
ที่เที่ยวฮิเมจิยอดนิยม 2026 ปราสาทนกกระยางขาวมรดกโลกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น
- เฮียเกา
- 11 views

ฮิเมจิเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมักมองข้าม แต่ความจริงแล้วเป็นที่ตั้งของหนึ่งในปราสาทที่สวยที่สุดและสำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ด้วยความที่อยู่ใกล้โอซาก้าและโกเบมาก ทำให้สามารถทำเป็น Day Trip ได้สะดวก ที่เที่ยวฮิเมจิยอดนิยม ที่ไม่ควรพลาด พร้อมข้อมูลการเดินทาง อาหาร ครบจบในที่เดียว
ฮิเมจิเป็นเมืองในจังหวัดเฮียวโกะ ภูมิภาคคันไซ มีชื่อเสียงระดับโลกจากปราสาทฮิเมจิ ซึ่งได้รับการพิจารณาอย่างกว้างขวางว่าเป็นปราสาทที่มีประวัติศาสตร์กลุ่มศักดินาที่ดีที่สุดและสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น
เป็นปราสาทแห่งแรกของประเทศที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก และยังเป็นสมบัติของชาติญี่ปุ่นอีกด้วย
| ข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| จังหวัด | เฮียวโกะ (ภาคคันไซ) |
| ระยะเวลาจากโอซาก้า | ประมาณ 1 ชั่วโมง |
| ระยะเวลาจากโกเบ | ประมาณ 40 นาที |
| เขตเวลา | JST (UTC+9) |
| มรดกโลกยูเนสโก | ปราสาทฮิเมจิ (ขึ้นทะเบียนปี 1993) |
| งบเฉลี่ย/คน/ทริป 1 วัน | ประมาณ 2,000–6,000 บาท |

ฮิเมจิเดินทางสะดวกมากจากเขตคันไซ นั่งรถไฟ JR หรือชินคันเซ็นจากสถานีโอซาก้าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนจากโกเบใช้เวลาเพียง 40 นาที เหมาะมากสำหรับทำเป็น Day Trip แบบไปเช้าเย็นกลับ และยังเดินทางต่อไปยังฮิโรชิมะหรือทตโตริได้สะดวกอีกด้วย
ปราสาทฮิเมจิอยู่ห่างจากสถานีฮิเมจิเพียง 15 นาทีเดินเท้า สามารถเดินไปได้เลยโดยไม่ต้องนั่งรถ หากมีกระเป๋าเดินทางควรฝากไว้ในล็อกเกอร์ที่สถานีก่อนออกเดินทาง
สำหรับจุดท่องเที่ยวที่ไกลออกไปอย่างภูเขาโชฉะซัง มี Himeji Castle Loop Bus ให้บริการ ราคา 190 เยนต่อเที่ยว หรือบัตรโดยสาร 1 วันราคา 400 เยนสำหรับผู้ใหญ่
ปราสาทฮิเมจิมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทนกกระยางขาว” เพราะกำแพงสีขาวบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายในแสงแดด สง่างามราวกับนกกระยางขาวที่กางปีก ปราสาทแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี และรอดพ้นจากความเสียหายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้อย่างสมบูรณ์
หอคอยหลักมีความสูง 7 ชั้น (นับจากภายนอกดูเหมือน 5 ชั้น) สูง 45 เมตร มีบันไดไม้ชันขึ้นไปทีละขั้น ปราสาทประกอบด้วยอาคารทั้งหมด 83 หลัง ส่วนใหญ่เป็นอาคารไม้ (1 เมษายน 2025) [1]
เส้นทางไปยังป้อมปราการหลักออกแบบคล้ายเขาวงกตที่มีประตู ลาน และทางเลี้ยวมากมาย เพื่อชะลอการโจมตีของศัตรู เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดจะมองเห็นทิวทัศน์เมืองและภูเขาแบบพาโนรามา
ภายในบริเวณปราสาทยังมีจุดน่าสนใจอย่าง บ่อน้ำโอคิคุ ที่มีตำนานเล่าขานว่าได้ยินเสียงนับจานดังมาจากก้นบ่อ และจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่มีรูปปั้นชะจิโฮโกะขนาดใหญ่สองตัวตั้งอยู่ด้านหน้า
ค่าเข้าชม: 2,500 เยนสำหรับผู้ใหญ่ (ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2026)
เวลาเปิด: 9.00–17.00 น. (ถึง 18.00 น. ในช่วงฤดูร้อน ปิดรับเข้าชม 1 ชั่วโมงก่อนปิด)
การเดินทาง: เดินจากสถานี JR Himeji ประมาณ 15 นาที
สวนโคโคเอ็นตั้งอยู่ติดกับปราสาทฮิเมจิ เป็นสวนญี่ปุ่นสไตล์เอโดะที่รวมสวนย่อย 9 แห่งซึ่งแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ความงดงามของน้ำตกและสระน้ำในสวนที่ตัดกับภาพปราสาทฮิเมจิซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง เกิดเป็นมุมถ่ายรูปที่งดงามและมีเอกลักษณ์มาก
ภายในสวนยังมีร้านน้ำชาที่สามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารพร้อมชมสวนไม้ดอกไม้ประดับตามฤดูกาล และชมพิธีชงชาแบบดั้งเดิมได้ด้วย (21 กุมภาพันธ์ 2023) [2]
ค่าเข้าชม: ตั๋วรวมสำหรับปราสาทและสวนประมาณ 1,040 เยน คุ้มค่ากว่าซื้อแยก
การเดินทาง: เดินจากปราสาทฮิเมจิประมาณ 5 นาที
วัดโชชะซังเอ็นเกียวจิเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนภูเขาเอนเกียวจิ ที่ระดับความสูง 371 เมตร สามารถขึ้นไปถึงยอดเขาได้ภายในเวลาเพียง 4 นาทีโดยกระเช้าลอยฟ้า เมื่อถึงด้านบนจะได้พบกับโลกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สัมผัสได้ถึงวิถี “เซน” ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ
วัดนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังเรื่อง “The Last Samurai” ด้วยสถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่ที่ยิ่งใหญ่ผสานกับบรรยากาศป่าเขาที่เงียบสงบ จนกลายเป็นจุดหมายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก (25 มีนาคม 2023) [3]
การเดินทาง: ขึ้นรถบัสชินกิที่ไป “โชชะซัง โรปเวย์” จากสถานีฮิเมจิ ลงที่จุดสิ้นสุด (ประมาณ 30 นาที) แล้วต่อกระเช้าลอยฟ้า

ฮิเมจิยังคงรักษาโครงสร้างเมืองแบบ “โจกะมาจิ” หรือเมืองแห่งปราสาทไว้ได้เป็นอย่างดี ย่านรอบปราสาทเต็มไปด้วยร้านขายของฝากและคาเฟ่ เหมาะสำหรับเดินเล่นเพลิดเพลินกับบรรยากาศเมืองโบราณ
สำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์พิเศษ มีร้านเช่าชุดในย่านนี้ที่ให้แปลงโฉมเป็นนินจาหรือสวมกิโมโน เริ่มต้นประสบการณ์เที่ยวฮิเมจิในบรรยากาศย้อนยุค พร้อมถ่ายภาพที่ระลึกตามจุดต่างๆ เช่น ถนนโอเทมาเอะ และลานซันโนะมารุ
การเดินทาง: อยู่รอบบริเวณปราสาทฮิเมจิ เดินถึงได้สะดวก
ปราสาทฮิเมจิเป็นหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น มีต้นซากุระประมาณ 1,000 ต้นบานสะพรั่งรอบปราสาท ทิวทัศน์ที่เกิดจากหอคอยปราสาทสีขาวและดอกซากุระเป็นภาพที่น่าทึ่งซึ่งสามารถมองเห็นได้เฉพาะในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น
จุดถ่ายรูปพิเศษอยู่ทางเหนือของศาลเจ้าฮิเมจิโกโกกุ ที่มองเห็นต้นซากุระเรียงรายอยู่ริมคูเมือง พร้อมสะพานแดงและเรือโบราณแล่นผ่าน เป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมและเป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิที่ปราสาทฮิเมจิ
| เวลา | กิจกรรม |
|---|---|
| 9.00 น. | ออกเดินทางจากโอซาก้า/โกเบด้วยรถไฟ JR |
| 10.00–12.00 น. | เที่ยวปราสาทฮิเมจิ ขึ้นชมวิวจากหอคอยหลัก |
| 12.00–13.00 น. | เดินชมสวนโคโคเอ็น |
| 13.00–14.00 น. | ทานอาหารกลางวันในย่านเมืองปราสาท |
| 14.00–16.00 น. | ขึ้นกระเช้าชมวัดโชชะซังเอ็นเกียวจิ |
| 16.00–17.00 น. | เดินเล่นย่านเมืองปราสาท ซื้อของฝาก |
| 17.00–18.00 น. | เดินทางกลับโอซาก้า/โกเบ |

พอค่ะ 1 วันเพียงพอสำหรับชมปราสาทฮิเมจิ สวนโคโคเอ็น และวัดโชชะซังเอ็นเกียวจิ เหมาะมากสำหรับทำเป็น Day Trip จากโอซาก้าหรือโกเบแบบไปเช้าเย็นกลับ
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงด้วยรถไฟ JR หรือชินคันเซ็น ถือว่าสะดวกมากและเหมาะสำหรับทำเป็น Day Trip โดยไม่ต้องพักค้างคืน

เพราะตัวปราสาททั้งหมดเป็นสีขาวบริสุทธิ์ และมีรูปทรงที่ดูสง่างามคล้ายนกกระยางขาวกำลังกางปีก ชื่อนี้สื่อถึงความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ของปราสาทแห่งนี้
ปราสาทฮิเมจิเป็นปราสาทแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก และยังคงสภาพดั้งเดิมไว้ได้สมบูรณ์ที่สุด รอดพ้นจากความเสียหายในสงครามโลกครั้งที่ 2 มาได้ทั้งหมด ถือเป็นปราสาทที่มีความสมบูรณ์ทางประวัติศาสตร์สูงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
เหมาะค่ะ มีทั้งปราสาทที่เด็กๆ ชอบสำรวจ สวนโคโคเอ็นที่เดินเล่นได้สบาย และยังมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ฮิเมจิ (มีชื่อเล่นว่าตึกอะตอม) ที่เหมาะสำหรับครอบครัวด้วย
ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนเหมาะกับการชมซากุระรอบปราสาท ส่วนช่วงฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสองช่วงทำให้ปราสาทดูสวยงามเป็นพิเศษ แต่ก็เป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นกว่าปกติด้วย

