝั่งแม่น้ำแคม ผ่านสะพานเก่าแก่และอาคารวิทยาลัยต่างๆ เลือกได้ทั้งแบบมีไกด์พายให้หรือพายเองสำหรับคนอยากลองประสบการณ์ใหม่
สะพานคลุมหลังคาสไตล์เวนิสที่เชื่อมอาคารของ St John’s College เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม ส่วน The Backs คือพื้นที่สวนและทุ่งหญ้าเลียบแม่น้ำด้านหลังวิทยาลัยหลายแห่ง บรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการเดินเล่นหรือปิกนิก
พิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่เข้าชมฟรี รวบรวมโบราณวัตถุจากอียิปต์ กรีก และโรมัน รวมถึงงานศิลปะเครื่องปั้นดินเผาและเฟอร์นิเจอร์ยุโรป เหมาะสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์และศิลปะ (9 สิงหาคม 2026) [2]
ตลาดกลางแจ้งเปิดทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ขายทั้งของกินและงานฝีมือท้องถิ่น ใกล้กันคือ Corpus Clock นาฬิกาประติมากรรมรูปตั๊กแตนที่กลืนกินเวลา เป็นงานศิลปะสาธารณะที่แปลกตาและมีชื่อเสียงของเมือง
City Centre เหมาะกับผู้มาเที่ยวครั้งแรก เดินถึง King’s College และ Trinity College ได้ในไม่กี่นาที ใกล้ท่าพันติ้ง แต่ราคาห้องพักสูงและคึกคักในช่วงซัมเมอร์ ส่วน Parker’s Piece เงียบกว่าใจกลางเมืองแต่ยังเดินถึงวิทยาลัยได้ มีโรงแรมอย่าง University Arms ตั้งอยู่หน้าสวนสาธารณะ เหมาะกับคู่รักและนักธุรกิจ
Fitzwilliam Quarter ใกล้พิพิธภัณฑ์ Fitzwilliam บรรยากาศเงียบสงบยามค่ำ เหมาะกับคนที่มาด้วยรถและชอบความสงบ ขณะที่ Station District ใกล้สถานีรถไฟ ราคาย่อมเยากว่าใจกลางเมือง เหมาะกับนักเดินทางสายประหยัดและคนที่มาแบบเดย์ทริป
Mill Road ย่านที่มีร้านอาหารหลากหลายและราคาถูกที่สุดของเมือง ได้บรรยากาศความเป็นท้องถิ่นแท้ๆ เหมาะกับคนชอบกินและอยากสัมผัสชีวิตคนเคมบริดจ์จริงๆ

ได้ชื่อว่าเป็นถนนสายอาหารที่หลากหลายและราคาย่อมเยาที่สุดของเคมบริดจ์ รวมร้านอาหารนานาชาติตั้งแต่ตะวันออกกลาง เอเชีย ไปจนถึงยุโรปตะวันออก และมีตลาดนัดวันเสาร์ที่คึกคักตลอดปี (2 กันยายน 2023) [3]
The Pint Shop เสิร์ฟอาหารอังกฤษคลาสสิกคู่กับคราฟต์เบียร์ท้องถิ่น ส่วน Cambridge Chop House ขึ้นชื่อเรื่องสเต็กและวิวมองเห็น King’s College ได้ในระยะใกล้ เหมาะกับมื้อค่ำแบบพิเศษ
ห้ามพลาด Chelsea Bun จากร้าน Fitzbillies ขนมปังอบเนยหวานที่เป็นซิกเนเจอร์ของเมืองมากว่าร้อยปี และอย่าลืมแวะผับเก่าแก่ The Eagle จุดที่นักวิทยาศาสตร์ประกาศการค้นพบโครงสร้าง DNA เป็นครั้งแรก บรรยากาศคลาสสิกไม่เปลี่ยนไปจากอดีต
พิพิธภัณฑ์หลักอย่าง Fitzwilliam Museum, Museum of Zoology, Sedgwick Museum และ Whipple Museum เข้าชมฟรีทั้งหมด บางแห่งต้องจองบัตรล่วงหน้าแบบไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านเว็บไซต์ ควรเช็กก่อนไปเผื่อรอบเต็ม
ถ้าไม่อยากจ่ายค่าพันติ้ง ให้เดินเลียบฝั่งแม่น้ำ The Backs แทน ได้วิวสวยไม่แพ้กันโดยไม่เสียเงิน และสามารถเข้าฟังพิธี Evensong ที่ King’s College Chapel ได้ฟรีในช่วงเย็นบางวัน เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน
หากเดินทางด้วยรถไฟ ควรจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อราคาถูกลงชัดเจน และถ้าต้องเดินทางในเมืองบ่อย บัตรโดยสารรถบัสแบบรายวันคุ้มกว่าซื้อทีละเที่ยว
หากมาแบบเดย์ทริปจากลอนดอน 1 วันก็เพียงพอสำหรับชมไฮไลต์หลัก แต่ถ้าอยากเดินชมวิทยาลัยแบบไม่รีบและล่องเรือพันติ้งด้วย แนะนำพักค้าง 1-2 คืนจะได้บรรยากาศเมืองยามเช้าและเย็นที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่า

ได้แน่นอน เพราะรถไฟจากลอนดอนใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงครึ่ง เหมาะมากสำหรับคนที่มีเวลาจำกัดแต่อยากเห็นบรรยากาศเมืองมหาวิทยาลัยแบบครบรส ภายในหนึ่งวัน
มีให้เลือกทั้งแบบมีคนพายให้แบบกลุ่มหรือส่วนตัว เหมาะกับคนที่อยากนั่งชมวิวสบายๆ กับแบบพายเอง ซึ่งราคาถูกกว่าแต่ต้องมีทักษะพอสมควร มือใหม่แนะนำให้เลือกแบบมีคนพายให้ก่อน
วิทยาลัยหลักอย่าง King’s College และ Trinity College มักเก็บค่าเข้าชมและบางช่วงจำกัดจำนวนคน แนะนำเช็กเวลาเปิดปิดและจองออนไลน์ล่วงหน้าในช่วงไฮซีซั่นเพื่อความชัวร์
ทั้งสองเมืองเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มีสถาปัตยกรรมคล้ายกัน แต่เคมบริดจ์โดดเด่นเรื่องการล่องเรือพันติ้งริมแม่น้ำแคมและบรรยากาศที่ผ่อนคลายกว่า ขณะที่อ็อกซ์ฟอร์ดจะมีความเป็นเมืองใหญ่และคึกคักกว่าเล็กน้อย
รถไฟเร็วสุดใช้เวลาประมาณ 48 นาทีจากสถานี King’s Cross ส่วนรถโค้ชใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 45 นาทีถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เดินทาง

