
เที่ยวเบปปุ 2026 เมืองออนเซ็นอันดับหนึ่งคิวชูที่นรกและสวรรค์อยู่ในที่เดียวกัน
- เฮียเกา
- 15 views

เบปปุ (Beppu) คือเมืองริมทะเลในจังหวัดโออิตะบนเกาะคิวชู ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงออนเซ็นของญี่ปุ่น” เพราะมีปริมาณน้ำพุร้อนที่ไหลออกมามากที่สุดในญี่ปุ่นและอันดับสองของโลก รองจากไอซ์แลนด์เท่านั้น
จุดเด่นที่ทำให้ เที่ยวเบปปุ 2026 ต่างจากเมืองออนเซ็นอื่นคือความหลากหลาย ทั้ง “บ่อนรกทั้งแปด” ที่เดินชมได้แบบทัวร์ ออนเซ็นสาธารณะราคาถูกแบบคนท้องถิ่นใช้ และเรียวกังระดับพรีเมียมในที่เดียวกัน
เบปปุตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะคิวชู ในจังหวัดโออิตะ เดินทางจากฟุกุโอกะได้สะดวกโดยรถไฟชินคันเซ็นต่อรถไฟ Limited Express ใช้เวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง
เหมาะมากสำหรับคนที่อยากแช่ออนเซ็นจริงจังและอยากสัมผัสความแตกต่างจากเมืองออนเซ็นอื่น เพราะที่นี่มีประเภทออนเซ็นมากถึง 8 แบบในเมืองเดียว ทั้งน้ำโคลน น้ำทราย น้ำสีฟ้า น้ำสีแดง และน้ำสารส้มสีขาว ถ้าวางแผนทริปคิวชูอยู่แล้วเบปปุเป็นจุดที่ไม่ควรตัดออก
เบปปุเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเพราะออนเซ็นเปิดให้บริการทุกวัน ช่วงใบไม้ผลิเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมและใบไม้ร่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนอากาศเย็นสบายที่สุด เหมาะกับการเดินชมเมืองและแช่ออนเซ็น
ฤดูหนาวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่แช่ออนเซ็นสนุกที่สุด เพราะความต่างระหว่างอากาศหนาวกับน้ำอุ่นชัดเจน ส่วนฤดูร้อนอากาศค่อนข้างชื้นและร้อน แต่เบปปุก็ยังไม่ร้อนเท่าเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า
วิธีที่นิยมที่สุดคือนั่งรถไฟด่วน Sonic หรือ Nichirin จากสถานี Hakata ในฟุกุโอกะตรงไปสถานี Beppu ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
นอกจากนี้ยังมีรถบัสทางด่วน Beppu Express วิ่งตรงจากฟุกุโอกะ ราคาถูกกว่ารถไฟแต่ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย เหมาะกับคนที่ยืดหยุ่นเรื่องเวลา
มีเรือโดยสาร Sunflower Ferry วิ่งตรงจากโอซาก้าไปท่าเรือเบปปุ ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงข้ามคืน เหมาะมากสำหรับคนที่มีสัมภาระเยอะหรืออยากประหยัดค่าที่พักคืนนั้น
รถบัสของบริษัท Kamenoi Bus เป็นขนส่งหลักในเมือง มีเส้นทางครอบคลุมไปยังย่านบ่อนรกและออนเซ็นทั้งหมด แนะนำซื้อบัตร Beppu Jigoku Free Pass สำหรับเที่ยวบ่อนรกทั้ง 7 แห่งหลักในราคาเดียว ราคาผู้ใหญ่ประมาณ 2,200 เยน คุ้มกว่าซื้อแยกทีละบ่ออย่างชัดเจน

ไฮไลต์ที่ต้องทำเมื่อมาเบปปุ บ่อนรกแต่ละแห่งมีสีและลักษณะต่างกันเพราะแร่ธาตุในน้ำไม่เหมือนกัน
บ่อที่โดดเด่นที่สุดคือ Umi Jigoku (บ่อนรกทะเล) น้ำสีฟ้าครามคล้ายทะเลที่อุณหภูมิกว่า 98 องศา, Chi-no-Ike Jigoku (บ่อนรกเลือด) น้ำสีแดงเข้มจากออกไซด์ของเหล็ก, Tatsumaki Jigoku (บ่อนรกพายุ) น้ำพุร้อนพุ่งสูงทุก 30-40 นาที
บ่อนรกทั้งหมดแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มคันนาวะ 6 บ่อ กับกลุ่มชิบาเซกิ 2 บ่อ ถ้าซื้อตั๋วรวม Jigoku Meguri Passport จะเข้าชมได้ทั้ง 7 แห่งหลัก (2 พฤษภาคม 2026) [1]
โรงอาบน้ำสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของเบปปุ เปิดมาตั้งแต่ปี 1879 อาคารไม้สมัยเมจิที่ยังคงสภาพเดิม ไฮไลต์ที่หาไม่ได้ที่อื่นคือ “ออนเซ็นทราย” แช่ตัวในทรายร้อนธรรมชาติที่ให้ความอบอุ่นไปถึงกระดูก (18 ตุลาคม 2024) [2]
ออนเซ็นเอกชนที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ มีบ่อออนเซ็นหลายแบบทั้งกลางแจ้ง บ่อทราย บ่อโคลน และบ่อส่วนตัวแบบครอบครัว น้ำตกออนเซ็นที่ไหลลงมาจากที่สูงให้นั่งให้ลำน้ำกดนวดหลังได้เป็นจุดที่คนชอบมากเป็นพิเศษ
ย่านออนเซ็นประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยไอน้ำลอยออกมาจากพื้นถนนและท่อระบายน้ำ บรรยากาศในย่านนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในหนังย้อนยุค มีบ่อออนเซ็นสาธารณะขนาดเล็กราคาถูก และร้านอาหารที่ใช้ไอน้ำออนเซ็นในการนึ่งอาหาร
ออนเซ็นบนเนินเขาที่มีลักษณะพิเศษคือน้ำสีขาวขุ่นจากสารส้ม และมีกระท่อมหลังคามุงฟางที่ใช้รับไอน้ำธรรมชาติเพื่อผลิต “ยูโนฮานะ” หรือผลึกเกลือแร่จากน้ำพุร้อน เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อที่สุดของเบปปุ
สะดวกที่สุดสำหรับคนที่เดินทางโดยรถไฟ รอบสถานีมีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และโรงแรมหลากหลายระดับ เหมาะกับคนที่อยากเดินออกจากที่พักไปหาอาหารเย็นได้สะดวก (21 พฤษภาคม 2025) [3]
ย่านที่มีบรรยากาศออนเซ็นที่สุด มีทั้งเรียวกังเก่าแก่และโรงแรมออนเซ็นสมัยใหม่ เหมาะกับคนที่อยากตื่นเช้ามาแช่ออนเซ็นในบรรยากาศไอน้ำลอยทั่วย่านโดยไม่ต้องเดินทางไกล

เมนูเอกลักษณ์ที่ใช้ไอน้ำออนเซ็นอุณหภูมิสูงนึ่งวัตถุดิบสดแทนการต้มหรือย่าง ได้แก่ ไข่นึ่ง ปลาหมึก กุ้ง มันเทศ และผักตามฤดูกาล รสชาติสะอาดและหวานตามธรรมชาติของวัตถุดิบ ย่านคันนาวะมีจุดให้นึ่งอาหารเองด้วยเครื่องนึ่งสาธารณะฟรี
เนื้อวากิวท้องถิ่นของจังหวัดโออิตะ เลี้ยงด้วยวิธีพิเศษในภูมิประเทศที่มีอากาศบริสุทธิ์ของโออิตะ ไขมันแทรกสวยและรสชาติหวานนุ่ม ร้านยาคินิกุในเมืองเบปปุส่วนใหญ่ใช้เนื้อบุงโกะและมักมีเมนูปิ้งย่างเนื้อ A5 ให้เลือก
ของกินที่หาทำที่อื่นไม่ได้ ใช้ความร้อนจากน้ำพุร้อนธรรมชาติในการทำ ไข่ออนเซ็นที่ต้มในน้ำพุร้อนอุณหภูมิต่ำนานหลายชั่วโมงจนไข่แดงสุกกำลังดีและไข่ขาวยังนิ่ม ส่วนพุดดิ้งออนเซ็นมีเนื้อเนียนและรสหวานกลมกล่อมจากนมท้องถิ่น
2 วัน 1 คืนก็ครบทุกไฮไลต์แล้ว วันแรกเดินทัวร์บ่อนรกและแช่ออนเซ็นสาธารณะ วันที่สองเลือกเรียวกังที่มีออนเซ็นในห้องพักและแวะซื้อของฝาก ถ้ามีเวลาสามวันสามารถต่อไปยูฟุอินซึ่งอยู่ใกล้กันมากได้

นั่งรถไฟ Limited Express Sonic จากสถานี Hakata ในฟุกุโอกะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เหมาะมากสำหรับทริป 2-3 วันต่อจากฟุกุโอกะ
บ่อนรกหลักๆ ที่ต้องไปคือ Umi Jigoku (สีฟ้า), Chi-no-Ike Jigoku (สีแดง) และ Tatsumaki Jigoku (น้ำพุ) รวมถึง Oniyama Jigoku ที่เลี้ยงจระเข้จริงๆ ในบ่อน้ำร้อน แต่ละบ่อใช้เวลาชมประมาณ 20-30 นาที
เบปปุเป็นเมืองออนเซ็นที่ใหญ่ คึกคัก และทันสมัยกว่า เน้นความหลากหลายและราคาย่อมเยา ส่วนยูฟุอินเป็นเมืองออนเซ็นเล็กท่ามกลางภูเขา เน้นบรรยากาศโรแมนติกสงบเงียบและเรียวกังระดับบน สองที่ไปต่อกันได้ในทริปเดียวเพราะอยู่ห่างกันแค่ 40 นาทีโดยรถไฟ
ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ถ้าอยากได้ประสบการณ์แบบคนท้องถิ่นแนะนำออนเซ็นสาธารณะทาเคกาวาระ ราคาเพียง 110 เยน ถ้าอยากได้ส่วนตัวและพรีเมียมแนะนำเฮียวตัน ออนเซ็นที่ได้มิชลิน ส่วนถ้าอยากลองแปลกๆ ไม่ควรพลาดออนเซ็นทรายและออนเซ็นโคลน

