
ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ แทนไท ฟอกเงินด้วยวิธีไหน
- เฌออัณณ์
- 38 views

แทนไท ฟอกเงินด้วยวิธีไหน คำตอบคือ เขาฟอกเงินแบบแบ่งโอนหลายทอด (layering) โดยนำเงินจากเว็บพนัน หรือสแกมเมอร์มาแยกโอนผ่านบัญชีม้า และหลายบัญชีเพื่อปิดเส้นทางเงิน จากนั้นมีการใช้ร้านแลกเงิน หรือช่องทางแลกเปลี่ยนเงินตรา เพื่อแปลงเป็นเงินสกุลอื่น ก่อนกระจายกลับเข้าไปในระบบการเงินอีกครั้ง ทำให้ยากต่อการตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินในทางตรงเป็นต้น
แทนไท ณรงค์กูล เป็นนักธุรกิจชาวไทย เกิดเมื่อวันที่ 10 เดือนพฤศจิกายน ปี 1996 และเขาเป็นผู้จัดตั้ง บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด โดยเขาเริ่มต้นจากเด็กหนุ่มการตลาด สู่ CEO (27 มกราคม 2026) [1] และเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่และถูกสื่อบางสำนักเรียกว่า “ไอดอลคริปโต” โดยมีข้อมูลว่ามีทรัพย์สินระดับ “พันล้านบาท” จากการลงทุนและธุรกิจหลายประเภทนั่นเอง
และเมื่อวันที่ 22 เดือนมกราคม ปี 2026 แทนไท โดยศาลอาญาได้ออกหมายจับ ในข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงิน โดยพนักงานสอบสวนดีเอสไอระบุพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับ การนำโฆษณาเว็บพนันไปลงในเว็บไซต์หนังเถื่อน โดยคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องรวม 7 คน ซึ่งความเสียหายจากการกระทำความผิดดังกล่าวถูกประเมินรวมประมาณ 4,518,790,200 บาท (26 มกราคม 2026) [2]
โดยมีเว็บ moviebfree.com ซึ่งเป็นเว็บหนังเถื่อน และมีการนำโฆษณาเว็บพนันไปฝังในรูปแบบวิดีโอก่อนฉายภาพยนตร์ รวมถึงโฆษณาเว็บ www.ufa678n.com และยังพบพยานหลักฐานระบุว่ามีการติดต่อผ่านไลน์บัญชี “tantaiz1688” และมีเส้นทางเงินเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงินมากกว่า 4.5 พันล้านบาท (26 มกราคม 2026) [3]
แทนไท เป็นโฮลดิ้งที่ลงทุนหลายธุรกิจ เช่น การตลาด คริปโต และเป็นผู้บริหารที่มีบทบาทในวงการการลงทุนดิจิทัล เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้บริหารอายุน้อยในสายเทคโนโลยีการเงิน
ช่วงวันที่ 22–26 เดือนมกราคม ปี 2026 ศาลอาญาอนุมัติหมายจับในคดีสมคบฟอกเงิน และละเมิดลิขสิทธิ์ โดยมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 4,500 ล้านบาท เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ และโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงเส้นทางเงินที่ถูกตรวจสอบโดย DSI
และประเด็นหลักที่ถูกตรวจสอบคือการใช้โครงสร้างบริษัทโฮลดิ้ง และธุรกิจหลายประเภทเพื่อหมุนเวียนเงิน ทำให้เส้นทางการเงินมีความซับซ้อน โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการโฆษณา และรายได้จากเว็บไซต์ผิดกฎหมาย จึงทำให้เกิดการสอบสวนต่อเนื่องในหลายคดี โดยมีคดีด้านทรัพย์สิน และธุรกรรมข้ามบัญชีหลายชั้นเป็นต้น
รูปแบบการฟอกเงินที่มักถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานต่าง ๆ มักเริ่มจาก “การแบ่งเงินเป็นก้อนเล็ก ๆ” หรือการทำธุรกรรมหลายครั้งในจำนวนไม่สูงมาก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับระบบธนาคาร ซึ่งเรียกว่าแนวโน้มของการทำธุรกรรมผิดปกติที่กระจายตัว และวิธีนี้มักถูกใช้ในช่วงแรกของการเคลื่อนย้ายเงิน เพื่อปกปิดร่องรอยทางการเงินก่อนเข้าสู่ระบบที่ซับซ้อนขึ้น
อีกหนึ่งรูปแบบที่พบบ่อยคือการใช้ “บริษัทบังหน้า” หรือธุรกิจที่มีรายได้หมุนเวียนสูง เช่น ร้านค้า ธุรกิจบริการ หรือบริษัทลงทุน เพื่อทำให้เงินที่ได้มาไม่ชัดเจนว่าแหล่งที่มาจริงคืออะไร โดยจะถูกปะปนไปกับรายได้ธุรกิจปกติ โดยลักษณะนี้ทำให้การแยกแยะรายได้จริง กับรายได้ที่ผิดปกติทำได้ยากมากขึ้น ในกระบวนการตรวจสอบ
นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบรูปแบบการโอนเงินซับซ้อน เช่น การโอนผ่านหลายบัญชี หลายบุคคล หรือหลายประเทศ รวมถึงการแปลงเงินไปเป็นสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อทำให้เส้นทางการเงินติดตามได้ยากขึ้น ซึ่งวิธีนี้มักถูกพบในเครือข่ายที่มีการวางแผนการเงินหลายชั้น เพื่อหลบเลี่ยงการติดตามจากเจ้าหน้าที่เป็นต้น

การใช้ “บริษัทบังหน้า” และการทำธุรกิจหลายรูปแบบ มักเกิดขึ้นเพื่อช่วยอำพรางเส้นทางการเงิน ทำให้เงินที่มีที่มาไม่ชัดเจนดูเหมือนเป็นรายได้จากธุรกิจปกติ โดยการตั้งบริษัทหลายชั้นช่วยลดความเชื่อมโยงระหว่างแหล่งเงินต้นทางกับปลายทาง ทำให้ตรวจสอบได้ยากขึ้นในทางบัญชีและกฎหมาย
อีกเหตุผลสำคัญคือการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ การมีหลายธุรกิจช่วยให้เงินหมุนเวียนจากหลายช่องทาง หากธุรกิจหนึ่งมีปัญหา ธุรกิจอื่นยังสามารถดำเนินต่อไปได้ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ว่ามีการลงทุนอย่างถูกต้องและมีรายได้หลากหลายแหล่ง
อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมาย การใช้โครงสร้างบริษัทซับซ้อนอาจถูกจับตามองจากหน่วยงานตรวจสอบ โดยเฉพาะเมื่อมีการเคลื่อนย้ายเงินผิดปกติหรือไม่มีความชัดเจนของรายได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจสอบเชิงลึกเพื่อป้องกันการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษี
เครือข่ายธุรกิจและออนไลน์ มีความเชื่อมโยงกันผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวกลาง ทำให้การติดต่อสื่อสาร การซื้อขาย และการทำธุรกรรมเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยธุรกิจสามารถขยายเครือข่ายไปยังลูกค้า และคู่ค้าได้ทั่วโลกโดยไม่จำกัดสถานที่ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจ
ในปัจจุบันแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ถูกใช้เป็นช่องทางหลักในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมถึงการทำการตลาด และสร้างแบรนด์ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น อีกทั้งยังสามารถวัดผล และปรับกลยุทธ์ได้แบบเรียลไทม์
นอกจากนี้ เครือข่ายธุรกิจออนไลน์ ยังช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างองค์กร ทำให้การวิเคราะห์ตลาด และการตัดสินใจมีความแม่นยำมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางไซเบอร์ด้วย รวมถึงการป้องกันการรั่วไหล ของข้อมูลสำคัญทางธุรกิจนั่นเอง
ซึ่งหลายคนสงสัยว่าถ้าเป็นคดีความของแทนไท ตำรวจ ต้องรอหมายศาล ก่อนบุกจับเว็บพนันไหม คำตอบคือ โดยทั่วไปแล้ว “ตำรวจจะต้องมีหมายศาล” ก่อนเข้าตรวจค้นหรือจับกุมในคดีเกี่ยวกับเว็บพนัน เพราะถือเป็นการเข้าถึงทรัพย์สิน ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือสถานที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกตรวจค้น และป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขต
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีตำรวจสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอหมายศาล เช่น กรณีพบการกระทำผิดซึ่งหน้า มีหลักฐานชัดเจน หรือมีเหตุเร่งด่วนที่ต้องป้องกันการทำลายหลักฐาน แต่ภายหลังต้องรายงานและขออนุมัติจากศาลตามขั้นตอน อีกทั้งกรณีเร่งด่วนอาจเข้าควบคุมพื้นที่หรือยึดของกลางไว้ชั่วคราวได้ก่อนเพื่อไม่ให้พยานหลักฐานสูญหาย
สำหรับคดีเว็บพนันออนไลน์ มักต้องใช้หมายศาล ในการขอเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตรวจยึดอุปกรณ์ หรืออายัดเส้นทางการเงิน ส่วนการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยก็ต้องผ่านการพิจารณาของศาลเช่นกัน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และตรวจสอบได้ โดยกระบวนการดังกล่าว ยังช่วยป้องกันการละเมิดสิทธิ และทำให้พยานหลักฐานมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
จึงกล่าวได้ว่า แทนไทฟอกเงิน โดยการโอนเงินผ่านหลายบัญชี การกระจายเงินเป็นหลายทอด และการนำเงินหมุนเวียนผ่านธุรกิจ หรือช่องทางออนไลน์ เพื่อทำให้แหล่งที่มาดูไม่ชัดเจน รวมถึงการใช้ธุรกิจหลายประเภท หรือบัญชีตัวกลาง เพื่อเพิ่มความยากในการตรวจสอบเป็นต้น
คำตอบคือ เงินที่ถูกกล่าวหาในคดีฟอกเงิน มักจะเข้าสู่ระบบผ่านการโอนเงินหลายขั้นตอน เช่น ผ่านบัญชีบุคคล ธุรกิจ หรือระบบออนไลน์ จากนั้นเงินอาจถูกนำไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ เพื่อให้ดูเหมือนรายได้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนเข้าสู่ระบบการเงินปกติ
คำตอบคือ เงินที่ถูกกล่าวหาในคดีฟอกเงิน มักจะเข้าสู่ระบบผ่านการโอนเงินหลายขั้นตอน เช่น ผ่านบัญชีบุคคล ธุรกิจ หรือระบบออนไล จากนั้นเงินอาจถูกนำไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ เพื่อให้ดูเหมือนรายได้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนเข้าสู่ระบบการเงินปกติ

