
แจ้งเกิดเท็จ ผิดกฎหมายอะไร FAQ รวมคำตอบที่ควรรู้
- J. Kanji
- 11 views

แจ้งเกิดเท็จ ผิดกฎหมายอะไร เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะการแจ้งเกิดเป็นข้อมูลสำคัญ ที่ใช้ยืนยันตัวตน และเกี่ยวข้องกับสิทธิทางกฎหมายหลายด้าน หากจงใจแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือใช้เอกสารปลอม อาจมีความผิดตามกฎหมายทะเบียนราษฎร และประมวลกฎหมายอาญา
แจ้งเกิดเท็จ คือการจงใจให้ข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก ไม่ตรงกับความจริง เช่น บุคคลที่เป็นพ่อแม่ สถานที่เกิด หรือตัวตนของเด็ก เพื่อให้นายทะเบียน บันทึกข้อมูลดังกล่าว ลงในสูติบัตร หรือทะเบียนราษฎร การกรอกผิดโดยสุจริต จึงไม่เหมือนกับการวางแผน แจ้งข้อมูลเท็จตั้งแต่แรก เพราะคดีอาญา ต้องพิจารณาเรื่องเจตนาด้วย
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง คือพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 มาตรา 50 ซึ่งครอบคลุมการทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานเท็จ รวมถึงการกระทำเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือรายการในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ สูติบัตรและทะเบียนคนเกิด จึงอยู่ในกลุ่มเอกสาร ที่กฎหมายให้ความคุ้มครอง
ความผิดตามมาตรา 50 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000–100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากข้อเท็จจริงเข้ากฎหมายอื่นด้วย ผู้กระทำอาจถูกดำเนินคดี ในฐานความผิดอื่นเพิ่มเติมตามพฤติการณ์ และในบางกรณีอาจส่งผลกระทบ ต่อสิทธิทางทะเบียน ของบุคคลในระยะยาวด้วย (14 พฤษภาคม 2024) [1]
อาจเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 เมื่อผู้แจ้งรู้อยู่แล้วว่าข้อความไม่จริง แต่ยังนำไปแจ้งต่อเจ้าพนักงาน และข้อความนั้น อาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ความผิดนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (14 พฤษภาคม 2024) [1]
มาตรา 267 ใช้กับกรณีที่ผู้กระทำ แจ้งให้นายทะเบียน จดข้อความเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ที่มีไว้ใช้เป็นพยานหลักฐาน เช่น สูติบัตร โดยการกระทำนั้น น่าจะสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน โทษคือจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (26 พฤษภาคม 2023) [2]
หากรู้ว่าบุคคลดังกล่าว ไม่ใช่พ่อหรือแม่ที่แท้จริง แต่ยังจงใจให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลนั้น เพื่อสร้างสถานะทางทะเบียน ก็อาจเข้าข่ายความผิดได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบพยานหลักฐาน และเจตนาเป็นรายกรณี เพราะข้อมูลคลาดเคลื่อน จากความเข้าใจผิด กับการจัดฉากแจ้งเท็จ มีความผิดแตกต่างกัน
ไม่จำเป็น ผู้ที่ทำเอกสารเท็จ จัดหาพยานเท็จ พาบุคคลไปสวมเป็นพ่อแม่ หรือช่วยดำเนินการทั้งที่รู้แผน อาจถูกพิจารณาเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ตามบทบาทของตนได้ ส่วนผู้ที่ไม่รู้ว่าข้อมูลเป็นเท็จ จะต้องพิจารณาหลักฐานเรื่องความรู้ และเจตนาแยกต่างหาก
เด็กไม่ได้มีความผิดโดยอัตโนมัติ เพียงเพราะเป็นผู้มีชื่อ หรือได้รับประโยชน์จากเอกสารนั้น ต้องดูว่าเด็กมีส่วนร่วม รู้เห็น หรือมีเจตนาในการกระทำหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ใหญ่ เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ตั้งแต่เด็กยังเล็ก และโดยทั่วไปกฎหมายจะคุ้มครองเด็ก ที่ไม่มีเจตนาเป็นหลัก
กรณีเป็นความผิดพลาดโดยสุจริต สามารถยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น พร้อมเอกสารราชการ พยานบุคคล หรือผลตรวจดีเอ็นเอตามความจำเป็น เพื่อขอแก้ไขรายการให้ถูกต้อง ไม่ควรลบ ขูด หรือแก้เอกสารด้วยตนเอง เพราะการแก้ไขเอกสารทะเบียน ต้องดำเนินการ และรับรองโดยนายทะเบียน

การแจ้งเกิดเท็จไม่ใช่แค่การให้ข้อมูลผิด แต่ยังอาจกระทบตัวตน สถานะครอบครัว สัญชาติ และสิทธิของหลายฝ่าย ผู้เกี่ยวข้องอาจมีความผิด ตามกฎหมายทะเบียนราษฎร รวมถึงข้อหาแจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงาน โดยต้องพิจารณาจากเจตนา หลักฐาน และบทบาทของแต่ละคน

