
เที่ยวกลาสโกว์ 2026 เมืองศิลปะและดนตรีที่ใหญ่ที่สุดของสกอตแลนด์
- เฮียเกา
- 5 views

เที่ยวกลาสโกว์ 2026 คือทริปที่พาไปสัมผัสเมืองใหญ่ที่สุดของสกอตแลนด์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องพิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่เข้าชมได้ฟรีแทบทุกแห่ง
สถาปัตยกรรมยุควิกตอเรียนสวยงาม และวงการดนตรีสดที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร เมืองนี้ให้บรรยากาศที่เป็นกันเองกว่า เอดินบะระ แต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางศิลปะและวัฒนธรรมไม่แพ้กัน
กลาสโกว์มีเสน่ห์ที่ผสมความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเก่าเข้ากับความคิดสร้างสรรค์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้งอาคารสไตล์ Charles Rennie Mackintosh ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง พิพิธภัณฑ์ Kelvingrove ที่เข้าชมฟรีตลอดปี รวมถึงย่าน West End ที่เต็มไปด้วยร้านกาแฟ ร้านหนังสือ และบรรยากาศนักศึกษา
ไม่ว่าจะเป็นคนรักศิลปะที่อยากเดินชมพิพิธภัณฑ์ฟรีทั้งวัน คนรักดนตรีที่อยากฟังไลฟ์เฮาส์ยามค่ำคืน หรือสายกินที่อยากลองอาหารสกอตแลนด์แท้ๆ กลาสโกว์มีกิจกรรมรองรับนักเดินทางได้หลากหลายสไตล์ ทั้งแบบเดย์ทริปสั้นๆ หรือพักยาวเพื่อต่อไปเที่ยวไฮแลนด์ต่อ
จากกรุงเทพฯ ยังไม่มีเที่ยวบินตรงไปกลาสโกว์ ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้งผ่านเมืองฮับอย่างโดฮา ดูไบ อาบูดาบี หรืออัมสเตอร์ดัม โดยสายการบินอย่างกาตาร์แอร์เวย์ เอมิเรตส์ เอทิฮัด หรือ KLM ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 16-20 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับจุดเปลี่ยนเครื่อง
จากสนามบินกลาสโกว์ (Glasgow Airport) สามารถนั่งรถบัส Glasgow Airport Express สาย 500 เข้าใจกลางเมืองได้ในเวลาเพียง 15 นาที ราคาตั๋วเที่ยวเดียวประมาณ 11 ปอนด์ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุก 10 นาทีในช่วงเร่งด่วน สะดวกกว่าการต่อรถไฟเพราะสนามบินไม่มีสถานีรถไฟในตัว
หากอยู่ที่เอดินบะระอยู่แล้วสามารถนั่งรถไฟ ScotRail มาถึงกลาสโกว์ได้ในเวลาไม่ถึง 50 นาที มีรถวิ่งชั่วโมงละ 2-4 เที่ยว ส่วนจากลอนดอนสามารถนั่งรถไฟ Avanti West Coast จากสถานี Euston ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง หรือจะบินภายในประเทศจากลอนดอนก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 15 นาที

พิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในสกอตแลนด์และเข้าชมได้ฟรีตลอดปี ภายในแบ่งเป็น 22 แกลเลอรี รวบรวมทั้งเครื่องบินรบสปิตไฟร์และภาพวาดอิมเพรสชันนิสม์ อาคารสไตล์บาโรกสเปนสวยงามคู่ควรกับการเดินชมทั้งวัน เปิดทุกวัน 10.00-17.00 น. (4 สิงหาคม 2023) [1]
อาสนวิหารเก่าแก่ที่สุดของกลาสโกว์สร้างตั้งแต่ปี 1136 และยังใช้ประกอบพิธีทางศาสนาจนถึงปัจจุบัน เข้าชมฟรีแต่รับบริจาคได้ตามศรัทธา ด้านหลังเป็นสุสาน Necropolis บนเนินเขาที่มองเห็นวิวเมืองได้กว้างไกล เหมาะกับการเดินเล่นยามบ่าย (24 ธันวาคม 2024) [2]
พิพิธภัณฑ์การขนส่งรางวัลระดับโลกในอาคารออกแบบโดย Zaha Hadid จัดแสดงยานพาหนะตั้งแต่รถเข็นเด็กไปจนถึงหัวรถจักรไอน้ำ ด้านนอกจอดเรือใบเก่าแก่ Tall Ship ให้ขึ้นชมฟรี เปิดทุกวัน 10.00-17.00 น. เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก
พิพิธภัณฑ์ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่เสร็จในปี 2022 เก็บรักษาคอลเลกชันศิลปะส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรกว่า 9,000 ชิ้น ทั้งงานศิลปะยุโรป ศิลปะอิสลาม และเครื่องลายครามจีน ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ Pollok Country Park เข้าชมฟรี (23 มีนาคม 2025) [3]
จัตุรัสใจกลางเมืองล้อมรอบด้วยอาคาร City Chambers สไตล์วิกตอเรียนที่เปิดให้ทัวร์ฟรีวันจันทร์ถึงศุกร์ ใกล้กันคือ Gallery of Modern Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่เข้าชมฟรีและมีรูปปั้น Duke of Wellington สวมกรวยจราจรอันโด่งดังเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต
เส้นทางตามรอยสถาปนิกชื่อดังของสกอตแลนด์ผ่านอาคารที่เขาออกแบบ เช่น Mackintosh Tearooms และ House for an Art Lover ที่สะท้อนสไตล์ Art Nouveau อันเป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับคนที่สนใจสถาปัตยกรรมและงานออกแบบ
City Centre คือย่านที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวครั้งแรก อยู่ใกล้ George Square ถนนช้อปปิ้ง Buchanan Street และสถานีรถไฟหลัก เดินถึงแหล่งท่องเที่ยวและร้านอาหารได้สะดวก
Merchant City เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศวิกตอเรียนสวยงามและไนต์ไลฟ์คึกคัก เต็มไปด้วยบาร์ ร้านอาหาร และแกลเลอรีศิลปะ ส่วน West End รอบ Kelvingrove เหมาะกับคนรักศิลปะและบรรยากาศนักศึกษา มีร้านกาแฟและร้านวินเทจให้เดินเล่นตลอดถนน Byers Road
Finnieston เหมาะกับสายกินที่อยากได้ร้านอาหารและผับดั้งเดิมคุณภาพดี ส่วน East End เหมาะกับนักเดินทางสายประหยัดที่อยากได้ที่พักราคาย่อมเยาใกล้ตลาดนัด Barras และ Glasgow Cathedral

เมนูประจำชาติของสกอตแลนด์ทำจากเครื่องในแกะผสมข้าวโอ๊ตและเครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดและกาบหัวผักกาด ร้าน Arisaig ในย่าน Merchant Square ขึ้นชื่อเรื่อง haggis fritters ที่นักท่องเที่ยวนิยมลอง
กลาสโกว์อยู่ใกล้ชายฝั่งจึงมีอาหารทะเลสดใหม่อย่างหอยเชลล์และไก่ป่าให้ลิ้มลอง ร้าน Ubiquitous Chip ในย่าน Ashton Lane เป็นตำนานร้านอาหารสกอตติชมากว่า 40 ปี ส่วน Mince and Tatties เนื้อบดตุ๋นกับมันฝรั่งก็เป็นเมนูเรียบง่ายที่หากินได้ทั่วเมือง
Irn-Bru คือน้ำอัดลมสีส้มสัญชาติสกอตแลนด์ที่คนท้องถิ่นรักมากกว่าโค้ก ส่วน Tunnock’s Teacake ขนมมาร์ชเมลโลเคลือบช็อกโกแลตก็เป็นของว่างคู่ชาที่หาซื้อได้ทุกร้านสะดวกซื้อ เหมาะซื้อเป็นของฝากราคาประหยัด
พิพิธภัณฑ์หลักของเมืองอย่าง Kelvingrove, Burrell Collection และ Gallery of Modern Art เข้าชมได้ฟรีตลอดปี วางแผนเดินชมควบคู่กันในทริปเดียวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
ใช้รถไฟใต้ดิน Glasgow Subway หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า Clockwork Orange เดินทางในเมือง ราคาประหยัดกว่าแท็กซี่มากและครอบคลุมจุดท่องเที่ยวหลักเกือบทั้งหมด
จองตั๋วรถไฟจากเอดินบะระหรือลอนดอนล่วงหน้าทางออนไลน์เพื่อราคาที่ถูกกว่า และเลือกช่วงฤดูหนาวหากอยากประหยัดเพราะราคาที่พักมักลดลงมากกว่าช่วงฤดูร้อน
สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด 2-3 วันก็เพียงพอสำหรับชมไฮไลต์หลักอย่างพิพิธภัณฑ์ฟรีและย่าน West End แต่ถ้าอยากเที่ยวแบบสบายๆ ไม่รีบ แนะนำพัก 4-5 วันเพื่อเก็บทั้งเมืองและทริปเดย์ทริปไปทะเลสาบล็อกลอมอนด์

จากกรุงเทพฯ ยังไม่มีเที่ยวบินตรง ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้งผ่านโดฮา ดูไบ หรืออัมสเตอร์ดัม ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 16-20 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับจุดเปลี่ยนเครื่องและสายการบิน
กลาสโกว์เหมาะกับทุกกลุ่ม ทั้งคนรักศิลปะและพิพิธภัณฑ์ คนรักดนตรีสดและไนต์ไลฟ์ รวมถึงสายกินที่อยากลองอาหารสกอตแลนด์แท้ๆ ในราคาที่เป็นมิตรกว่าเอดินบะระ
ถ้าอยากเดินเที่ยวสะดวกใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลักแนะนำ City Centre ถ้าชอบบรรยากาศไนต์ไลฟ์และวิกตอเรียนแนะนำ Merchant City และถ้าอยากได้บรรยากาศศิลปะกับร้านกาแฟแนะนำย่าน West End
มีหลายอย่าง เช่น เข้าชม Kelvingrove Art Gallery, Burrell Collection และ Gallery of Modern Art ฟรีตลอดปี รวมถึงเดินเล่นถ่ายรูปที่ George Square และสุสาน Necropolis ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าเข้าชม
ช่วงเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมอากาศอบอุ่นและมีแดดยาวนานถึง 15 ชั่วโมงต่อวัน เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนใครอยากประหยัดที่สุดควรมาในช่วงฤดูหนาวที่ราคาที่พักมักลดลงแม้อากาศจะหนาวและวันสั้นกว่า

