
เที่ยวเบลฟาสต์ 2026 เมืองแห่งไททานิคและประวัติศาสตร์ไอร์แลนด์เหนือ
- เฮียเกา
- 9 views

เที่ยวเบลฟาสต์ 2026 คือทริปสำหรับคนที่อยากสัมผัสเมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเข้มข้น เบลฟาสต์คือบ้านเกิดของเรือไททานิคอันโด่งดัง
เมืองแห่งนี้เป็นประตูสู่ Giant’s Causeway มรดกโลกทางธรรมชาติที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป เหมาะทั้งทริปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในเมืองและออกไปสัมผัสธรรมชาติชายฝั่งแบบไม่ต้องเดินทางไกล
เบลฟาสต์เคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นสถานที่ที่เรือไททานิคถูกสร้างขึ้นก่อนออกเดินทางครั้งแรกในปี 1912 ปัจจุบันเมืองนี้เปลี่ยนโฉมกลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่ผสมผสานพิพิธภัณฑ์ระดับโลกเข้ากับย่านสร้างสรรค์และร้านอาหารทันสมัย
ใจกลางเบลฟาสต์มีขนาดกะทัดรัดและเดินถึงกันได้เกือบทุกจุด ทั้งย่านช้อปปิ้ง พิพิธภัณฑ์ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินสำรวจเมืองได้อย่างสบายโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพารถยนต์ตลอดทั้งทริป
เที่ยวบินจากลอนดอนไปเบลฟาสต์ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมง 23 นาที มีสายการบินให้เลือกหลายเจ้าและบินลงได้ทั้งสนามบิน Belfast International และ Belfast City ราคาตั๋วเริ่มต้นที่ประมาณ 20-45 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จอง โดยเดือนกันยายนถึงตุลาคมมักมีราคาถูกที่สุด
สำหรับคนที่พกรถยนต์หรือชอบการเดินทางแบบช้าๆ สามารถนั่งเรือเฟอร์รี่จาก Cairnryan ในสกอตแลนด์ หรือจาก Liverpool ในอังกฤษ โดยเส้นทาง Liverpool มีเรือข้ามคืนพร้อมห้องพักส่วนตัวให้เลือก เหมาะกับทริปสุดสัปดาห์ที่อยากประหยัดค่าที่พักหนึ่งคืน
ใจกลางเบลฟาสต์เดินเที่ยวได้สะดวก ส่วนการเดินทางไกลขึ้นมีรถบัส Glider ที่เป็นระบบขนส่งด่วนพิเศษ และรถเมล์ Metro ที่ครอบคลุมทั่วเมือง นอกจากนี้ยังมีบริการจักรยานสาธารณะกว่า 30 จุดทั่วเมืองให้เช่าในราคาประหยัด

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนอู่ต่อเรือที่ไททานิคถูกสร้างขึ้นจริง จัดแสดงเรื่องราวผ่าน 9 แกลเลอรีพร้อมเทคนิคพิเศษและการจำลองส่วนต่างๆ ของเรืออย่างสมจริง เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทุกคนที่มาเบลฟาสต์ต้องมาเยือน (21 ตุลาคม 2025) [1]
อดีตเรือนจำที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1845 ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมพร้อมไกด์นำเที่ยวที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์อันเข้มข้นของสถานที่แห่งนี้ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบเรื่องราวลึกลับและประวัติศาสตร์การเมือง (30 มิถุนายน 2026) [2]
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์ Botanic Gardens ที่มีทั้งสวนกุหลาบและเรือนกระจกสไตล์วิกตอเรีย ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงคอลเลกชันหลากหลายทั้งประวัติศาสตร์ธรรมชาติและศิลปะ เหมาะกับการเดินเล่นพักผ่อนทั้งวัน
สวนสาธารณะบนเนินเขาแห่งนี้มองเห็นวิวเมืองเบลฟาสต์ได้แบบพาโนรามา อยู่ใกล้กับปราสาท Belfast Castle ที่มีคาเฟ่และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวครบครัน
ทัวร์แท็กซี่ดำพาชมกำแพง Peace Wall และภาพจิตรกรรมฝาผนังทางการเมืองที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันซับซ้อนของเมือง เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้เข้าใจบริบททางสังคมและการเมืองของไอร์แลนด์เหนือได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (16 กรกฎาคม 2024) [3]
Giant’s Causeway อยู่ห่างจากเบลฟาสต์เพียงประมาณ 50 ไมล์ เป็นกลุ่มเสาหินบะซอลต์รูปทรงหกเหลี่ยมนับหมื่นต้นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวแบบเดย์ทริปและกลับมาพักที่เบลฟาสต์ในคืนเดียวกันได้
ย่านใจกลางเมือง Central Belfast เหมาะกับคนมาเที่ยวครั้งแรก อยู่ใกล้สถานีขนส่งและแหล่งช้อปปิ้ง เดินถึงแหล่งท่องเที่ยวหลักได้สะดวกที่สุด
ย่าน Cathedral Quarter เหมาะกับคนชอบชีวิตกลางคืน เต็มไปด้วยบาร์ ร้านอาหาร และแกลเลอรีศิลปะ ช่วงกลางวันยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีสันสวยงามให้ชม
ส่วนย่าน Titanic Quarter เหมาะกับครอบครัว เพราะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไททานิค เรือ SS Nomadic และศูนย์วิทยาศาสตร์ W5 ที่มีกิจกรรมเชิงโต้ตอบมากมาย

The Muddlers Club ในย่าน Cathedral Quarter เป็นร้านระดับมิชลินสตาร์ที่นำเสนอเมนูตามฤดูกาลจากวัตถุดิบท้องถิ่น ผสมผสานกับไวน์ธรรมชาติคัดสรร เหมาะกับมื้อพิเศษที่ต้องจองล่วงหน้า
Mourne Seafood เป็นร้านอาหารทะเลคลาสสิกที่คัดสรรวัตถุดิบสดจากท้องถิ่น ปรุงแบบเรียบง่ายให้ได้รสชาติแท้ของอาหารทะเล ส่วน The Ginger Bistro ก็ขึ้นชื่อเรื่องปลากะพงและสเต็กคุณภาพดี
ร้านอาหารที่สืบทอดกันมาสามรุ่นแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องแพนเค้กบ็อกซ์ตี้สไตล์ไอริชแท้และดนตรีสดในบรรยากาศอบอุ่น เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมอาหารไอริชดั้งเดิม
เดือนกันยายนถึงตุลาคมเป็นช่วงที่ตั๋วเครื่องบินจากลอนดอนถูกที่สุด และนักท่องเที่ยวยังน้อยกว่าช่วงฤดูร้อน เหมาะกับคนที่อยากประหยัดงบ
ใจกลางเมืองเดินเที่ยวได้สะดวกโดยไม่ต้องพึ่งรถยนต์ ช่วยประหยัดค่าเช่ารถและที่จอดรถได้มาก
ฤดูร้อนช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมเป็นช่วงอากาศดีที่สุด อุณหภูมิไม่ร้อนจัดแต่ควรเตรียมเสื้อกันฝนไว้เสมอเพราะท้องฟ้ามักมีเมฆครึ้มตลอดทั้งปี
แนะนำอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อเก็บทั้งพิพิธภัณฑ์ไททานิค ย่านประวัติศาสตร์ในเมือง และออกไปเที่ยว Giant’s Causeway แบบไม่รีบเร่งจนเกินไป

เที่ยวบินตรงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 23 นาที ราคาตั๋วเริ่มต้นประมาณ 20-45 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จอง
ย่าน Central Belfast เหมาะกับคนมาเที่ยวครั้งแรกและอยากเดินเที่ยวสะดวก ส่วนย่าน Cathedral Quarter เหมาะกับคนชอบบรรยากาศบาร์และร้านอาหารยามค่ำคืน
ช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมอากาศดีที่สุด แต่ถ้าอยากประหยัดและเลี่ยงนักท่องเที่ยวหนาแน่นแนะนำเดือนกันยายนถึงตุลาคม
ไม่จำเป็นสำหรับการเที่ยวในเมือง เพราะใจกลางเบลฟาสต์เดินถึงกันได้สะดวกและมีรถบัส Glider กับ Metro ครอบคลุม ส่วนทริปไป Giant’s Causeway สามารถเลือกทัวร์แบบวันเดียวได้
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์หรือทัวร์รถบัส เหมาะกับการไปเที่ยวแบบเดย์ทริปและกลับมาพักที่เบลฟาสต์ในคืนเดียวกันได้สบายๆ

