
แทนไท โดนคดีอะไร หลัง DSI ส่งสำนวนให้อัยการ
- J. Kanji
- 14 views

แทนไท โดนคดีอะไร กลายเป็นคำถามที่หลายคนค้นหา หลังชื่อของเขา ถูกเชื่อมโยงกับคดีฟอกเงิน จากเครือข่ายเว็บหนังเถื่อน และพนันออนไลน์ โดยคดีนี้ถูก DSI สรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว และยังเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหลายราย รวมถึงเส้นทางการเงิน และทรัพย์สิน ที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ
แทนไทถูกกล่าวหา ในคดีที่เกี่ยวข้องกับ “ร่วมกันฟอกเงิน” และ “สมคบกันฟอกเงิน” จากเครือข่ายที่ถูกระบุว่า เชื่อมโยงเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ และเว็บพนันออนไลน์ โดยดีเอสไอระบุว่า คดีนี้เป็นคดีพิเศษ และมีการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ พิจารณาแล้ว
ประเด็นสำคัญคือ คดีนี้ยังไม่ใช่การตัดสินว่าผิดแล้ว แต่เป็นขั้นตอนที่พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และส่งต่อให้อัยการพิจารณาว่า จะสั่งฟ้องหรือไม่ โดยสถานะของคดีในตอนนี้ ยังเป็นขั้นตอนการดำเนินคดี และยังไม่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ในภาพรวม หากถามว่า แทนไท คือใคร ในบริบทข่าวนี้ คำตอบคือเขาเป็นนักธุรกิจ ที่ถูกสื่อหลายแห่งกล่าวถึง ในฐานะผู้ต้องหาสำคัญ ของคดีฟอกเงิน ที่เกี่ยวโยงกับเว็บหนังเถื่อน และพนันออนไลน์ ซึ่งทำให้ชื่อของเขา ถูกจับตามองทั้งในมุมธุรกิจ เส้นทางการเงิน และสถานะทางคดี
จากข้อมูลของดีเอสไอ คดีนี้ถูกโยงกับเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ ที่ใช้เป็นช่องทางหารายได้ และมีความเชื่อมโยง กับพนันออนไลน์ ในลักษณะเครือข่ายทางการเงิน เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้ดูแค่ตัวเว็บ แต่ดูเงินที่ไหลเข้าออก บัญชีที่เกี่ยวข้อง และทรัพย์สิน ที่อาจมาจากการกระทำผิดด้วย
จุดที่ทำให้คดีนี้ใหญ่ขึ้น คือจำนวนเงินที่ถูกพูดถึงในสำนวน โดยมีรายงานว่า มูลค่าความเสียหาย อยู่ที่ประมาณ 4,500 ล้านบาท และมีเงินหมุนเวียนในระบบ มากกว่า 10,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ ทำให้คดีไม่ได้ถูกมองเป็นแค่ คดีเว็บผิดกฎหมายทั่วไป แต่เป็นคดีเศรษฐกิจดิจิทัลขนาดใหญ่ (10 เมษายน 2026) [1]
อีกด้านหนึ่ง เว็บหนังเถื่อนมักสร้างรายได้ จากโฆษณา การพาผู้ใช้ไปยังบริการผิดกฎหมาย หรือเครือข่ายที่เกี่ยวกับเงินผิดปกติ เมื่อเงินเหล่านี้ถูกนำไปแปลง เป็นทรัพย์สิน ใช้ผ่านบัญชีหลายชั้น หรือโยกย้ายเพื่อปิดบังที่มา จึงกลายเป็นประเด็นฟอกเงิน ที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบละเอียด
ดีเอสไอเข้ามาเพราะคดี มีลักษณะซับซ้อน เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี เส้นทางเงินจำนวนมาก และผู้เกี่ยวข้องหลายคน ไม่ใช่คดีที่ดูเฉพาะการเปิดเว็บไซต์ หรือรับโฆษณาเท่านั้น แต่ต้องไล่ตรวจพยานหลักฐานทางดิจิทัล บัญชีการเงิน และความเชื่อมโยง ของบุคคลในเครือข่าย
คดีนี้เริ่มต้นในปี 2024 ก่อนที่ต่อมาจะถูกดีเอสไอ ระบุเป็นคดีพิเศษ และมีการรวบรวมสำนวนอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานระบุว่า สำนวนมีทั้งหมด 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น และมีผู้ต้องหา 11 ราย ตัวเลขนี้สะท้อนว่า คดีมีรายละเอียดจำนวนมาก ไม่ใช่คดีที่สรุปจากหลักฐาน เพียงไม่กี่รายการ
การที่ดีเอสไอ ส่งสำนวนต่ออัยการ หมายความว่าฝั่งพนักงานสอบสวน เห็นว่ามีพยานหลักฐาน พอให้พิจารณาดำเนินคดีต่อ แต่ขั้นตอนต่อจากนี้ ยังต้องรอการพิจารณา ของอัยการ และหากมีการสั่งฟ้อง ก็จะเข้าสู่กระบวนการศาลตามลำดับ

ในสำนวนที่ถูกส่งให้อัยการ มีการระบุผู้ต้องหาทั้งหมด 11 ราย ไม่ได้มีแค่ชื่อของแทนไทเพียงคนเดียว โดยมีรายงานว่าจับกุมได้แล้ว 4 ราย และยังมีผู้ต้องหาหลบหนีอีก 7 ราย ซึ่งในกลุ่มที่ยังติดตามตัวอยู่นั้น มีชื่อแทนไทรวมอยู่ด้วย
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะคดีฟอกเงิน มักไม่ได้ดูแค่คนที่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นเจ้าของ หรือผู้รับผลประโยชน์ แต่ดูทั้งผู้ร่วมขบวนการ ผู้ถือบัญชี ผู้จัดการระบบ แอดมิน คนรับโอนเงิน และคนที่ช่วยเปลี่ยนเงินเป็นทรัพย์สินต่าง ๆ การเชื่อมโยง จึงต้องอาศัยหลักฐานหลายชั้น
ในวันที่ 9 เมษายน 2026 ดีเอสไอมีการส่งสำนวน ต่ออัยการคดีพิเศษแล้ว และยังอยู่ระหว่างติดตามตัว ผู้ต้องหาที่หลบหนี ทำให้สถานะของคดีตอนนี้ ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อ โดยเฉพาะการตัดสินใจของอัยการ ว่าจะดำเนินการในทิศทางใด (20 เมษายน 2026) [2]
รายงานข่าวระบุว่าเจ้าหน้าที่ มีการตรวจยึดทรัพย์สิน หลายรายการ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม หุ่นยนต์ Iron Man และอาร์ตทอยบางรายการ เพื่อนำมาตรวจสอบว่า เกี่ยวข้องกับเส้นทางเงินในคดี หรือไม่
การตรวจยึดทรัพย์ ไม่ได้แปลว่าทรัพย์ทุกชิ้น เป็นของผิดกฎหมายทันที แต่เป็นกระบวนการตรวจสอบ ว่าเงินที่ใช้ซื้อทรัพย์สินเหล่านั้น มาจากแหล่งใด หากพบว่าเกี่ยวข้อง กับเงินจากการกระทำผิด ก็อาจถูกดำเนินการ ตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป
คดีฟอกเงิน จึงมักตามไปไกล กว่าบัญชีธนาคาร เพราะเงินผิดกฎหมาย สามารถถูกเปลี่ยนเป็นของสะสม สินค้าหรู รถ บ้าน หรือทรัพย์สินอื่นได้ การดูทรัพย์สินจึงเป็นส่วนหนึ่ง ของการพิสูจน์ว่า เงินถูกแปลงสภาพ หรือปกปิดที่มาอย่างไร
คดีนี้ยังไม่จบ เพราะจากข้อมูลล่าสุด เป็นขั้นตอนที่ดีเอสไอ ส่งสำนวนให้อัยการพิจารณา ยังต้องติดตามต่อ ว่าอัยการจะมีคำสั่งฟ้อง ไม่ฟ้อง หรือให้สอบเพิ่มเติม ในประเด็นใดบ้าง ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ต้องหาบางส่วน ที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุม
ในปี 2023 เคยมีข่าวว่า DSI ออกหมายเรียกแทนไทและพวก เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เกี่ยวกับพนันออนไลน์ และฟอกเงินมาก่อน ทำให้คดีนี้มีพัฒนาการต่อเนื่อง ไม่ใช่ข่าวที่เกิดขึ้นแบบวันเดียวแล้วจบ แต่เป็นกระบวนการที่ลากยาว ผ่านหลายขั้นตอน (9 เมษายน 2023) [3]
ดังนั้นคำตอบที่ตรงที่สุดคือ แทนไทโดนคดีเกี่ยวกับข้อกล่าวหา ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ซึ่งถูกโยงกับเว็บหนังเถื่อน และพนันออนไลน์ ส่วนผลสุดท้ายต้องรอการพิจารณาของอัยการ และกระบวนการศาล ไม่ควรสรุปเกินกว่าข้อมูลทางคดี ที่มีอยู่ในตอนนี้
แทนไทถูกกล่าวหาในคดีฟอกเงิน ที่โยงกับเว็บหนังเถื่อน และพนันออนไลน์ โดยดีเอสไอระบุว่ามีผู้ต้องหา 11 ราย สำนวน 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น และมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 10,000 ล้านบาท แต่คดียังอยู่ในกระบวนการอัยการและศาล จึงควรใช้คำว่า “ถูกกล่าวหา” หรือ “อยู่ระหว่างดำเนินคดี”
ยัง จากข้อมูลที่มีตอนนี้ เป็นขั้นตอนส่งสำนวน ให้อัยการพิจารณา ยังไม่ใช่คำพิพากษาของศาล และยังต้องรอขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งระหว่างนี้อาจมีการสอบเพิ่มเติม หรือพิจารณาหลักฐานเพิ่มเติมได้อีก
เกี่ยวในแง่ข้อกล่าวหา และเส้นทางเงินที่ DSI ระบุว่าเชื่อมโยง กับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ และเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่มองว่า เป็นส่วนสำคัญของคดีนี้ และเป็นเหตุผลที่ทำให้คดี ถูกจับตาในวงกว้าง

