เที่ยวเอดินบะระ 2026 เมืองปราสาทกลางหมอกแห่งสกอตแลนด์

เที่ยวเอดินบะระ 2026

เที่ยวเอดินบะระ 2026 คือทริปที่พาไปสัมผัสเมืองหลวงประวัติศาสตร์ของสกอตแลนด์ที่มีปราสาทหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง มองเห็นได้จากแทบทุกมุม

เมืองนี้ผสมผสานความคลาสสิกของตรอกซอกซอยยุคกลางใน Old Town เข้ากับความหรูหราของสถาปัตยกรรมจอร์เจียนใน New Town ทั้งสองย่านได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในพื้นที่เดียวกัน

ภาพรวมเที่ยวเอดินบะระ

เสน่ห์ของเมืองเอดินบะระ

บรรยากาศของเอดินบะระมีเสน่ห์แบบที่หาไม่ได้จากเมืองอื่นในอังกฤษ ทั้งหมอกที่ปกคลุมปราสาทยามเช้า ตรอกเล็กๆ ที่เรียกว่า close ซึ่งซ่อนร้านค้าและผับเก่าแก่ไว้ รวมถึงเทศกาลศิลปะระดับโลกอย่าง Edinburgh Festival Fringe ที่จัดขึ้นทุกเดือนสิงหาคม ทำให้เมืองนี้มีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี

ทริปแบบไหนก็เที่ยวได้

ไม่ว่าจะมาเดินเล่นชมปราสาทและพิพิธภัณฑ์แบบเดย์ทริป หรือพักยาวหลายคืนเพื่อเดินป่าขึ้น Arthur’s Seat และดื่มด่ำกับวิสกี้สกอตแลนด์แท้ๆ เอดินบะระมีครบทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่รองรับนักเดินทางได้ทุกสไตล์

การเดินทางไปเอดินบะระ

เดินทางจากลอนดอนไปเอดินบะระ

จากลอนดอนสามารถนั่งรถไฟไปเอดินบะระได้สะดวก ใช้เวลาประมาณ 4-4.5 ชั่วโมงจากสถานี London King’s Cross ไปยังสถานี Edinburgh Waverley ระยะทางราว 393 ไมล์ ราคาตั๋วแบบประหยัดเริ่มต้นราว 19.90 ปอนด์กับสายการรถไฟ Lumo หรือราว 34.40 ปอนด์กับ LNER

เดินทางภายในเมือง

ใจกลางเมืองอย่าง Old Town และ New Town สามารถเดินเที่ยวได้สบายๆ เพราะระยะทางไม่ไกลและมีจุดชมวิวสวยงามระหว่างทาง ส่วนการเดินทางไปสนามบินเอดินบะระสามารถใช้รถรางที่เชื่อมตรงจากใจกลางเมือง และมีรถบัสท้องถิ่นให้บริการไปยังย่านที่ไกลออกไปอย่าง Leith

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยว

ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมคืออากาศดีที่สุดของปี แม้อุณหภูมิสูงสุดจะไม่เกิน 20 องศาเซลเซียสก็ตาม เดือนสิงหาคมยังเป็นช่วงเทศกาล Edinburgh Festival Fringe เทศกาลศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งทำให้เมืองคึกคักสุดขีดแต่ราคาที่พักก็พุ่งสูงตามไปด้วย

สำหรับคนที่อยากเลี่ยงความพลุกพล่าน ช่วงฤดูใบไม้ผลิเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมหรือฤดูใบไม้ร่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนก็เป็นทางเลือกที่ดี อากาศยังเย็นสบายและนักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงพีค

เที่ยวเอดินบะระ 2026

ที่เที่ยวห้ามพลาดในเอดินบะระ

Edinburgh Castle

ป้อมปราการที่ตั้งอยู่บนยอดเขาหินภูเขาไฟใจกลางเมืองมานานกว่า 1,000 ปี ภายในเก็บรักษามงกุฎเพชรพลอยแห่งสกอตแลนด์และนิทรรศการประวัติศาสตร์มากมาย

ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ราคาออนไลน์อยู่ที่ 21.50 ปอนด์ ถูกกว่าซื้อหน้างานถึง 2.50 ปอนด์ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 9.30-18.00 น. ในช่วงฤดูร้อน และ 9.30-17.00 น. ในช่วงฤดูหนาว ปิดเฉพาะวันคริสต์มาสและวันบ็อกซิ่งเดย์เท่านั้น (29 ธันวาคม 2020) [1]

Royal Mile

ถนนสายหลักที่ทอดยาวจาก Edinburgh Castle ไปจนถึง Palace of Holyroodhouse ระยะทางกว่าหนึ่งไมล์ เรียงรายด้วยอาคารหินโบราณ ร้านค้า และตรอกแคบๆ ที่เรียกว่า close ซึ่งซ่อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ไว้มากมาย

Arthur’s Seat

ยอดเขาหินภูเขาไฟดับภายใน Holyrood Park เหมาะกับการเดินป่าระยะสั้นเพื่อชมวิวเมืองแบบพาโนรามาในวันที่ฟ้าเปิด เป็นกิจกรรมกลางแจ้งฟรีที่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นชื่นชอบมากที่สุด (6 สิงหาคม 2025) [2]

Palace of Holyroodhouse

พระราชวังที่ยังใช้งานจริงตั้งอยู่ปลายสุดของ Royal Mile ภายในมีซากวิหารยุคศตวรรษที่ 12 และห้องบรรทมส่วนพระองค์ของพระนางแมรี ราชินีแห่งสกอตแลนด์ที่ยังคงสภาพไว้ให้ชม

Calton Hill

เนินเขาที่ให้วิวพาโนรามา 360 องศาครอบคลุมทั้งปราสาท พระราชวัง และอ่าว Firth of Forth เต็มไปด้วยอนุสรณ์สถานสไตล์กรีกที่ทำให้เอดินบะระได้ฉายา “เอเธนส์แห่งเหนือ” (15 ตุลาคม 2024) [3]

National Museum of Scotland

พิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุกว่า 20,000 ชิ้น ครอบคลุมประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ศิลปะ แฟชั่น และโบราณคดี เข้าชมฟรีตลอดทั้งปี อาคารสไตล์วิกตอเรียนผสมสถาปัตยกรรมสมัยใหม่สวยงามไม่แพ้ตัวนิทรรศการ

ที่พักในเอดินบะระ

Old Town คือหัวใจประวัติศาสตร์ของเมือง อยู่ใกล้ Edinburgh Castle และ Royal Mile เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคกลางและร้านอาหารหลากหลาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวครั้งแรกและครอบครัวที่อยากเดินถึงแหล่งท่องเที่ยวหลักได้ง่าย

New Town โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจอร์เจียนและย่านช้อปปิ้งหรูบนถนน George Street ใกล้สถานีรถไฟและมีการเดินทางที่สะดวกที่สุด เหมาะกับคนที่อยากได้ไนต์ไลฟ์และร้านอาหารระดับพรีเมียม

สำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศท้องถิ่นมากขึ้น ย่าน Stockbridge มีตลาดนัดเกษตรกรและคาเฟ่น่ารัก ส่วนย่าน Leith ริมท่าเรือเต็มไปด้วยร้านอาหารระดับมิชลินและบาร์วิวแม่น้ำ เหมาะกับสายกินและคนที่ชอบบรรยากาศไม่พลุกพล่าน

เที่ยวเอดินบะระ 2026

อาหารการกินในเอดินบะระ

Haggis ร้านดัง

เมนูประจำชาติที่ห้ามพลาดเมื่อมาเอดินบะระ ร้านดังที่คนท้องถิ่นแนะนำคือ Whiski Rooms ที่เสิร์ฟ Haggis Spring Rolls และ Haggis Neeps & Tatties แบบดั้งเดิม ส่วน Howie’s Restaurant ก็ขึ้นชื่อเรื่องอาหารสกอตติชตามฤดูกาลในบรรยากาศอบอุ่น

อาหารทะเลและร้านริมน้ำที่ Leith

ย่าน Leith ริมท่าเรือเป็นแหล่งรวมร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์และบาร์วิวแม่น้ำ ร้าน Teuchters Landing ขึ้นชื่อเรื่อง haggis stovies เสิร์ฟในถ้วยมัคแบบเก๋ไก๋ เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารทะเลสดใหม่พร้อมวิวสวยๆ

วิสกี้และผับดั้งเดิม

เอดินบะระคือเมืองแห่งวิสกี้สกอตแลนด์แท้ๆ ร้าน Amber Restaurant ที่ Scotch Whisky Experience บน Royal Mile เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่ ส่วนผับเก่าแก่อย่าง The World’s End ก็ให้บรรยากาศดื่มวิสกี้แบบดั้งเดิมในอาคารศตวรรษที่ 16

Tips เที่ยวเอดินบะระแบบประหยัด

สำหรับกิจกรรมฟรี ลองเข้าชม National Museum of Scotland ที่เปิดฟรีตลอดปี เดินป่าขึ้น Arthur’s Seat ชมวิวเมืองแบบไม่มีค่าใช้จ่าย หรือเดินเล่นที่ Princes Street Gardens ชมวิวปราสาทแบบฟรีๆ ก็สวยไม่แพ้จุดเสียเงิน

หากมาช่วงเทศกาล Edinburgh Festival Fringe ในเดือนสิงหาคม ควรจองที่พักและตั๋วรถไฟล่วงหน้าหลายเดือน เพราะราคาจะพุ่งสูงมากในช่วงพีค ทัวร์ผีตอนกลางคืนบางเจ้าเป็นแบบให้ทิปตามใจ ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าดี

อากาศในสกอตแลนด์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาแม้ในฤดูร้อน ควรเตรียมเสื้อผ้าแบบใส่ซ้อนได้และเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไว้เสมอ ไม่ว่าจะมาเที่ยวช่วงไหนของปีก็ตาม

คำถามที่พบบ่อย

เอดินบะระเที่ยวกี่วันดี

สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด 2 วันก็เพียงพอสำหรับชมไฮไลต์หลักอย่าง Edinburgh Castle, Royal Mile และ Arthur’s Seat แต่ถ้าอยากเที่ยวแบบสบายๆ ไม่รีบ แนะนำพัก 3-4 คืนเพื่อเก็บรายละเอียดย่านต่างๆ และลองอาหารท้องถิ่นให้ครบ

เที่ยวเอดินบะระ 2026

เดินทางจากลอนดอนไปเอดินบะระใช้เวลาเท่าไหร่

รถไฟจากลอนดอนใช้เวลาประมาณ 4-4.5 ชั่วโมงจากสถานี King’s Cross ไปยัง Edinburgh Waverley มีเที่ยววิ่งบ่อยตลอดวันทำให้วางแผนการเดินทางได้สะดวก

เอดินบะระเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน

เอดินบะระเหมาะกับทุกกลุ่ม ทั้งคนที่ชอบประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม ครอบครัวที่อยากเดินชมปราสาทและพิพิธภัณฑ์ฟรี รวมถึงสายกินดื่มที่อยากลองวิสกี้และอาหารสกอตติชแท้ๆ

ควรพักย่านไหนดีที่สุด

ถ้าอยากเดินเที่ยวสะดวกใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักแนะนำ Old Town ถ้าอยากได้ไนต์ไลฟ์และช้อปปิ้งแนะนำ New Town และถ้าอยากได้บรรยากาศท้องถิ่นพร้อมร้านอาหารดีๆ แนะนำย่าน Leith

เอดินบะระมีอะไรฟรีให้เที่ยวบ้าง

มีหลายอย่าง เช่น National Museum of Scotland เดินป่าขึ้น Arthur’s Seat ชมวิวที่ Calton Hill และเดินเล่นที่ Princes Street Gardens ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าเข้าชม

ช่วงเวลาไหนดีที่สุดในการไปเที่ยวเอดินบะระ

ช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมคืออากาศดีที่สุด แต่เดือนสิงหาคมจะคึกคักและราคาที่พักสูงมากเพราะตรงกับเทศกาล Fringe ถ้าอยากได้บรรยากาศสงบกว่าแนะนำช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง