เที่ยวเบปปุ 2026 เมืองออนเซ็นอันดับหนึ่งคิวชูที่นรกและสวรรค์อยู่ในที่เดียวกัน

เที่ยวเบปปุ 2026

เบปปุ (Beppu) คือเมืองริมทะเลในจังหวัดโออิตะบนเกาะคิวชู ได้รับการยกย่องให้เป็น “เมืองหลวงออนเซ็นของญี่ปุ่น” เพราะมีปริมาณน้ำพุร้อนที่ไหลออกมามากที่สุดในญี่ปุ่นและอันดับสองของโลก รองจากไอซ์แลนด์เท่านั้น

จุดเด่นที่ทำให้ เที่ยวเบปปุ 2026 ต่างจากเมืองออนเซ็นอื่นคือความหลากหลาย ทั้ง “บ่อนรกทั้งแปด” ที่เดินชมได้แบบทัวร์ ออนเซ็นสาธารณะราคาถูกแบบคนท้องถิ่นใช้ และเรียวกังระดับพรีเมียมในที่เดียวกัน

ทำความรู้จักเบปปุก่อนออกเดินทาง

เบปปุอยู่ที่ไหน เหมาะกับใคร

เบปปุตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะคิวชู ในจังหวัดโออิตะ เดินทางจากฟุกุโอกะได้สะดวกโดยรถไฟชินคันเซ็นต่อรถไฟ Limited Express ใช้เวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง

เหมาะมากสำหรับคนที่อยากแช่ออนเซ็นจริงจังและอยากสัมผัสความแตกต่างจากเมืองออนเซ็นอื่น เพราะที่นี่มีประเภทออนเซ็นมากถึง 8 แบบในเมืองเดียว ทั้งน้ำโคลน น้ำทราย น้ำสีฟ้า น้ำสีแดง และน้ำสารส้มสีขาว ถ้าวางแผนทริปคิวชูอยู่แล้วเบปปุเป็นจุดที่ไม่ควรตัดออก

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวเบปปุ

เบปปุเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเพราะออนเซ็นเปิดให้บริการทุกวัน ช่วงใบไม้ผลิเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมและใบไม้ร่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนอากาศเย็นสบายที่สุด เหมาะกับการเดินชมเมืองและแช่ออนเซ็น

ฤดูหนาวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงที่แช่ออนเซ็นสนุกที่สุด เพราะความต่างระหว่างอากาศหนาวกับน้ำอุ่นชัดเจน ส่วนฤดูร้อนอากาศค่อนข้างชื้นและร้อน แต่เบปปุก็ยังไม่ร้อนเท่าเมืองใหญ่อย่างโตเกียวหรือโอซาก้า

วิธีเดินทางไปเบปปุ

จากฟุกุโอกะ

วิธีที่นิยมที่สุดคือนั่งรถไฟด่วน Sonic หรือ Nichirin จากสถานี Hakata ในฟุกุโอกะตรงไปสถานี Beppu ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน

นอกจากนี้ยังมีรถบัสทางด่วน Beppu Express วิ่งตรงจากฟุกุโอกะ ราคาถูกกว่ารถไฟแต่ใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย เหมาะกับคนที่ยืดหยุ่นเรื่องเวลา

จากโอซาก้าและฝั่งคันไซ

มีเรือโดยสาร Sunflower Ferry วิ่งตรงจากโอซาก้าไปท่าเรือเบปปุ ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงข้ามคืน เหมาะมากสำหรับคนที่มีสัมภาระเยอะหรืออยากประหยัดค่าที่พักคืนนั้น

เดินทางภายในเมืองเบปปุ

รถบัสของบริษัท Kamenoi Bus เป็นขนส่งหลักในเมือง มีเส้นทางครอบคลุมไปยังย่านบ่อนรกและออนเซ็นทั้งหมด แนะนำซื้อบัตร Beppu Jigoku Free Pass สำหรับเที่ยวบ่อนรกทั้ง 7 แห่งหลักในราคาเดียว ราคาผู้ใหญ่ประมาณ 2,200 เยน คุ้มกว่าซื้อแยกทีละบ่ออย่างชัดเจน

ทาเคกาวาระ ออนเซ็น

ที่เที่ยวเบปปุห้ามพลาด

ทัวร์บ่อนรกทั้งแปด (จิโกกุเมงุริ)

ไฮไลต์ที่ต้องทำเมื่อมาเบปปุ บ่อนรกแต่ละแห่งมีสีและลักษณะต่างกันเพราะแร่ธาตุในน้ำไม่เหมือนกัน

บ่อที่โดดเด่นที่สุดคือ Umi Jigoku (บ่อนรกทะเล) น้ำสีฟ้าครามคล้ายทะเลที่อุณหภูมิกว่า 98 องศา, Chi-no-Ike Jigoku (บ่อนรกเลือด) น้ำสีแดงเข้มจากออกไซด์ของเหล็ก, Tatsumaki Jigoku (บ่อนรกพายุ) น้ำพุร้อนพุ่งสูงทุก 30-40 นาที

บ่อนรกทั้งหมดแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มคันนาวะ 6 บ่อ กับกลุ่มชิบาเซกิ 2 บ่อ ถ้าซื้อตั๋วรวม Jigoku Meguri Passport จะเข้าชมได้ทั้ง 7 แห่งหลัก (2 พฤษภาคม 2026) [1]

ออนเซ็นสาธารณะทาเคกาวาระ

โรงอาบน้ำสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดของเบปปุ เปิดมาตั้งแต่ปี 1879 อาคารไม้สมัยเมจิที่ยังคงสภาพเดิม ไฮไลต์ที่หาไม่ได้ที่อื่นคือ “ออนเซ็นทราย” แช่ตัวในทรายร้อนธรรมชาติที่ให้ความอบอุ่นไปถึงกระดูก (18 ตุลาคม 2024) [2]

  • ค่าเข้าชม: ออนเซ็นน้ำ 110 เยน ออนเซ็นทราย 1,500 เยน
  • เวลาเปิด-ปิด: 6:30-22:30 น. (ปิดทุกวันพุธ)

เฮียวตัน ออนเซ็น

ออนเซ็นเอกชนที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ มีบ่อออนเซ็นหลายแบบทั้งกลางแจ้ง บ่อทราย บ่อโคลน และบ่อส่วนตัวแบบครอบครัว น้ำตกออนเซ็นที่ไหลลงมาจากที่สูงให้นั่งให้ลำน้ำกดนวดหลังได้เป็นจุดที่คนชอบมากเป็นพิเศษ

คันนาวะ ออนเซ็น

ย่านออนเซ็นประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยไอน้ำลอยออกมาจากพื้นถนนและท่อระบายน้ำ บรรยากาศในย่านนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในหนังย้อนยุค มีบ่อออนเซ็นสาธารณะขนาดเล็กราคาถูก และร้านอาหารที่ใช้ไอน้ำออนเซ็นในการนึ่งอาหาร

เมียวบัน ออนเซ็น

ออนเซ็นบนเนินเขาที่มีลักษณะพิเศษคือน้ำสีขาวขุ่นจากสารส้ม และมีกระท่อมหลังคามุงฟางที่ใช้รับไอน้ำธรรมชาติเพื่อผลิต “ยูโนฮานะ” หรือผลึกเกลือแร่จากน้ำพุร้อน เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อที่สุดของเบปปุ

ที่พักในเบปปุ ควรเลือกย่านไหน

ย่านสถานีเบปปุ

สะดวกที่สุดสำหรับคนที่เดินทางโดยรถไฟ รอบสถานีมีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และโรงแรมหลากหลายระดับ เหมาะกับคนที่อยากเดินออกจากที่พักไปหาอาหารเย็นได้สะดวก (21 พฤษภาคม 2025) [3]

ย่านคันนาวะ

ย่านที่มีบรรยากาศออนเซ็นที่สุด มีทั้งเรียวกังเก่าแก่และโรงแรมออนเซ็นสมัยใหม่ เหมาะกับคนที่อยากตื่นเช้ามาแช่ออนเซ็นในบรรยากาศไอน้ำลอยทั่วย่านโดยไม่ต้องเดินทางไกล

ย่านคันนาวะ

กินอะไรดีที่เบปปุ

จิโกกุมุชิ (อาหารนึ่งนรก)

เมนูเอกลักษณ์ที่ใช้ไอน้ำออนเซ็นอุณหภูมิสูงนึ่งวัตถุดิบสดแทนการต้มหรือย่าง ได้แก่ ไข่นึ่ง ปลาหมึก กุ้ง มันเทศ และผักตามฤดูกาล รสชาติสะอาดและหวานตามธรรมชาติของวัตถุดิบ ย่านคันนาวะมีจุดให้นึ่งอาหารเองด้วยเครื่องนึ่งสาธารณะฟรี

เนื้อบุงโกะยาคินิกุ

เนื้อวากิวท้องถิ่นของจังหวัดโออิตะ เลี้ยงด้วยวิธีพิเศษในภูมิประเทศที่มีอากาศบริสุทธิ์ของโออิตะ ไขมันแทรกสวยและรสชาติหวานนุ่ม ร้านยาคินิกุในเมืองเบปปุส่วนใหญ่ใช้เนื้อบุงโกะและมักมีเมนูปิ้งย่างเนื้อ A5 ให้เลือก

พุดดิ้งออนเซ็นและไข่ออนเซ็น

ของกินที่หาทำที่อื่นไม่ได้ ใช้ความร้อนจากน้ำพุร้อนธรรมชาติในการทำ ไข่ออนเซ็นที่ต้มในน้ำพุร้อนอุณหภูมิต่ำนานหลายชั่วโมงจนไข่แดงสุกกำลังดีและไข่ขาวยังนิ่ม ส่วนพุดดิ้งออนเซ็นมีเนื้อเนียนและรสหวานกลมกล่อมจากนมท้องถิ่น

เคล็ดลับการเที่ยวเบปปุให้คุ้มที่สุด

  • ซื้อตั๋วรวม Jigoku Meguri Passport ก่อนเดินทัวร์บ่อนรก เพราะคุ้มกว่าซื้อแยกทีละบ่ออย่างชัดเจน
  • บ่อนรกทั้งแปดแบ่งเป็นสองกลุ่มที่อยู่ห่างกัน ควรวางแผนเส้นทางล่วงหน้าให้ดีเพื่อไม่ต้องนั่งรถบัสวนซ้ำ
  • ควรแช่ออนเซ็นหลายแบบเพื่อเปรียบเทียบ ลองทั้งออนเซ็นน้ำ ออนเซ็นทราย และออนเซ็นโคลนที่มีให้บริการเฉพาะที่นี่
  • ร้านอาหารในย่านคันนาวะที่ใช้ไอน้ำออนเซ็นในการปรุงอาหารมักเปิดแค่ช่วงกลางวัน ควรวางแผนมื้อเที่ยงที่นี่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเบปปุ

เที่ยวเบปปุกี่วันถึงจะพอ

2 วัน 1 คืนก็ครบทุกไฮไลต์แล้ว วันแรกเดินทัวร์บ่อนรกและแช่ออนเซ็นสาธารณะ วันที่สองเลือกเรียวกังที่มีออนเซ็นในห้องพักและแวะซื้อของฝาก ถ้ามีเวลาสามวันสามารถต่อไปยูฟุอินซึ่งอยู่ใกล้กันมากได้

จิโกกุมุชิ ของกินขึ้นชื่อ

เบปปุห่างจากฟุกุโอกะกี่ชั่วโมง

นั่งรถไฟ Limited Express Sonic จากสถานี Hakata ในฟุกุโอกะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เหมาะมากสำหรับทริป 2-3 วันต่อจากฟุกุโอกะ

บ่อนรกทั้งแปดดูอะไรบ้าง

บ่อนรกหลักๆ ที่ต้องไปคือ Umi Jigoku (สีฟ้า), Chi-no-Ike Jigoku (สีแดง) และ Tatsumaki Jigoku (น้ำพุ) รวมถึง Oniyama Jigoku ที่เลี้ยงจระเข้จริงๆ ในบ่อน้ำร้อน แต่ละบ่อใช้เวลาชมประมาณ 20-30 นาที

เบปปุกับยูฟุอินต่างกันอย่างไร

เบปปุเป็นเมืองออนเซ็นที่ใหญ่ คึกคัก และทันสมัยกว่า เน้นความหลากหลายและราคาย่อมเยา ส่วนยูฟุอินเป็นเมืองออนเซ็นเล็กท่ามกลางภูเขา เน้นบรรยากาศโรแมนติกสงบเงียบและเรียวกังระดับบน สองที่ไปต่อกันได้ในทริปเดียวเพราะอยู่ห่างกันแค่ 40 นาทีโดยรถไฟ

ออนเซ็นที่เบปปุแบบไหนดีที่สุด

ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ถ้าอยากได้ประสบการณ์แบบคนท้องถิ่นแนะนำออนเซ็นสาธารณะทาเคกาวาระ ราคาเพียง 110 เยน ถ้าอยากได้ส่วนตัวและพรีเมียมแนะนำเฮียวตัน ออนเซ็นที่ได้มิชลิน ส่วนถ้าอยากลองแปลกๆ ไม่ควรพลาดออนเซ็นทรายและออนเซ็นโคลน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง